วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปลดล็อก “ยาบ้า” พ้นบัญชียาเสพติด

ปลดล็อก “ยาบ้า” พ้นบัญชียาเสพติด ยังมีบางประเด็นที่ทำให้สังคมสับสน คลุมเครือแถมในโลกโซเชียลก็มีไอเดียกิ๊บเก๋แกมประชด ทำรูปยาบ้าติดแผงกระดาษขายแบบขนมซื้อง่ายขายสะดวกในร้านสะดวกซื้อ...จนกลายเป็นกระแสร้อน

สายด่วน ป.ป.ส. “1386” มีคำตอบ เสียงปลายสายยืนยันว่า “ยาบ้า ยังคงเป็นยาเสพติด ผิดกฎหมายเหมือนเดิม”

“ยาบ้า” มีสารหลายอย่างมารวมอยู่ในนี้ ต้องทำความเข้าใจด้วยว่ายาเสพติดพื้นฐานของมันดั้งเดิมแล้วถูกใช้ในทางการแพทย์มาก่อน ยกตัวอย่างเช่นมอร์ฟีนสกัดมาจากฝิ่น ถูกใช้เป็นยากดประสาท ระงับประสาท

ปัญหามีว่า มีคนพิเรนทร์เอามาใช้ผสมเป็นยาเสพติด จุดประสงค์ของ ป.ป.ส. ก็คือ การเอาสารบางตัวที่สามารถนำมาใช้ในทางการแพทย์ได้ ไม่ได้หมายความว่าเอายาบ้ามาขายเป็นปกติ ไม่ใช่อย่างนั้น

“ไม่ได้ขายทั้งเม็ด แค่เอาสารบางตัวสกัด ดึงออกมา...เพื่อใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์”

ยาบ้า มีมากมายหลากหลายสารในเม็ดเดียวที่เห็น ในข่าวที่สื่อออกมามีบางประเด็นที่ใช้คำพูดที่ไม่ถูกต้อง ขยายความกว้างเกินไปจนทำให้เกิดความสับสน

ความจริง เอาแค่สารบางตัวใน “ยาบ้า” ไม่ใช่เอายาบ้าเพียวๆทั้งเม็ด อีกตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจง่ายๆ กรณี “ยาแก้ไอ”...ถ้าเอาไปผสมกับน้ำกระท่อม น้ำอัดลม ก็กลายเป็นยาเสพติดที่เรียกว่า “สี่คูณร้อย” ซึ่งตามหลักแล้ว ยาแก้ไอก็คือยาแก้ไอใช้รักษาทางการแพทย์อยู่แล้ว

แต่...คนเราก็อุตริ พิเรนทร์เอาไปผสม ทำให้ออกฤทธิ์มึนเมา

ทั้งหมดเหล่านี้สะท้อนความจริงเป็นเช่นนี้...ไม่ใช่อย่างที่แชร์กันสนั่นวงการอย่างนี้ ตอกย้ำความมุ่งหมาย ป.ป.ส.นำเสนอมีสารบางตัวที่ดึงเอามาใช้ประโยชน์ได้ ไม่ใช่ทั้งหมด “ยาบ้า”...เป็นยาเสพติด ผิดกฎหมายแน่นอน ลักษณะการใช้ยาคนไทยกับคนต่างชาติก็ไม่เหมือนกัน แต่นำมาสกัดเฉพาะสารเพื่อใช้รักษา

ตัดความมาจากกระแสยาวไปในเฟซบุ๊ก ถ้าจำไม่ผิดน่าจะมาจากเพจ “หยุดดัดจริตประเทศไทย” เปิดประเด็นไว้เมื่อช่วงกลางเดือนกรณีที่จะถอด “แอมเฟตามีน” ออกจากบัญชียาเสพติด เนื่องจากเทรนด์โลกกำลังเปลี่ยน และต้องหัดอยู่ร่วมกับ “ยาบ้า” ให้ได้

..ข่าวพ่อเสพยาแล้วข่มขืนลูกอายุ 8 ขวบ เพิ่งมีไปไม่นาน ทุกวันนี้ก็ยังมีคนเสพยาคลุ้มคลั่ง จับเด็กเป็นตัวประกัน แต่รัฐบาลกลับปิ๊งไอเดียข้างต้นอย่างไม่น่าจะเป็น

ที่ควรคิด น่าจะหยิบกรณีศึกษา “กัญชา” มากกว่า เห็นทางการแพทย์บอกว่าสามารถใช้รักษาโรคได้...“คนมีบุหรี่ไฟฟ้า บารากุ...โดนจับ แต่ถ้ามีแนวคิดที่ว่า ทำไม? เหล้า บุหรี่ กาแฟ ออกฤทธิ์กับประสาทเหมือนยาบ้ายังเปิดให้ค้าเสรีได้...อาจมีความผิดพลาดบางประการทางความคิด”

ความน่าสะพรึงกลัวของ “ยาบ้า” มีมากมายเหลือล้น จนสังคมทุกวันนี้เริ่มอยู่ยากขึ้น ยิ่งถ้ายาบ้าเป็นของถูกกฎหมายแล้วละก็ สงสัยว่า? คนเสพยาก็คงเป็นเรื่องปกติ เมายามาทำงานก็เรื่องปกติ หลอนในที่ทำงานก็เรื่องปกติ ที่แน่ๆ ถ้าสถานการณ์ข้างต้นเป็นเรื่องปกติแล้ว สถานบำบัดก็คงไม่ต้องมีเสียแล้วกระมัง

มองกันยาวๆ ถ้าลูกๆหลานๆคนไทยเสพยาบ้ากันเป็นเรื่องปกติ ผู้ใหญ่ ญาติพี่น้องจะมองเป็นเรื่องปกติด้วยอย่างนั้นหรือ...ยิ่งคิดก็ยิ่งไปกันใหญ่

มุมมองหลากหลายสะท้อนแนวคิดไว้ในโลกออนไลน์ ทัศนะด้านล่างนี้ “สกู๊ปหน้า 1” ไม่ขอเอ่ยนามแต่ขอหยิบยกประสบการณ์ที่พบพาน จากเสียงหนึ่งที่บอกว่า ที่เขาหมายถึง (ยาบ้า)...ก็คือ “แอมเฟตามีน” ตัวเดียวเท่านั้น ส่วนประกอบอื่นที่เอามาผสมไม่เกี่ยว “แอมเฟตามีน” ตัวนี้มีขายในวงการคนขับรถบรรทุกมาเป็นเวลานับครึ่งศตวรรษแล้ว 40-50 ปีก่อน...ที่จะมีคนบ้า สติขาดขนาดนี้หรือก็เปล่า เรียกว่าขายเกลื่อนกันทุกปั๊มที่มีตู้แช่

เขาเรียกกันว่า “กระทิง (แดง) ใส่เสื้อ”

“เราลงทุนมีรถสิบล้อคันแรก...ช่วงปีที่โอเปกรวมหัวกันขึ้นราคาน้ำมันจนขาดทุนไปทั่วโลกนั่นแหละ ด้วยความที่เติบโตมาในวงการรถบรรทุกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เห็นโอกาสทางธุรกิจ เวลาเราติดรถไปด้วย คนขับก็จะขอค่ากระทิง (แดง) สมัยนั้นถ้าจำไม่ผิด...กระทิง-ลิโพ ปกติขวดละ 5 บาท แต่ที่นิยมสุดๆก็คือกระทิงใส่เสื้อ”

คนขายจะเอา “ม้า” มา 1 เม็ดใส่ลงไปในเครื่องดื่มชูกำลังแบบโชว์ให้เห็นกันต่อหน้า สนนราคาขายอยู่ที่ขวดละ 15 บาท

เคยเลียบๆเคียงๆถามคนขาย ได้ความว่า รับมาเม็ดละ 3-5 บาท ไม่แพงกว่านั้น...ก็กำไรเป็นกอบเป็นกำแล้ว

ต้นเหตุที่ทำให้ธุรกิจ “ขายม้า” เจริญเติบโต ก็น่าจะมาจากคำสั่งหัวหน้าคณะปฏิวัติในอดีต ที่ห้ามรถสิบล้อเข้ากรุงเทพฯก่อนเวลา 9 โมงเช้า ในสมัยแรกๆ ต่อมาเมื่อการจราจรควบคุมแก้ปัญหาไม่อยู่แล้วก็เลยเพิ่มเวลาห้ามเข้าไปเป็น 10 โมงเช้า

ผล...ทำให้เพลงรักสิบล้อต้องรอสิบโมงโด่งดังไปทั่วเมือง ทำให้ต้องวิ่งส่งของกันตอนกลางคืน

“เราจำได้แม่นว่า เช้าๆตอน 6 โมง รถสิบล้อหน้าบ้านจอดกันเป็นแถวตั้งแต่เมื่อวานเย็น หลังเอาสินค้า หิน ทรายเตรียมใส่รถเรียบร้อยเพื่อรอส่ง พวกที่รักรถหน่อยกลัวแหนบรถจะล้าก็จะขึ้นแม่แรงเอาขอนไม้หนุนเพลาไว้ หกโมงเช้าเอารถออกไปส่งกรุงเทพฯ ลงของเสร็จตอนบ่ายๆตีรถเปล่ากลับถึงบ้านสอง...สามโมง”

ลูกน้อง เด็กติดรถก็ทำหน้าที่ล้างรถ อัดจาระบี ถ่ายน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ บำรุงรักษากันไป ในยุคที่น้ำมันโซล่าลิตรละ 60 สตางค์ น้ำมันก๊าดแบ่งซื้อมาเติมตะเกียง ขวดแม่โขง ขนาด 700 ซีซี...เวลาไม่มีเงินก็ไปขอลูกพี่รถสิบล้อ ดูดโซล่ามา 1 ขวด

“ลูกพี่รถยุคนั้นเก่งมาก ทำเองเกือบทุกอย่าง ก็ได้เป็นลูกมือบ้างเป็นบางครั้ง ช่วยล้างอุปกรณ์ที่ถอดออกมา มีขนมกิน และได้ยุ่ง”

ที่เล่ามาก็แค่อยากเล่าให้ฟังไว้เผื่อคนรุ่นใหม่เกิดไม่ทัน ไม่เคยได้รับรู้...แล้วก็ต้องบอกว่า “แอมเฟตามีน” เมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว ในยุคนั้นชาวบ้านเรียกกันว่า “ยาขยัน” ส่วนคนรถจะเรียกว่า “ม้า”

ม้า...แอมเฟตามีน ยุคนั้นใช้เป็นยาแก้ง่วง เนื่องด้วยห้ามคนขับสิบล้อเข้ากรุงเทพฯช่วงกลางวัน แต่ต้องส่งของเวลากลางคืน จึงเป็นที่นิยม

วันเปลี่ยนคืนผ่าน แต่ละค่ายก็ต่างแสวงหา คิดค้นใส่ของเสริม...ที่เป็นพิษต่างๆเข้าไปทำให้ระยะหลังๆ...ไม่ใช่เสพเพื่อขยันหรือแก้ง่วงอย่างเดียวแล้ว แต่เสพมากๆเข้าก็หลายเป็น “บ้า”...สมชื่อ “ยาบ้า” จริงๆ ด้วย

ในหลากหลายมุมมองปัญหา “ยาเสพติด” ไม่ได้อยู่ที่สารตั้งต้นที่เอามาทำยาเสพติด แต่อยู่ที่การควบคุมไม่ให้ตกไปอยู่ในมือผู้ผลิต...พ่อค้ายาเสพติด ส่วน “ผู้เสพ”...คือ “ผู้ป่วย” ต้องได้รับการบำบัด เยียวยาชีวิตให้กลับคืนสู่สังคมได้ วังวนปัญหา...ต้องแก้อย่างเป็นระบบสอดรับกันไป

ที่สำคัญอย่าลือ...มโนกันไปเรื่อยถ้าไม่รู้จริง ควรใช้ปัญญาให้มากกว่าอารมณ์.

28 มิ.ย. 2559 09:48 28 มิ.ย. 2559 13:04 ไทยรัฐ