วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อังกฤษแตกแล้วแตกอีก

ผลประชามติของสหราชอาณาจักร ให้ออกจาก สหภาพยุโรป ด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 51.9 ต่อ 48.1 ไม่เพียงส่งผลให้สหราชอาณาจักรต้องออกจากสหภาพยุโรปในอีกไม่เกิน 2 ปีข้างหน้า แต่ยังส่งผลให้เกิด การแตกแยก ในสหราชอาณาจักร มากมายตั้งแต่ การแตกแยกในพรรครัฐบาล (พรรคคอนเซอร์เวทีฟ) หลัง เดวิด คาเมรอน ประกาศลาออกจากนายกรัฐมนตรีเพื่อแสดงความรับผิดชอบ การแตกแยกในพรรคแรงงาน (ฝ่ายค้าน) ไปจนถึงการแตกของสหราชอาณาจักร เมื่อ สกอตแลนด์ เตรียมจะลงประชามติครั้งใหม่ เพื่อแยกตัวออกจากสหราชอาณาจักร

งานนี้เขาเรียกว่า Lose-Lose Result คือ พังกับพัง ไม่ใช่ Win-Win

อังกฤษ ดูเหมือนจะพังมากกว่าเพื่อน วันนี้ชาวอังกฤษเริ่มแตกแยกเป็นสองฝ่ายคือ ฝ่ายที่ลงมติให้ออก กับฝ่ายที่ลงมติให้อยู่ ต่างก็ออกมาด่ากันเอง ฝ่ายที่แพ้ซึ่งมีคะแนนเสียงสูงถึงร้อยละ 48.1 ก็จัดเว็บไซต์ล่ารายชื่อเพื่อยื่นต่อรัฐสภาอังกฤษให้มีการลงประชามติใหม่ แค่สองวันก็มีผู้ร่วมลงรายชื่อแล้วกว่า 3 ล้านคน โดยอ้างว่ามีผู้มาออกเสียงประชามติไม่ถึงร้อยละ 75 และผู้ออกเสียงให้ออกมีไม่ถึงร้อยละ 60

แต่ทุกฝ่ายก็เชื่อว่ารัฐสภาอังกฤษ คงไม่ลงมติให้มีการออกเสียงประชามติใหม่

ผมดูแล้วก็หวั่นว่าสังคมอังกฤษจากนี้ไป จะตกอยู่ในสภาพเผชิญหน้ากันระหว่าง ฝ่ายที่หนุนให้ออก ซึ่งเป็น คนรุ่นใหญ่ ที่เจ็บมาเยอะแล้ว กับ ฝ่ายที่หนุนให้อยู่ ซึ่งเป็น คนรุ่นใหม่ ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ ผมก็ได้แต่หวังว่า จิตประชาธิปไตย ที่ยาวนานของชาวอังกฤษ จะช่วยยับยั้งความรุนแรงทั้งหลายที่อาจจะเกิดขึ้นได้

แม้แต่ นางแองเจลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมัน พี่ใหญ่แห่งยุโรป ก็ออกมาเตือน บิ๊กๆในองค์กรสหภาพยุโรป ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ไล่อังกฤษ ให้รีบออกไปจากยุโรปทันทีว่า ไม่ควรพูดจาหยาบคายและกดดันสหราช อาณาจักร ให้รีบถอนตัวออกจากอียู การเจรจาจะต้องเกิดขึ้นคล้ายการเจรจาธุรกิจ ท่ามกลางบรรยากาศที่ดี สหราชอาณาจักรยังเป็นหุ้นส่วนที่ใกล้ชิดกับอียู มีความผูกพันเชิงธุรกิจกันอย่างแนบแน่น

ความแตกแยกที่เกิดขึ้นใน สหภาพยุโรป และ สหราชอาณาจักร ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเสียหายอย่างหนักในวัน แบล็ก ฟรายเดย์ 24 มิถุนายน ข้อมูลจาก S&P Global ระบุว่า วันศุกร์ทมิฬ 24 มิถุนายน เงินหายไปจากตลาดหุ้นทั่วโลกกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ราว 71 ล้านล้านบาท มากกว่าวันวิกฤติการเงินแฮมเบอร์เกอร์ที่ เลห์แมนบราเดอร์ ล้ม วันนั้นเงินหายไปจากตลาดหุ้นทั่วโลกราว 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ราว 67.45 ล้านล้านบาท

เฉพาะ ตลาดหุ้นอังกฤษ ตลาดเดียว ดัชนีฟุตซี่ 100 พังไปกว่า 125,000 ล้านปอนด์ ราว 171,000 ล้านดอลลาร์ กว่า 6 ล้านล้านบาท เกือบครึ่งหนึ่งของจีดีพีประเทศไทย

มีเพียง ตลาดหุ้นสวีเดน ฟินแลนด์ มอนเตเนโกร ที่ยังแฮปปี้ บวกขึ้นไปหลายสิบจุด ส่วน ตลาดหุ้นไทย ถือว่ากระทบน้อยมาก ลบไปแค่ 20.72 จุดเท่านั้น ถือว่าไกลตัว

แต่จากนี้ไปที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดก็คือ The City ศูนย์กลางการเงินของอังกฤษและของโลก ที่ตั้งของธนาคารและบริษัทการเงินต่างชาติมากที่สุดในโลกกว่า 250 แห่ง มีสัดส่วนการปล่อยกู้ของธนาคารระหว่างประเทศสูงถึง 17% ของโลก 90% ของวาณิชธนกิจสหรัฐฯในสหภาพยุโรปมีฐานอยู่ที่ลอนดอน 45% ของการค้าโลกที่ซื้อขายด้วยเงินสกุลยูโร ซื้อขายกันที่อังกฤษถึง 78% รวมทั้งกิจกรรมตลาดทุนของสมาชิกอียูอีก 27 ประเทศก็ทำกันในอังกฤษเป็นหลัก

กรุงลอนดอน ยังเป็น ศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนเงินตราโลกถึง 41% ของการแลกเปลี่ยนทั้งโลก เป็นศูนย์กลางซื้อขายเงินดอลลาร์มากกว่าสหรัฐฯที่เป็นเจ้าของเงินเสียอีก เป็นศูนย์กลางตลาดประกันภัยที่ใหญ่อันดับ 3 ของโลก และ เป็นศูนย์กลางบริหารกองทุนอันดับ 2 ของโลกด้วยมูลค่ากว่า 6.8 ล้านล้านดอลลาร์ กว่า 241.4 ล้านล้านบาท

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป คนไทยและชาวโลกก็หนีไม่พ้นผลกระทบแน่นอน.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

28 มิ.ย. 2559 09:39 ไทยรัฐ