วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฎีกาจำคุก‘เปมิกา’ฉ้อโกง‘หมอเผ่า’4 ปี 6 เดือน ทนายเผยอยู่ตปท.นานแล้ว

ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาลงโทษ ‘เปมิกา’ จำเลยที่ 1 ในคดีฉ้อโกง ‘หมอเผ่า’ โดยอาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง ให้ยืนโทษจำคุก 4 ปี 6 เดือน  ไม่รอการลงโทษ ทนายเผย จำเลยไปมีครอบครัวอยู่ต่างประเทศ นานนับปีแล้ว... 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 มิ.ย. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีที่ พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 และ รศ.เพลินจิต ทมทิตชงค์ มารดาของ นพ.ประกิตเผ่า ทมทิตชงค์ เจ้าของสถาบันกวดวิชาแอพพลายด์ ฟิสิกส์ ร่วมกันเป็นโจทก์ ฟ้อง น.ส.เปมิกา หรือชื่อ ศิวพร วีรชัชรักษิต หรือ เหลืองเรณูกุล อายุ 34 ปี นักศึกษาปริญญาโท อดีตเพื่อนสาวคนสนิท นพ.ประกิตเผ่า น.ส.ฤทัย หรือแนน รุ่งสิริเมธากุล อายุ 32 ปี นายณัฐพล หรือภาสยภูริณฐ์ หรือตั้ม พรมประไพ อายุ 37 ปี และนายวทัญญู หรือปุ้ย ตันธีระพงศ์ อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนนักศึกษา น.ส.เปมิกา ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยอาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง

ทั้งนี้ โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างเดือน ต.ค.49-ก.พ.50 นพ.ประกิตเผ่า ผู้เสียหายที่ 1 มีความผิดปกติทางด้านภาวะจิตใจ ได้หลงเชื่อการสร้างสถานการณ์ของจำเลยที่ 1-4 ให้เข้าใจว่าตัวเองสามารถนั่งสมาธิจนสำเร็จฌานขั้นสูง ระลึกชาติถอดจิตได้ และหลอกลวงว่า น.ส.เปมิกา จำเลยที่ 1 และ นพ.ประกิตเผ่า ผู้เสียหาย เคยเป็นสามีภรรยากันมาก่อน 99 ภพชาติที่ผ่านมา มีหนี้กรรมต้องชดใช้ในชาตินี้ จำเลยที่ 1 จึงให้ผู้เสียหายซื้อรถยนต์โตโยต้า คัมรี่ สีดำ มูลค่า 1,569,000 บาท พร้อมมอบเงิน 980,000 บาท ซื้อแผ่นป้ายทะเบียนเลขสวย ส-9999 และยังให้ซื้อนาฬิกายี่ห้อโรเล็กซ์ กับทรัพย์สินอื่นรวม 10 รายการ มูลค่าทรัพย์สินทั้งสิ้น 9,658,000 บาท เหตุเกิดที่แขวงและเขตปทุมวัน แขวงและเขตพญาไท กทม., ต.งามวงศ์วาน อ.เมือง จ.นนทบุรี, ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เกี่ยวพันกัน จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธต่อสู้คดี

คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 ต.ค.53 ให้จำคุก น.ส.เปมิกา จำเลยที่ 1 ฐานฉ้อโกงทรัพย์ และฐานพยายามฉ้อโกง รวม 10 กระทง เป็นเวลา 54 เดือน หรือ 4 ปี 6 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ ส่วนจำเลยที่ 2-4 ให้จำคุก ฐานสนับสนุนฉ้อโกงและฐานสนับสนุนให้ผู้อื่นพยายามฉ้อโกงรวม 10 กระทง รวมจำคุก คนละ 34 เดือน 60 วัน หรือ 3 ปี และปรับคนละ 27,000 บาท โดยให้รอการลงโทษจำเลยที่ 2-4 คนละ 2 ปี และให้จำเลยที่ 1-4 ร่วมกันคืนทรัพย์สิน 8,035,387 บาท คืนแก่โจทก์ร่วม และผู้เสียหายด้วย

ต่อมาศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแก้เมื่อวันที่ 25 ก.ย.56 ว่าหากจำเลยที่ 2-4 ไม่ชำระค่าปรับ คนละ 27,000 บาท ให้กักขังแทนค่าปรับ และแก้ยอดเงินที่ให้จำเลยที่ 1-4 ร่วมกันชดใช้เงินคืนโจทก์ร่วมและผู้เสียหาย 8,395,387 บาท นอกจากนี้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

สำหรับการอ่านคำพิพากษานัดนี้ น.ส.เปมิกา จำเลยที่ 1 หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา ซึ่งศาลได้ออกหมายจับและสั่งปรับนายประกันจำนวน 1 ล้านบาท มีเพียงนายณัฐพล หรือภาสยภูริณฐ์ หรือตั้ม พรมประไพ และนายวทัญญู หรือปุ้ย ตันธีระพงศ์ เพื่อนนักศึกษา น.ส.เปมิกา ที่ตกเป็นจำเลยที่ 3-4 เดินทางมาศาล ขณะที่ฝ่าย รศ.เพลินจิต มารดาของ นพ.ประกิตเผ่า โจทก์ร่วม ไม่ได้เดินทางมาศาล แต่มีผู้รับมอบอำนาจมาศาล

ศาลฎีกาตรวจสำนวนปรึกษากันแล้วเห็นว่า นพ.ประกิตเผ่า ผู้เสียหายที่ 1 ถูก น.ส.เปมิกาจำเลยที่ 1 กับพวก หลอกลวงให้มอบทรัพย์หลายรายการ ทั้งบ้าน รถยนต์ นาฬิกา ค่าเช่าที่พักอาศัย เครดิตการ์ด และเงินสด โดยอ้างเรื่องการระลึกชาติว่า ผู้เสียหายที่ 1 และจำเลยที่ 1 เป็นคู่รัก และผู้เสียหายที่ 1 เคยก่อเหตุในอดีตชาติหลายครั้ง จึงต้องชดใช้ให้แก่จำเลยที่ 1 ในชาตินี้ ซึ่งเป็นการฉ้อโกงโดยอาศัยความอ่อนแอทางจิตใจของผู้เสียหายที่ 1 ศาลฎีกาเห็นควรให้แก้ข้อกฎหมายให้ถูกต้อง และแก้ไขในส่วนของการชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ร่วม และผู้เสียหายให้ตรงตามค่าเสียหายที่แท้จริง

พิพากษาแก้ว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดฐานฉ้อโกง โดยอาศัยความอ่อนแอทางจิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 342 (2) ประกอบมาตรา 80 ส่วนจำเลยที่ 2-4 มีความผิดฐานสนับสนุนฉ้อโกง โดยอาศัยความอ่อนแอทางจิต และให้จำเลยที่ 1-4 ร่วมกันชดใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหายที่ 1,2 และโจทก์ร่วม จำนวน 8,165,387 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ที่ให้จำคุก น.ส.เปมิกา จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 54 เดือน หรือ 4 ปี 6 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ และจำคุกจำเลยที่ 2-4 เป็นเวลา 3 ปี รอการลงโทษไว้ 2 ปี และปรับ จำเลยที่ 2-4 คนละ 27,000 บาท ถ้าไม่จ่ายค่าปรับให้กักขังแทนค่าปรับ

ด้านนายอภิชาติ จรสาย ทนายความ น.ส.เปมิกา เปิดเผยว่า ไม่สามารถติดต่อกับ น.ส.เปมิกาได้นานนับปีแล้ว เนื่องจาก น.ส.เปมิกา มีครอบครัวอยู่ต่างประเทศ ส่วนเรื่องการชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์นั้น ขึ้นอยู่กับโจทก์ และโจทก์ร่วมที่ต้องขอบังคับคดี หาทรัพย์ของ น.ส.เปมิกา มาชดใช้ ทั้งนี้ ในส่วนจำเลยที่ 2-4 ต้องร่วมชดใช้ค่าเสียหายตามคำพิพากษาด้วย.

ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาลงโทษ ‘เปมิกา’ จำเลยที่ 1 ในคดีฉ้อโกง ‘หมอเผ่า’ โดยอาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง ให้ยืนโทษจำคุก 4 ปี 6 เดือน ไม่รอการลงโทษ ทนายเผย จำเลยไปมีครอบครัวอยู่ต่างประเทศ นานนับปีแล้ว... 28 มิ.ย. 2559 14:35 28 มิ.ย. 2559 15:12 ไทยรัฐ