วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใบอนุญาต ศูนย์เวิลด์พีซ พม.ไล่สอบ

ผิดวัตถุประสงค์ ดีเอสไอแจ้งจับ โฆษกธรรมกาย

ดีเอสไอประเมินสถานการณ์ก่อนขอหมายค้นวัดพระธรรมกายรอบสอง พร้อม ปฏิบัติการลิดกิ่งก้าน ส่ง ผอ.กองกฎหมายแจ้งกองปราบฯ เล่นงาน “องอาจ ธรรมนิทา” โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัด หมิ่นประมาทผ่านช่องธรรมกายชาแนล ขณะเดียวกัน พระพุทธะอิสระโร่แจ้งตำรวจ สภ.คลองหลวง เอาผิด “องอาจ” พร้อมคณะศิษยานุศิษย์ 3 ข้อหา ทำเอาคู่กรณีโวยลั่น ทำไมดีเอสไอ-พระพุทธะอิสระ ใจตรงกัน ด้านรองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พม.) ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซวัลเล่ย์ เขาใหญ่ ขู่ฟ่อหากครอบครองที่ดินผิดกฎหมายเจอยึดคืนหลวง ด้านฝ่ายกฎหมายโครงการฯสวนกลับ ซื้อที่ดินมาอย่างถูกต้อง ส่วน สปก.โคราช ใช้จีพีเอสจับพิกัด พบแนวรั้วทิศตะวันตกของเวิลด์พีซรุกเข้าไปในแนวเขต สปก. ประมาณ 50 ไร่

ดีเอสไอยังคงกดดันต่อเนื่องในหลายมาตรการ กรณีพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เบี้ยวนัดรับทราบข้อกล่าวหาในคดีความผิดฐานสมคบและร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร หลังมีชื่อเป็นผู้รับเช็คบริจาคจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด อ้างอาพาธเดินไม่ได้ รวมทั้งบรรดาศิษยานุศิษย์ที่ออกมาปกป้อง ไม่ให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเข้าตรวจค้นวัด

โดยเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 มิ.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายมหิธร กลั่นนุรักษ์ ผอ.กองกฎหมาย กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เข้าพบ พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก.รรท.ผบก.ป. แจ้งความดำเนินคดีนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ในข้อหาหมิ่นประมาท และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พร้อมนำเอกสารหน้าเว็บไซต์ ซีดีบันทึกภาพและเสียงการแถลงข่าวของช่องดีเอ็มซี หรือช่องธรรมกายแชนแนล เผยแพร่ออกอากาศเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา มอบให้พนักงานสอบสวนใช้เป็นหลักฐาน เนื่องจากนายองอาจพูดจาให้ดีเอสไอเสื่อมเสียเป็นที่เข้าใจผิดแก่ประชาชน ผ่านการแถลงข่าวช่องดังกล่าว มีผลกระทบต่อรูปคดี แต่ขอให้โฆษกของกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นผู้ให้รายละเอียด

ขณะที่ พล.ต.ต.ชาญกล่าวว่า ได้รับเรื่องไว้เรียบร้อย พร้อมเตรียมจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาสอบสวนสืบสวนข้อเท็จจริง เบื้องต้นจะสอบปากคำผู้ร้องพร้อมกับพิจารณาพยานหลักฐานที่ดีเอสไอนำมามอบให้ และอาจจะประสานให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เข้าช่วยในการตรวจสอบ ส่วนการจะออกหมายเรียกนายองอาจมาเข้าพบหรือไม่นั้น ต้องรอพิจารณาหลักฐานข้อเท็จจริงอีกครั้ง

ต่อมา คณะโฆษกดีเอสไอออกแถลงการณ์ให้สื่อมวลชนผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ผู้สื่อข่าวประจำดีเอสไอ ระบุว่า ตามที่นายองอาจ ธรรมนิทา ผู้แสดงตนเป็นโฆษกคณะศิษยานุศิษย์ของวัดพระธรรมกาย แถลงข่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ธรรมกายแชนแนล หรือ DMC ทาง www.dmc.tv เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.59 ต่อกรณีตามที่มีข่าวว่าดีเอสไอพบเช็คสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นโอนมาวัดพระธรรมกายเพิ่มอีก 400 ล้านบาท และนายองอาจได้แถลงข่าวพาดพิงการปฏิบัติหน้าที่ของดีเอสไอโดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับการที่ดีเอสไอระดมสรรพกำลังนับพันนายจะดำเนินคดีกับพระเทพญาณมหามุนี อีกทั้งคณะศิษย์ได้ช่วยเหลือเยียวยาเงินที่วัดรับมาหมดแล้ว และทางสหกรณ์ได้ทำหนังสือขอบคุณทางวัด รวมทั้งไม่ติดใจดำเนินคดีทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา การกระทำของดีเอสไอไม่เกิดประโยชน์กับสมาชิก ตามข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นคดีอาญาที่มิใช่ความผิดอันยอมความได้

แถลงการณ์ของดีเอสไอระบุต่อว่า การสอบสวนดำเนินคดีจะต้องเป็นไปตามกฎหมายคือสอบสวนจนเสร็จสิ้น และส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการ การแสดงเจตนาไม่ดำเนินคดีของสหกรณ์ฯ ไม่อาจทำให้คดีอาญาหยุดลง และการปฏิบัติหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นการดำเนินการตามกฎหมาย โดยมีสหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์จะเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์สุดท้าย นอกจากนั้น ยังมีประเด็นที่กล่าวถึงพระพุทธะอิสระ และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ที่เป็นตัวตั้งตัวตีให้ดำเนินคดีกับพระเทพญาณมหามุนี เป็นผู้ต้องหาในคดีกบฏของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ได้ส่งฟ้องแล้ว อัยการได้พิจารณาสั่งฟ้อง และคดีล่วงเลยมามากกว่า 2 ปี ขั้นตอนล่วงเลยจนจะเป็นจำเลยขึ้นศาลแล้ว ข่าวกลับเงียบสนิท ดีเอสไอได้ออกหมายเรียก หมายจับ หมายค้น ทั้งคู่มาสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อส่งอัยการสั่งคดีขึ้นสู่ศาลโดยเร็วหรือไม่ ประเด็นดังกล่าวคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เนื่องจากพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้สอบสวนดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวเสร็จสิ้น และส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ การนำเสนอข่าวของนายองอาจดังกล่าว ทำให้ผู้อื่นเข้าใจได้ว่าดีเอสไอไม่ดำเนินการตามกฎหมาย เลือกปฏิบัติ อันอาจทำให้ผู้อื่นดูหมิ่นหรือเกลียดชังกรมสอบสวนคดีพิเศษ มอบหมายให้ ผอ.กฎหมายเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญากับนายองอาจ และขอประชาสัมพันธ์มาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า คดีนี้ รมว.ยุติธรรม ไม่เคยแทรกแซงหรือสั่งการใดๆ เป็นเพียงการให้นโยบายเท่านั้น ส่วนกรณีกลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกายใช้โล่มนุษย์ ไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นวัดนั้น กลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่ได้มาปฏิบัติธรรมจริง มีการเตรียมการ มีการปกปิดใบหน้า ตั้งแผงกั้นเหล็กกีดขวางทางเข้าออก ดีเอสไอได้ทยอยแจ้งดำเนินคดี เพราะเป็นการขัดขวางเจ้าหน้าที่ ส่วนการขอหมายค้นรอบ 2 อยู่ระหว่างนำปัญหาอุปสรรคในการเข้าตรวจค้นรอบแรกมาวิเคราะห์ อยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ รอเวลาที่เหมาะสมในการจับกุมพระธัมมชโย ส่วนกรณีวัดพระธรรมกายเปิดศูนย์ปฏิบัติธรรม เวิลด์พีซ วัลเล่ย์ ที่เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา โดยมิชอบก่อนหน้านี้ได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีหลายพื้นที่ที่วัดพระธรรมกาย บุกรุกที่ดิน กำลังตรวจสอบว่ามีทั้งหมดกี่แห่ง ในส่วนที่ดีเอสไอเข้าตรวจสอบมี 2 จังหวัดคือ พังงา นครราชสีมา เบื้องต้นยังไม่พบชื่อพระธัมมชโยครอบครองที่ดินดังกล่าว

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเช้า ที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือพระพุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม เข้าพบ พ.ต.ท.วิเชียร เหมือนสุวรรณ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.คลองหลวง เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย 3 ข้อหา พระพุทธะอิสระกล่าวว่า เรื่องแรกให้ดำเนินคดีนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์ หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ใส่ร้ายว่าตนมีอภิสิทธิ์ในทางคดีกว่าผู้ต้องหาอื่น

2.ให้ดำเนินคดีนายองอาจ และนางกรรณิการ์ อยู่ศรี รวมทั้งสมาชิกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ข้อหาดูหมิ่นขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ ร่วมกันข่มขืนใจเจ้าหน้าที่ ให้จำต้องละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามหมายค้นและหมายจับศาลอาญา ข้อหาช่วยพระเทพญาณมหามุนี ผู้กระทำความผิดหรือผู้ต้องหาว่ากระทำความผิดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ข้อหาผู้ใช้ผู้จ้างวาน ผู้ยุยงส่งเสริมผู้สนับสนุนผู้ให้ความช่วยเหลือผู้ให้ความสะดวกแก่ผู้กระทำความผิด เรื่องที่ 3 ให้ดำเนินคดีบุคคลและคณะบุคคลผู้ก่อตั้งกองทุนเฉพาะกิจลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย เรี่ยไรเงินนำไปชดใช้หนี้ตามคำพิพากษา หรือค่าปรับแก่วัดพระธรรมกาย และพระเทพญาณมหามุนีเพื่อให้พ้นความผิดตามกฎหมาย

ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย แถลงข่าวถึงเรื่องที่ถูกดีเอสไอแจ้ง ความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และถูกพระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือพระพุทธะอิสระ แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทที่ สภ.คลองหลวง ว่าไม่ได้มีเจตนาหมิ่นประมาทดีเอสไอ และพระพุทธะอิสระการแถลงข่าวที่ผ่านมามีแต่การ ตั้งคำถาม และนำเสนอความจริงที่เกิดขึ้นต่อสื่อมวลชน เป็นการพูดโดยหลักการว่า หน่วยงานราชการต้องดำเนินการด้วยความโปร่งใส ไม่ให้สังคมเกิดข้อสงสัยว่าเป็นการทำงานแบบ 2 มาตรฐาน หรือมีใบสั่ง ไม่มีข้อความใดๆยืนยันว่า ดีเอสไอหรือหน่วยงานของรัฐใด กระทำความผิดต่อกฎหมายอย่างไร ทั้งนี้ดีเอสไอเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย มีอาวุธ เมื่อดีเอสไอตั้งตัวเป็นคู่กรณีแจ้งความกล่าวโทษใคร คนคนนั้นย่อมต้องกลัว แต่ตนพร้อมจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนข้อกล่าวหาของพระสุวิทย์ มีหลายประเด็นที่น่าแปลกใจ อาทิ การตั้งกองทุนเพื่อเยียวยาช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ที่เดือดร้อน กลับถูกกล่าวโทษว่าเป็นความผิด คงต้องให้ฝ่ายกฎหมาย ดูรายละเอียดก่อน แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่า พระพุทธะอิสระ มีใจตรงกับดีเอสไอ แจ้งความตนในวันเดียวกันอย่าง น่าแปลกใจ โดยในเวลา 14.00 น. วันที่ 28 มิ.ย.คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย จะไปสอบถามเร่งรัดการดำเนินคดีข้อหากบฏของพระพุทธะอิสระ และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษต่อไป

ส่วนการตรวจสอบศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซ วัลเล่ย์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อเวลา 10.30 น. นายณรงค์ คงคำ รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบก่อนเปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติธรรมดังกล่าว มีเนื้อที่กว่า 480 ไร่ อยู่ในพื้นที่นิคมสร้างตนเองลำตะคอง วันนี้ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาลงพื้นที่ เพื่อพบและพูดคุยกับตัวแทนของศูนย์ปฏิบัติธรรมดังกล่าว พร้อมทั้งขอตรวจสอบเอกสารการครอบครองเพิ่มเติม ซึ่งก่อนหน้านี้ได้นำเอกสารสิทธิ์การครอบครองที่ถูกต้องทั้ง น.ส.3 และโฉนดที่ดินมาแสดง 13 แปลง จากทั้งหมด 20 แปลง ระบุมูลนิธิตะวันธรรมเป็นผู้ครอบครอง ยังเหลืออีกกว่า 200 ไร่ หรือ 7 แปลงที่ยังรอพิสูจน์ ว่ามีเอกสารสิทธิ์การครอบครองถูกต้องหรือไม่

นายณรงค์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้มูลนิธิตะวันธรรมในฐานะผู้ดูแลพื้นที่ ได้ขออนุญาตก่อสร้างไปยัง อบต.โป่งตาลอง เมื่อวันที่ 11 ก.ย.56 แต่โดยหลักเกณฑ์ การดำเนินกิจการที่อยู่นอกเหนือจากทำการเกษตร จะต้องยื่นเอกสารขออนุญาต เพื่อขอแปลงวัตถุประสงค์กับกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการซึ่งเป็นกรมต้นสังกัด แต่ถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ามีการอนุญาตแต่อย่างใด โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้คาดหวังว่า ศูนย์ปฏิบัติธรรมจะนำเอกสารการครอบครองในส่วนที่เหลือกว่า 200 ไร่ มาแสดง หากได้มาอย่างถูกต้อง และยังประสงค์ที่จะเดินหน้าก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมต่อ ต้องยื่นเอกสารขอเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้ที่ดินไปยังกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการตามหลักเกณฑ์ แต่ถ้าหากที่ดินส่วนที่เหลือมีการครอบครองอย่างผิดกฎหมาย กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการมีอำนาจยึดที่ดินกลับมาเป็นของรัฐ และสามารถสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ดังกล่าวได้

ขณะที่พระสมชาย วัษธีโร ที่ประจำอยู่ในโครงการฯ เผยว่า อยู่ในโครงการฯนี้ประมาณ 1 ปีเศษ รับมอบหมายให้มาดูเรื่องการปฏิบัติธรรม ส่วนเรื่องการได้มาของที่ดินหรือการก่อสร้างอะไรนั้นไม่รู้รายละเอียด พร้อมให้นายสุธี ช่วยบำรุง ทนายความและฝ่ายกฎหมายของโครงการฯ ให้รายละเอียดแทน โดยนายสุธีเผยว่า โครงการฯนี้ซื้อที่ดินมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีเอกสารสิทธิเป็นโฉนดและ น.ส.3 ก. รวม 480 กว่าไร่ แต่บางแปลงยังเป็นชื่อลูกศิษย์ที่มีจิตศรัทธาถวาย ยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อทางทะเบียน เมื่อถามว่า ตามระเบียบที่ดินของนิคมลำตะคอง ต้องทำการเกษตรเท่านั้น นายสุธีตอบว่า ช่วงที่ไปขออนุญาตการก่อสร้างกับ อบต.โป่งตาลอง เจ้าหน้าที่บอกว่าถูกต้องแล้ว ส่วนที่จะต้องไปขอเปลี่ยนวัตถุ-ประสงค์นั้น โครงการฯไม่ได้เป็นสมาชิกนิคม จึงไม่จำเป็น พร้อมนำโฉนดที่ดิน และ น.ส.3 ก.รวม 3 แปลง เนื้อที่ 95 ไร่มอบให้นายณรงค์ตรวจสอบ ส่วนที่เหลือจะไปติดตามหาเพิ่มเติมเพื่อให้ตรวจสอบต่อไป

บ่ายวันเดียวกัน ที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา นายชำนาญ กลิ่นจันทร์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา กล่าวถึงกรณีการก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม เวิลด์พีซ วัลเล่ย์ ซึ่งมีผู้ร้องเรียนว่าอาจมีการรุกล้ำที่ดิน ส.ป.ก.และนิคมสร้างตนเองลำตะคอง ว่าได้นำภาพแนวเขต ส.ป.ก.มาซ้อนกับภาพถ่ายทางอากาศแล้ว พบว่าตำแหน่งของศูนย์ปฏิบัติธรรมอยู่ในเขตพื้นที่ของนิคมสร้างตนเองลำตะคอง โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่องจีพีเอสจับพิกัดบริเวณด้านนอกรอบแนวรั้วของศูนย์ปฏิบัติธรรม พบว่าแนวรั้วด้านทิศตะวันตกรุกล้ำเข้าไปในแนวเขตของ ส.ป.ก. ประมาณ 50 ไร่ และยังไม่มีสิ่งปลูกสร้าง ขณะนี้กำลังประสานงานให้ผู้ครอบครองที่ดินบริเวณดังกล่าว นำเอกสารสิทธิการครอบครองพื้นที่มายืนยันและตรวจสอบว่าถูกต้องหรือไม่

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในเรื่องนี้ว่า มอบให้นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ประสานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง พูดคุยอยู่ตลอด โดยจะมีกำหนดเข้าหารือคณะสงฆ์ต่อไป จากนั้นการดำเนินการขึ้นอยู่กับคณะสงฆ์ ว่าจะมีกระบวนการอย่างไร คณะสงฆ์ต้องการให้เรื่องยุติจบลงด้วยดี ส่วนคดีอาญาปล่อยดำเนินการไป ขณะที่คดีทางธรรม ขณะนี้มีบางคนได้ไปยื่นหนังสือกับเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ท่านก็ต้องพิจารณาไปตามกรอบของพระธรรมวินัย ระเบียบข้อบังคับของคณะสงฆ์ โดยเบื้องต้นเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เรียกว่าเป็นเจ้าคณะพระสังฆาธิการ มีหน้าที่ทางการปกครองในพื้นที่ ต้องให้ท่านทำตามกรอบของท่านก่อน จะมีอะไรออกมาต้องรอดู แต่ต้องมีข้อยุติ เรื่องนี้ไม่ถึงขั้นต้องนำเข้าหารือที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่พระธัมมชโยจะออกมามอบตัวเอง นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ไม่รู้ ต้องรอดู พูดอะไรไม่ได้ เพราะไม่เห็นทุกอย่างครบถ้วน เมื่อถามว่า พศ.โดนวิจารณ์หนักว่าดำเนินการเรื่องนี้ไม่เด็ดขาด นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ทุกฝ่ายช่วยกันทำงาน ไม่ได้คิดเรื่องอื่น เมื่อถามกระแสข่าวปลด ผอ.พศ. นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ถามอีกแล้ว มันจบไปแล้ว ไม่มีอะไร

ดีเอสไอประเมินสถานการณ์ก่อนขอหมายค้นวัดพระธรรมกายรอบสอง พร้อม ปฏิบัติการลิดกิ่งก้าน ส่ง ผอ.กองกฎหมายแจ้งกองปราบฯ เล่นงาน “องอาจ ธรรมนิทา” โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัด หมิ่นประมาทผ่านช่องธรรมกายชาแนล 28 มิ.ย. 2559 08:00 ไทยรัฐ