วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ประชามติ” แบบไทยๆ

โดย สายล่อฟ้า

“ประชามติ” ว่าด้วยรัฐธรรมนูญ ยังเป็นหัวข้อสำคัญของประเทศไทยในการต่อสู้กันระหว่าง 2 ฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย จึงต้องหยิบกลยุทธ์ต่างๆขึ้นมาใช้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ยิ่งใกล้วันที่ 7 ส.ค.59 ก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น

การทำประชามติรัฐธรรมนูญปี 50 นั้น ต่างกับคราวนี้ที่ไม่มีการคุมเข้มการแสดงความคิดเห็น ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย จึงทำให้บรรยากาศการรณรงค์แตกต่างกันไป

ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็ดำเนินการเคลื่อนไหวไม่ต่างกัน เพียงแต่สามารถตั้งเวทีได้อย่างเป็นอิสระ แต่ฝ่าย คมช.ก็ไม่ได้ห้ามปรามหรือมีปฏิกิริยาอย่างไร

แต่ คมช.จะใช้วิธีการรณรงค์ “รับไปก่อนค่อยแก้ทีหลัง” เป็นจุดที่ทำให้รัฐธรรมนูญผ่านประชามติไปได้

เรียกว่า “ซื้ออนาคต” ข้างหน้าเป็นจุดขาย

มาครั้งนี้ดูเหมือนว่า พ.ร.บ.ประชามติและอำนาจ คสช.ได้สร้างกฎกติกาป้องกันไม่ให้แสดงความคิดเห็น ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ทั้ง 2 ฝ่ายจึงรณรงค์เคลื่อนไหวยากกว่าที่ผ่านมา จึงต้องหารูปแบบต่างๆมาดำเนินการอย่างที่เห็นๆกันอยู่

ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยได้ใช้วิธีการหนามยอกเอาหนามบ่ง ด้วยการตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติขึ้นมา เพื่อย้อนศรอีกฝ่าย ปรากฏว่าไม่สามารถดำเนินการได้ต้องยุติไป

และพลิกเกมด้วยการฟ้องร้องยูเอ็นกล่าวหาว่า คสช.ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพและให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลการทำประชามติ

คสช. โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. ก็ติดต่อเลขาธิการยูเอ็น เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจว่าไม่ได้ปิดกั้น แต่ป้องกันมิให้มีการบิดเบือนข้อเท็จจริงและเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ สร้างความเบี่ยงเบนและโน้มน้าวประชาชนให้เข้าใจผิด

“สุเทพ เทือกสุบรรณ” แกนนำคนสำคัญของ กปปส. ที่เงียบๆมานานก็เปิดฉากด้วยการโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเป็นรายวันด้วยการประกาศว่าเห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พร้อมกับหยิบข้อดีขึ้นมาขยายความให้ประชาชนได้รับรู้

นปช.ก็เลยได้ทีนำวิธีการนี้มาใช้เช่นเดียวกัน เพื่อรณรงค์ไม่ให้รับร่างรัฐธรรมนูญหยิบข้อเสียขึ้นมาตอบโต้

“จตุพร พรหมพันธุ์” ประธาน นปช. เป็นโต้โผใหญ่

นายกฯจึงต้องออกมาปรามว่าแสดงความคิดเห็นได้ทั้ง 2 ฝ่ายแต่อย่าทำผิดกฎหมายก็แล้วกัน โดนแน่

ท่ามกลางความสงสัยของเพื่อไทยและ นปช.ว่าการที่นายสุเทพออกมาอย่างนี้น่าจะมีเบื้องหลังแอบแฝงเพื่อช่วยเหลือ คสช.และ กรธ. เพื่อให้รัฐธรรมนูญผ่านประชามติมากกว่า

ก็ทำให้บรรยากาศการเมืองสนุกกันไปอีกแบบ

แต่ประเด็นที่น่าสนใจก็คือการที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย ม.61 (2) ซึ่งมีการยื่นให้ตีความว่าขัดรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 หรือไม่

ผลจะออกมาอย่างไร ยังคาดเดาไม่ได้ ต้องรอจากศาลรัฐธรรมนูญ หากออกมาว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญก็จบกันไป และคงจะใช้ พ.ร.บ.นี้ได้อย่างเข้มข้น

หรือออกมาว่าขัดรัฐธรรมนูญก็ต้องอยู่ที่รัฐบาล คสช.จะดำเนินการอย่างไร ถ้าหนักไปกว่านั้นก็คือขัดรัฐธรรมนูญ และให้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ตกไปทั้งฉบับก็คงจะวุ่นไม่น้อย

อย่างไรก็ตาม ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมายได้ยืนยันว่าไม่มีปัญหา เพราะยังมีกฎหมายอื่นๆทดแทนอยู่แล้ว รวมถึงยังมี ม.44 กำกับอยู่แล้ว หรืออาจจะใช้คำสั่ง ม.44 ใหม่ก็ได้

คือไม่มีปัญหา ไม่ว่าหวยจะออกแบบไหน แต่ที่แน่ๆก็คือถ้าไม่ผ่าน พล.อ.ประยุทธ์จะต้องแสดงความรับผิดชอบเหมือนนายกฯอังกฤษที่ลาออกหรือไม่

คำตอบก็คือ “ไม่ออกเพราะคนละประเทศกัน สถานการณ์ต่างกัน” เข้าใจตรงกันนะ...

“สายล่อฟ้า”

28 มิ.ย. 2559 09:57 ไทยรัฐ