วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไม่ได้แข่งกัน! รฟท.ยันคลิปรถไฟซิ่งคู่กัน เป็นขบวนรถปกติ

ไม่ได้แข่งกัน! รฟท.ยันคลิปรถไฟซิ่งคู่กัน เป็นขบวนรถปกติ

  • Share:

กลายเป็นกระแสในโลกโซเชียล เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า จตุรงค์ บุญยัง ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอรถไฟ 2 ขบวนกำลังซิ่งแข่งกันบนรางคู่ โดยมีผู้โดยสารนั่งมาเต็มขบวน และสังเกตเห็นว่า ขณะที่ทำความเร็วนั้น ขบวนรถทั้ง 2 ขบวนไม่ได้ลดความเร็วลงเลย ไม่ว่าจะวิ่งผ่านสะพานหรือทางร่วม ผลัดกันแซงไปมาอย่างน่าหวาดเสียว จนกระทั่งในที่สุด รถไฟหัวรถจักรสีสัม ก็วิ่งแซงไปได้สำเร็จ

พร้อมเขียนข้อความอ้างว่า "นี่แหละรถไฟไทย ซิ่งน่าดูเลย อะเมซิ่งไทยแลนด์" โดยมีการแชร์เผยแพร่ในโลกโซเชียล ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องความปลอดภัยอย่างมากมาย เพราะที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับรถไฟบ่อยครั้ง


ภายหลังคลิปนี้เผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตออกมาโพสต์แสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มองไปที่เรื่องความปลอดภัยของผู้โดยสารที่อยู่บนขบวนรถ ว่าหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ก็คงเป็นคราวเคราะห์ของผู้โดยสารทั้งหมด ขณะที่บางความเห็นก็โพสต์เชิงเหน็บแนม ว่านี่คือการลองใช้รถไฟความเร็วสูงของไทย 

ในเรื่องนี้ "ทีมสายตรวจโซเชียล" ได้ตรวจสอบไปยัง กองประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการสอบถามทางฝ่ายเทคนิคที่ดูแลด้านระบบการเดินรถ ขอชี้แจงว่า เหตุการณ์ในคลิป เป็นการขับเคลื่อนขบวนรถที่ปกติ ที่ควบคุมมาจากศูนย์กลาง ในคลิปเกิดขึ้นระหว่างช่วงสถานีรถไฟเชียงราก ถึง สถานีรถไฟชุมทางบ้านภาชี ซึ่งเป็นช่วงที่มีรางวิ่งทั้งหมด 3 ราง รถไฟสามารถวิ่งด้วยความเร็วคู่ขนานกันได้ และไม่ใช่รถไฟวิ่งแข่งกัน แต่เป็นรถไฟที่วิ่งความเร็วสูงกว่า จะวิ่งนำหน้าขบวนรถไฟที่ความเร็วต่ำกว่า


นอกจากนี้ในโลกโซเชียลก็ได้แห่แชร์คลิปวิดีโอสุดระทึกขวัญ เป็นเหตุการณ์ไฟไหม้รถไฟ ที่‎สถานีรถไฟขอนแก่น จนมีผู้เข้าชมคลิปไปกว่า 1 แสนครั้งแล้ว ซึ่งทางด้านกองประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย ก็ได้ชี้แจงเรื่องนี้เพิ่มเติมว่า ในคลิปที่เห็นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. เวลาประมาณ 10.00 น. เกิดขึ้นที่ขบวนรถไฟดีเซลราง จากขอนแก่นไปถึงแก่นคอย ซึ่งหลังจากเกิดเหตุก็ได้มีเจ้าหน้าที่ใช้ถังดับเพลิงมาช่วยดับประกายไฟได้ทัน และก็ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือทรัพย์สินเสียหาย ซึ่งต่อมาขบวนรถไฟคันดังกล่าวก็ยังเดินรถปกติ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้