วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กตู่-เสียงแข็ง ประชามติ ไม่ผ่านก็ไม่ออก

ย้ำคนละเรื่องกับอังกฤษ สุดารัตน์นัดถกอดีตส.ส.

“ประยุทธ์” เสียงแข็งไม่ลาออกเซ่นพ่ายประชามติ เลียนแบบนายกฯ ผู้ดี ลั่นเขียนกติกามากับมือ อังกฤษไม่ได้มีปัญหาแบบไทยเทียบกันไม่ได้ ฮึ่มเตือนแล้ว “เทพเทือก-ตู่” ถ้าผิด ก.ม.ก็ผิดทั้งคู่ “บิ๊กป้อม” ป้องนายกฯ โบ้ยรัฐบาลไม่เกี่ยวไม่ได้ร่าง รธน. โยน กกต.ชี้ผิดถูก “สุเทพ-จตุพร” จ้อ รธน.ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ด้าน “สมชัย” การันตี “ณัฐวุฒิ” ผุดรายการไม่ผิด ขู่ระวังผิด ก.ม.กระจายเสียง-ก.ม.ประชามติ ม.61 (1) และ (3) “สุเทพ” ชมเปาะ รธน.ขีดปฏิรูปตำรวจถูกใจ กปปส. “จตุพร” สวนช็อตต่อช็อตดันยกระดับสีกากีเทียบเท่าอัยการและศาล ม.มหิดล เปิดเวทีชำแหละร่าง รธน. “สมศักดิ์” ซัดเขียน รธน.ด้วยความเคียดแค้น “นิพิฏฐ์” ฉะตรรกะผิด กลัว พท.ชนะเป็นรัฐบาลจนเลยเถิด “สุดารัตน์” จวก คสช.สร้างประชาธิปไตยที่ถูกควบคุม ผูกยุทธศาสตร์ 20 ปี มัดรัฐบาลเป็ดง่อย รับนักการเมืองเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา ถกนอกรอบเพื่อนนักการเมือง สัปดาห์หน้านัดจับเข่าคุยอดีต ส.ส.ทุกพรรค ตั้งโจทย์แก้ปัญหาชาติ

จากกรณีที่แกนนำพรรคเพื่อไทยอ้างโมเดลของประเทศอังกฤษที่นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ลาออกจากตำแหน่ง หลังแพ้ประชามติถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป มาเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลาออกหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันจะไม่ลาออก เพราะอังกฤษไม่ได้มีปัญหาแบบประเทศไทย

“บิ๊กตู่” ย้ำปฏิรูป สปน.ต้องไร้ทุจริต

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 27 มิ.ย.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาสำนักนายกรัฐมนตรีครบรอบปีที่ 84 โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และข้าราชการร่วมงานโดยพร้อมเพรียง

ต่อมาเวลา 10.30 น. ภายหลังเสร็จพิธี พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ขอขอบคุณข้าราชการที่ช่วยกันทำงานและต้องช่วยกันทำปีที่ 85 ให้เป็นไปอีกยาวนาน ทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพราะต้องมีการปฏิรูปตั้งแต่ตนเอง ข้าราชการต้องจัดระเบียบกฎหมาย การบริหารราชการใหม่ทั้งหมด ได้พูดคุยกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ แล้ว จะต้องปฏิรูปปรับระบบการทำงานในช่วงปีที่ 2 ไปแล้วให้มีประสิทธิภาพ ไม่ให้มีการทุจริตคอร์รัปชัน บูรณาการกับทุกหน่วยงาน ปิดช่องว่างที่จะทำให้เกิดการทุจริต

เตือน “เทือก–ตู่” ถ้าผิด ก.ม.ก็ผิดทั้งคู่

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า หลายคนหลายพวกไปพูดจาที่ต่างประเทศทำให้ประเทศเสียหาย อย่างที่มีคนไปพูดที่เยอรมัน เคยเปิดดูไหม มีใครไปจัด นักวิชาการอาจารย์ที่ไหนไปดูมา อันที่สองคือการไปพูดจา วันนี้ให้ติดตามดูอยู่ว่าผิดกฎหมายหรือเปล่า ภาคเหนือมีชื่ออดีต ส.ส.บางพรรค บางคนไม่อยากเอ่ยชื่อ ไปพูดกับชาวบ้านบอกว่าถ้าร่วมมือกับรัฐบาลในทุกเรื่องจะถูกตัดสิทธิ์ 15 ปีในโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือ 30 บาทรักษาทุกโรคมันใช่ที่ไหน ประชาชนต้องฟังรัฐบาลฟังตนพูดบ้าง ปล่อยให้คนพวกนี้พูดอยู่ได้

เมื่อถามว่าได้ติดตามความเคลื่อนไหวการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ได้เตือนไปแล้วว่าจะผิดกฎหมาย ทั้งส่งคนเตือนและเตือนผ่านสื่อ ฝากคนโน้นคนนี้ไปเตือน เตือนทั้งสองคน ถ้าผิดกฎหมายก็ผิดทั้งคู่ และคิดว่าคงจะเข้าใจ เมื่อถามว่าจะขอร้องให้ทั้งนายสุเทพ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.หยุดหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า แล้วแต่ท่าน ตนว่าด้วยข้อกฎหมายเท่านั้น ต้องไปดูว่ามันเป็นอย่างไร สาเหตุมาจากอะไร และใครผิดใครถูก ที่ผ่านมาถ้าผิดก็ผิดทั้งหมดย้อนไปตั้งแต่ต้น ใครผิดบ้าง ผิดมากผิดน้อยก็ว่ามามันก็ผิด แล้วจะมีปัญหาไหม และในต่างประเทศจะช่วยอธิบายให้ตนไหม คงไม่หรอก

บ่นใช้ ก.ม.ไม่ได้ก็อยู่กันไปแบบนี้

เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ใกล้วันลงประชามติแล้ว แต่ร่างรัฐธรรมนูญยังไม่ถึงมือประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่าไม่ห่วง แต่อยากจะถามว่ามีคนสักกี่คนที่ศึกษารัฐธรรมนูญ สื่ออ่านฉบับเต็มหรือยัง ถ้าอ่านแล้วต้องช่วยอธิบายว่ามีที่ไม่ดีตรงไหน สิทธิอันไหนหายไป มีเหตุผลหรือเปล่า สิ่งสำคัญต้องมีกฎหมายลูก พอทำก็ทะเลาะกันอีก แล้วจะให้ทำอย่างไร ไม่ต้องการอะไรเปลี่ยนแปลงกันเลยใช่ไหม สื่อต้องการให้บ้านเมืองเป็นอย่างนี้ใช่ไหม ก็เอา เมื่อถามว่า โพลต่างๆที่สำรวจความเห็นเรื่องการลงประชามติระบุประชาชนส่วนหนึ่งรับและไม่รับชัดเจน เป็นการชี้นำหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ต้องดูว่าประชาชนเข้าใจหรือไม่เข้าใจ มีโพลก่อนหน้านี้กี่เปอร์เซ็นต์ที่ไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ส่วนจะรับไม่รับไม่เกี่ยวอะไรกับตน จะเดือดร้อนอะไรกับตน หากเห็นว่าเป็นการชี้นำก็แจ้งความสำนักโพลมาจะจับให้ ทุกอย่างต้องมีการร้องทุกข์กล่าวโทษ ร้องทุกข์มาแล้วยังจับไม่ได้เลย ไปเป็นปากเป็นเสียงให้เขาอยู่นั่น แล้วจะเอาอะไรกับตน ตนมีกฎหมายทุกอย่าง บอกมาจะให้ทำอะไรจับใครบอกมา ใช้กฎหมายก็ไม่ได้ พูดก็ไม่ได้ ก็อยู่กันแบบนี้แหละ

เสียงแข็งไม่ไขก๊อกแบบนายกฯผู้ดี

เมื่อถามถึงการประเมินสถานการณ์ผลประชามติของสหราชอาณาจักรให้ออกจากสหภาพยุโรป (อียู) พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ทีมเศรษฐกิจหารืออยู่แล้ว ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีรายงานชี้แจงออกมาแล้ว ส่วนนโยบายด้านการเงินเป็นเรื่องของคณะกรรมการนโยบายด้านการเงิน (กนง.) ไปแทรกแซงไม่ได้ สั่งการไปแล้วให้มีการเตรียมการและหามาตรการ เมื่อถามว่า มีการเทียบเคียงระหว่างนายเดวิด คาเมรอน นายกฯอังกฤษกับนายกฯไทยกรณีการจะทำประชามติ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “เทียบกันอย่างไร มันเป็นคนละเรื่องกัน ทำไมจะให้ผมลาออกใช่หรือไม่ ผมไม่ออกหรอก ผมเป็นคนกำหนดกติกาของผม เขาไม่ได้มาแบบผม บ้านเมืองเขาไม่มีปัญหาแบบบ้านเรา แล้วจะไม่รับผิดชอบกันเลยหรือ ทุกคนจะไม่ร่วมรับผิดชอบอะไรกับผมเลยหรือ สำหรับผมรับผิดชอบอยู่แล้วที่เข้ามาทำงานครั้งนี้ แล้วคนอื่นไม่รับผิดชอบอนาคตประเทศไทยเลยหรืออย่างไร ทำไมอนาคตประเทศอยู่ที่ผมคนเดียวหรืออย่างไร ทำไมถึงไม่ช่วยกันบ้าง วันนี้สวดมนต์ไปแล้วใจเย็นเพราะได้สวดมนต์” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

“บิ๊กป้อม” โบ้ยส่ง กรธ.รัฐบาลไม่เกี่ยว

ที่ศาลหลักเมือง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีขณะนี้มีการสร้างกระแสว่าให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการลงประชามติเช่นเดียวกับนายกฯอังกฤษว่า คนละเรื่องกัน อังกฤษรัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการ แต่ของเรารัฐบาลไม่ได้เป็นผู้ร่าง แต่เป็นเรื่องของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) รัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้

โยน กกต.ชี้ผิดถูกเฟซบุ๊กไลฟ์ “เทือก–ตู่”

เมื่อถามถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ มปท. และนายจตุพร พรหมพันธุ์ นปช.ใช้เฟซบุ๊กไลฟ์ในการรณรงค์รับและไม่รับร่างรัฐธรรมนูญว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้ว่าถูกหรือผิด หาก กกต.บอกว่าผิด ฝ่ายความมั่นคงพร้อมจะดำเนินการตามกฎหมายบนมาตรฐานเดียวกันไม่มีสองมาตรฐาน เราเปิดให้วิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญได้อยู่แล้วทุกพื้นที่ ตนไม่รู้เจตนาของนายสุเทพ ไม่ได้คุยกับท่าน ก็มีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบแล้วแต่ เป็นเรื่องของกรธ.กับ กกต.ต้องชี้แจงให้ทุกคนเข้าใจว่าจะดำเนินการอย่างไร เชื่อมั่นว่าเหตุการณ์จะไม่บานปลาย ไม่ต้องห่วงเราดูแลเต็มที่ ส่วนที่กลุ่มนักศึกษาชูป้ายโหวตโนร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าเกิน 5 คนก็ต้องโดนข้อหาขัดคำสั่ง คสช.ที่ระบุไว้

“วิษณุ” ปฏิเสธงัด ม.44 คุมประชามติ

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นด้วยกับการใช้มาตรา 44 ดูแลความเรียบร้อยการทำประชามติหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามาตรา 61 วรรคสองของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ขัดรัฐธรรมนูญชั่วคราวว่า พูดไปตามที่เคยตอบคำถามประชาชนในเวทีชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญของ กกต.ว่า หากมาตรา 61 วรรคสองใช้ไม่ได้ ยังมี พ.ร.บ.ประชามติอยู่และหาก พ.ร.บ.ดังกล่าวใช้ไม่ได้อีก ถ้ามีเหตุความวุ่นวายตะลุมบอนกัน รัฐบาลมีมาตรา 44 ในมือ แต่ไม่ใช่ว่าเตรียมจะใช้อุดช่องว่างหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย วันนี้ก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะมีความวุ่นวายขนาดนั้น กฎหมายที่มีถือว่าเอาอยู่ ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยอย่างไร พ.ร.บ.ประชามติที่เหลืออยู่เดินหน้าประชามติได้

พ่นเฟซบุ๊กต้องรับผิดชอบตัวเอง

นายวิษณุกล่าวอีกว่า ส่วนนายสุเทพและนาย จตุพรเผยแพร่ภาพสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์นั้น อธิบายรัฐธรรมนูญได้แต่อย่าให้ขัดมาตรา 61 พ.ร.บ.ประชามติ และต้องรับผิดชอบตัวเอง การบอกใครว่ารับหรือไม่รับทำได้ แต่ถ้าชักชวนเป็นกลุ่มก้อนจะเข้าข่ายปลุกระดมก็ผิด การพูดเท่ากับเป็นการโน้มน้าวอยู่แล้ว มาตรา 61 วรรคสองไม่ได้เอาผิดอะไร ขนาดว่าปลุกระดมก็ไม่ผิด ยกเว้นบอกว่าไม่ให้ไปลงประชามติ ตรงส่วนนี้ต่างหากที่ผิด

“สมชัย” ชี้ “ณัฐวุฒิ” จัดรายการไม่ผิด

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.เตรียมจัดรายการพิเศษชื่อ “ร่างรัฐธรรมนูญมีชัย ประเทศไทยเดินหน้าหรือถอยยาว” ออกอากาศทางโทรทัศน์พีซ ทีวี เวลา 18.30 น. 13 ครั้ง เท่ากับรายการของ กกต.ว่า หากจะจัดถือว่าไม่มีความผิด ถ้าไม่เป็นเท็จ ก้าวร้าว หยาบคายและปลุกระดม ไม่น่าจะมีปัญหา ถือว่าสร้างบรรยากาศให้ประชาชนตื่นตัวเกี่ยวกับสาระร่างรัฐธรรมนูญมากขึ้นด้วย แต่ขอให้ระมัดระวังด้วย เพราะยังมีกฎหมายที่ใช้บังคับรองรับอยู่ เช่น พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 (1) (3) และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระจายเสียง ฝากนายณัฐวุฒิด้วยให้ระมัดระวังเรื่องนี้ให้มาก ได้เตือนแล้วถ้าไม่เชื่อก็ลอง ถือว่าออกตัวเร็วไปหน่อย น่าจะดูผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 29 มิ.ย. ก่อนว่าการเผยแพร่ผ่านสื่อจะเป็นปัญหาหรือไม่ หากพูดสิ่งที่เป็นเท็จ ก้าวร้าว และปลุกระดม จะถือว่าก่อความวุ่นวายหรือไม่

ห่วง “จตุพร” หลุดมากกว่า “สุเทพ”

นายสมชัยกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่นายสุเทพ และนายจตุพร พูดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ทั้งสองคนออกมาพูดได้ไม่ผิด แต่ขอให้ระมัดระวัง เพราะมีกฎหมายอยู่ เป็นห่วงนายจตุพรมากกว่า เพราะนายสุเทพอัดเทปไว้ล่วงหน้าคงตรวจดูความเรียบร้อยก่อนนำเสนอ แต่นายจตุพรจะนำเสนอสดผ่านสื่อโอกาสจะผิดพลาดน่าจะมีมากกว่า

จ้อง นศ.แจกใบปลิวส่วนตัวหรือรณรงค์

นายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม กล่าวถึงกรณีนายสุเทพและนายจตุพรพูดเรื่องร่างรัฐธรรมนูญผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ว่า การแสดงความคิดเห็นส่วนตัวผ่านช่องทางใดก็แล้วแต่ ไม่มีอะไรผิด แต่ต้องรับผิดชอบว่าไม่ใช้ข้อมูลเท็จ ไม่บิดเบือน ไม่ข่มขู่ให้คนออกเสียงไปทางใดทางหนึ่ง คนที่จะตัดสินว่าผิดหรือไม่ผิดคือศาล หากประชาชนเห็นว่าเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯ ทุกคนมีสิทธิแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษได้ สำหรับกรณีนักศึกษาแจกใบปลิวไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและถูกจับกุม ต้องดูว่าแสดงความคิดเห็นส่วนตัวหรือเป็นการรณรงค์ ส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำตัดสินเรื่องมาตรา 61 วรรคสอง วันที่ 29 มิ.ย. ไม่กังวล เพราะยังมีมาตราอื่นที่ไม่ได้มีปัญหา และทำให้การทำประชามติเดินหน้าต่อไปได้

“สุเทพ” ชม รธน.ปฏิรูป ตร.ถูกใจ กปปส.

เมื่อเวลา 14.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธาน มปท.ได้เผยแพร่ภาพสดผ่านโปรแกรม “เฟซบุ๊กไลฟ์” บนเฟซบุ๊ก Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) ชี้แจงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจว่า มวลมหาประชาชนต้องการเห็นการปฏิรูปตำรวจทันที แม้ถูกวิจารณ์ว่าเกิดขึ้นยาก แต่ขอยืนยันว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ระบุเรื่องการปฏิรูปตำรวจไว้ถูกใจ กปปส.ในมาตรา 258 ว่าต้องแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับหน้าที่ อำนาจ และภารกิจของตำรวจให้เหมาะสม คือ กฎหมายการบริหารงานบุคคลของตำรวจ และตำรวจต้องได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม ตำรวจจะต้องมีหลักประกันได้รับความเป็นธรรมกรณีโยกย้ายแต่งตั้ง เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง โดยใช้ระบบคุณธรรมและคำนึงถึงอาวุโส ความรู้ความสามารถประกอบ จึงขอสนับสนุนและแสดงความยินดีกับพี่น้องตำรวจไว้ล่วงหน้า

“จตุพร” ดันยก ตร.เท่าอัยการ–ศาล

ต่อมาเวลา 14.30 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ถึง การปฏิรูปตำรวจว่า ส่วนตัวเห็นว่าหากจะปฏิรูปตำรวจ ควรปฏิรูปให้ต่อเนื่องตั้งแต่ตำรวจ อัยการ ศาล และราชทัณฑ์ ต้องให้ตำรวจมีสถานะเท่าเทียมหรือใกล้เคียงอัยการ ศาล มิเช่นนั้นจะปฏิรูปไม่ได้ ถ้าจุดตั้งต้นไม่เท่ากัน ต้องยอมรับว่า ตำรวจยังห่างจากอัยการ ศาล ทั้งที่ปฏิสัมพันธ์ในกระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องเดียวกัน การปฏิรูปตำรวจมีไว้พูดกันเท่านั้น เพราะวันที่ตัวเองมีอำนาจกลับไม่คิดอ่านจะทำ ต้องนำความจริงมาว่ากัน หากพบการจ่ายเงินวิ่งเต้นโยกย้ายต้องเล่นงานให้เด็ดขาด รวมทั้งต้องปรับฐานเงินเดือนให้ตำรวจอยู่ภายใต้โลกแห่งความจริง การปฏิรูปตำรวจต้องมององค์รวมของกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ว่าใครเป็นพวกใคร ถ้า สตช.ยังมีชะตากรรมเช่นนี้ ไม่มีวันปฏิรูปตำรวจได้

“ณัฐวุฒิ”เอาบ้างเปิดรายการถก รธน.

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวว่า ตนเตรียมจะจัดรายการ “รัฐธรรมนูญฉบับมีชัย ประเทศไทยเดินหน้าหรือถอยยาว” รูปแบบเดียวกับ กกต. ทางสถานีพีซทีวี เวลา 18.30 น. เริ่มต้นตอนแรกวันที่ 1 ก.ค. จะทาบทามบุคคลหลายฝ่ายมาในรายการ ถือว่านำเสนอข้อเท็จจริงเรื่องรัฐธรรมนูญแบบตรงไปตรงมา หวังว่าผู้มีอำนาจคงจะไม่มาหาเรื่องหาราว สั่งยุติรายการ เมื่อ กกต.เลือกข้างได้ ตนจะนำเสนอข้อเท็จจริงอีกประการหนึ่ง ขอให้ผู้มีอำนาจอย่าได้สั่งยุติเฟซบุ๊กไลฟ์ของนายสุเทพเด็ดขาด เพราะสถานะของนายสุเทพ คือของใช้ฟุ่มเฟือยระบอบอนุรักษนิยม หลับหูหลับตาเชียร์รัฐธรรมนูญฉบับนี้

“ดาว์พงษ์” หนักใจแทน กกต.

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม และพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ร่วมชี้แจงแนวทางการร่วมมือในการเผยแพร่ประชา-สัมพันธ์การออกเสียงประชามติให้กับศึกษาธิการจังหวัดทุกจังหวัด ผอ.เขตการศึกษาประถมศึกษา และมัธยมศึกษาทุกเขตทั่วประเทศ ผู้บริหารในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และ ผอ.เลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัด รวม 350 คน โดยนายประวิช เป็นตัวแทนกกต.มอบคู่มือครู และคู่มือนักเรียน ให้แก่ พล.อ.ดาว์พงษ์ เพื่อส่งต่อไปยังครูและเด็กในพื้นที่ต่างๆต่อไป

พล.อ.ดาว์พงษ์กล่าวว่า การปลูกฝังประชาธิปไตยแก่เด็กๆเป็นเรื่องสำคัญ ต้องสอนเด็กให้แยกแยะเป็นว่าอะไรคือประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่ ประชาธิปไตยปลอม ไม่เช่นนั้นจะพูดแต่คำว่าประชาธิปไตยเป็นแผ่นเสียงตกร่อง การอบรมให้ความรู้การออกเสียงประชามติจึงสำคัญ ที่ กกต.ตั้งเป้าให้คนออกมาใช้สิทธิจำนวนมาก วันนี้หนักใจแทน กกต. เพราะเปอร์เซ็นต์ของคนที่จะมาใช้สิทธิครั้งนี้ ไม่เหมือนการเลือกตั้งทั่วไปที่มีหัวคะแนน

มอบคู่มือ นร.-ร่วมสังเกตการณ์ได้

ด้านนายประวิช รัตนเพียร กกต. กล่าวว่า กกต.ตั้งเป้าไว้ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ แม้จะรู้ดีว่าทำได้ยาก แต่รับไม่ได้กับตัวเลขคนใช้สิทธิ 57 เปอร์เซ็นต์เมื่อปี 50 นอกจากนั้นก็คิดว่าการที่เราจะใช้งบประมาณ 2,700 ล้านบาทในการทำประชามติ ควรให้คนไทยทุกคนมีส่วนร่วม ที่สำคัญควรให้เด็กกว่า 11 ล้านคนทั่วประเทศได้เรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับประชาธิปไตย มีส่วนร่วมรณรงค์ให้คนออกมาใช้สิทธิ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสนใจว่าเนื้อหาในคู่มือนักเรียน มีการอธิบายขั้นตอนและกฎหมายเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ กำหนดกิจกรรมรายสัปดาห์จำนวน 6 สัปดาห์ นอกจากจะให้เด็กทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทำประชามติแล้ว ยังให้มีการสำรวจในครอบครัวและชุมชนว่าพร้อมจะออกไปใช้สิทธิหรือไม่ นอกจากนั้นยังให้เด็กทำหน้าที่เป็นผู้สังเกตการณ์ในวันออกเสียงประชามติ และการนับคะแนนอีกด้วย

กรธ.คาด ก.ค.เจอโต้แย้งหนักหน่วง

ที่รัฐสภา นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. แถลงถึงการสังเกตการณ์อบรมวิทยากรเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญระดับหมู่บ้าน (ครู ค.) ว่า อนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์สรุปผลเบื้องต้น ภาพรวมน่าพอใจ ครอบคลุมพื้นที่ตามเป้าหมายที่กำหนดเอาไว้ ข้อขัดข้องมีบ้างคือ เอกสารสรุปเนื้อหาที่กกต.ยังพิมพ์ไม่เสร็จ ส่วนอุปสรรคเบื้องต้นยังไม่พบ ไม่มีการทะเลาะหรือสร้างความหวาดกลัว ทั้งนี้กรธ.ประสานงานกับสภาองค์กรชุมชน 7 แห่ง จัดอบรมวันที่ 28 มิ.ย. ส่วนการเผยแพร่ตามสื่อโทรทัศน์จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค.-3 ส.ค. เชื่อว่าช่วงเดือนก.ค.น่าจะเจอกับการโต้แย้งจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย จะมีประเด็นสื่อสารที่ไม่ตรงกับร่างรัฐธรรมนูญมากขึ้น มีมาตรา 61 ของ พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติและคำสั่ง คสช.ดูแลอยู่แล้ว ประเด็นที่ไม่นำไปสู่ความเข้าใจผิดมหันต์ กรธ.คงไม่ดำเนินการอะไร ถ้าบิดเบือนเนื้อหามากๆจะออกมาชี้แจง แล้วให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการต่อไป

“มหิดล” จัดเวทีชำแหละร่าง รธน.

อีกด้าน เมื่อเวลา 09.00 น. ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จ.นครปฐม สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ได้จัดเวทีถกแถลงสาธารณะในหัวข้อ “ร่างรัฐธรรมนูญกำกับรัฐบาลไว้อย่างไร” โดยมีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำกลุ่ม กทม. พรรคเพื่อไทย นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งนักวิชาการอิสระ ร่วมแสดงความเห็น โดยมีนายปกรณ์ อารีกุล หนึ่งในนักศึกษากลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่เข้าร่วมฟังด้วย ทั้งนี้ หลังจบการแสดงความเห็นนายปกรณ์ได้แจกเอกสาร “ความเห็นต่าง”เป็นคำอธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ 10 เรื่องที่น่ารู้ของกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ให้นักการเมืองและผู้ร่วมเสวนาด้วย

“สมศักดิ์”ซัดเขียน รธน.ด้วยความแค้น

นายสมศักดิ์กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอโทษสังคมที่เวลานี้มองนักการเมืองเป็นจำเลยนำปัญหาจนต้องรัฐประหาร 2557 ต้องมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ซึ่งขาดจิตวิญญาณประชาธิปไตยอย่างสิ้นเชิง เพราะตัดขาดจากประชาชน ขณะเดียวกัน การลงประชามติ 7 สิงหาคม พ่วงคำถามให้ ส.ว.เลือกนายกฯ แค่นักศึกษาแสดงความคิดเห็นประชามติร่างรัฐธรรมนูญยังเป็นเรื่องน่ากลัวและถูกจับกุม รัฐธรรมนูญนี้เขียนขึ้นด้วยความเคียดแค้นนักการเมือง ขอให้ย้อนไปดูฉบับปี 40 และ 50 ฉบับใดสร้างปัญหา หรือเอื้อประโยชน์ให้ประชาชนมากกว่ากัน ฉบับปี 40 มีแก่นรากมาจากประชาชน แต่การเริ่มต้นร่างรัฐธรรมนูญด้วยการปราบการโกงก็ผิดแล้ว อีกทั้งมาตรา 65 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีเป็นกับดักพรรคการเมืองได้เสียงข้างมากต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา หากไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติจะมีปัญหา เช่น คำสั่งใช้มาตรา 44 ให้เรียนฟรี 15 ปี แต่รัฐธรรมนูญกำหนดแค่ 12 ปี เมื่อมีรัฐบาลเลือกตั้ง คำสั่งมาตรา 44 ไม่มีผลแล้ว จะสร้างปัญหาใหม่หรือไม่จะแก้อย่างไร

“นิพิฏฐ์”ฉะตรรกะผิดกลัวจนเลยเถิด

ขณะที่นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ติดใจแนวคิดคนร่างที่ใช้ตรรกะผิด คือกลัวเสียงข้างมาก กลัวพรรคเพื่อไทยจะมาเป็นรัฐบาล การเอาความกลัวมาเป็นตัวตั้งจึงเลยเถิดถึงขั้นใช้คำถามพ่วงที่ให้นำ ส.ว. มาเลือกใครก็ได้มาเป็นหัวหน้ารัฐบาล ขัดหลักประชาธิปไตยใครได้เสียงข้างมาก ตนสนับสนุนทุกพรรคที่ได้เสียงข้างมากให้เป็นรัฐบาล แต่รัฐธรรมนูญนี้ไปไกลจนเลยเถิด รับไม่ได้ การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตั้งอยู่บนหลัก สังคมกระหายคนดี หรือขาดคนดี เพราะกลัวว่าสังคมไทยเลือกคนดีไม่เป็น จึงจะเลือกคนดีให้ และคนดีเหล่านี้จะไปเลือกนายกฯ ประชาชนกำลังตกหลุมพราง อีกเรื่องที่ตนสงสัยคือวันนี้สังคมไทยกำลังยอมรับเผด็จการใช่หรือไม่ การกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หากรัฐธรรมนูญนี้ผ่านต้องออกกฎหมายยุทธศาสตร์ชาติภายใน 120 วัน กลายเป็นรัฐบาล คสช.ออกแบบเพื่อผูกมัดรัฐบาลที่จะมาจากการเลือกตั้งไปอีก 20 ปี

ตัดสิทธิ ส.ส.เข้าทาง ครม.ซุกงบฯ

“การกำหนดให้ ส.ส.ที่ประชาชนเลือกมาขอแปรญัตติงบประมาณไม่ได้ เฉลี่ยปีละ 30 ล้านบาท ที่ซื้อความสุขให้ประชาชนได้ เพราะงบฯในต่างจังหวัด ต่างจากในเมืองมาก เมื่อรัฐธรรมนูญออกแบบเช่นนี้ ต่อไปคนที่จะใช้งบฯมากที่สุดคือ รัฐมนตรี ถ้าผมเป็นรัฐมนตรีมหาดไทย จะซ่อนงบกลมๆ ในกรมหนึ่ง 2 หมื่นล้านและใช้งบฯนี้ผ่านอธิบดีกรม เพราะเดิมทีกระจายงบเพื่อช่วยชาวบ้าน ต่อไปในอนาคตถ้ารัฐธรรมนูญนี้ผ่าน จะมีการทุจริตมากที่สุดคือในคณะรัฐมนตรี เพราะประชาชนเป็นอย่างไร นักการเมืองเป็นอย่างนั้น เมื่อรัฐธรรมนูญนี้แก้ไขยาก ดังนั้นจึงฉีกทิ้งง่ายกว่าการแก้” นายนิพิฏฐ์กล่าว

“หญิงหน่อย”จวก ปชต.ที่ถูกควบคุม

ด้านคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้พยายามควบคุมฝ่ายการเมือง ต่างจากรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยแบบสากล เข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนักการเมือง พรรคการเมืองเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา แต่การวางกลไกเช่นนี้รัฐบาลจากการเลือกตั้งจะกระดิกไม่ได้เลย ห่วงว่าจะกระทบต่อประชาชน ทุกคนสนับสนุนการปราบโกง แต่ต้องมีกลไกเอื้อให้รัฐบาลทำงานได้ด้วย การออกแบบรัฐธรรมนูญเช่นนี้ ทำให้รัฐบาลทำตามนโยบายที่แถลงต่อสภาฯไม่ได้ หากขัดต่อแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี เป็นรัฐบาลเป็ดง่อย ถือเป็นรัฐธรรมนูญที่จัดสรรอำนาจควบคุมรัฐบาลภายใต้อำนาจตุลาการ องค์กรอิสระ เช่น สตง. ป.ป.ช.และ ส.ว.250 คน อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จะมั่นใจได้อย่างไรว่าบุคคลที่มาทำหน้าที่ควบคุมกำกับดูแลจะเป็นกลาง เป็นอิสระและเป็นธรรม เพราะต้องพยายามทำให้ คสช.พอใจในการควบคุมรัฐบาล ถือเป็นระบบประชาธิปไตยที่ถูกกำกับควบคุม

เห็นพ้องนักการเมืองต้องร่วมแก้ปัญหา

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวต่อว่า ตนมองต่างจากนายนิพิฏฐ์ คือใครจะเป็นคนฉีกรัฐธรรมนูญ เพราะจะไม่มีการลากรถถังมาปฏิวัติแล้ว เนื่องจากเขาเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญนี้หมดแล้ว นักการเมืองต้องย้อนดูตัวเองแก้ไข ปรับตัว และได้ยินว่าหลังจากนี้จะมีการสั่งให้จดแจ้งทะเบียนพรรคใหม่ จึงยังไม่รู้ว่าใช้ชื่อพรรคอะไร แล้วจะมีซุปเปอร์บอร์ดเข้ามาคุม ทั้งนี้ ก่อนร่วมเวทีได้มีการหารือกันระหว่างตน นายนิพิฏฐ์ และนายสมศักดิ์ ในฐานะนักการเมือง เห็นตรงกันว่าจะมีการนัดพูดคุยเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยไม่เกี่ยวกับพรรคในสัปดาห์หน้า เราไม่ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อประเทศและคนรุ่นต่อไป

ปชต.ใหม่จี้นักการเมืองทำสัตยาบัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายวงสัมมนาเปิด โอกาสให้ผู้สนใจถกแถลงโดยนายโคทม อารียา อาจารย์ประจำสถาบันสิทธิมนุษยชนฯ มหาวิทยาลัยมหิดลและอดีต กกต.กล่าวว่า เสียดายที่ลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีการสร้างบรรยากาศความหวาดกลัว ร่างรัฐธรรมนูญนี้ไว้ใจ คสช. เพราะขอให้ คสช.ช่วยคิดแนวทางการปฏิรูปประเทศ คิดแผนพัฒนาประเทศในระยะยาว แต่ไม่ไว้ใจนักการเมือง เห็นได้จาก คสช.เป็นผู้แต่งตั้ง ส.ว.ให้อำนาจร่วมกับ ส.ส.คัดเลือกนายกฯและออกกฎหมาย

นายปกรณ์ อารีกุล หนึ่งในกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ได้ขอโอกาสว่า ร่างรัฐธรรมนูญนี้ต้องการกำกับรัฐบาล โดยไม่เข้าใจความเปลี่ยนแปลง หรือความคิดของประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เชื่อว่าคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ไม่ยึดติดหรือผูกขาดกับพรรคการเมืองหรือ ส.ส. แต่ กรธ.กลับไม่เข้าใจว่า คนกำกับรัฐบาลที่ดีที่สุดคือประชาชน ขณะนี้สื่อกำลังสนใจการลงประชามติอังกฤษ แต่ประชามติในไทยกำลังมีนักศึกษาถูกจองจำในเรือนจำ 7 คนแค่ออกให้ข้อมูลที่เห็นต่าง จึงอยากให้พรรคการเมืองร่วมกันทำสัตยาบันในการปฏิรูปการเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยจะดีกว่า

“สุดารัตน์-ตือ”รับนัดจับเข่าคุยอดีต ส.ส.

ต่อมาคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำกลุ่ม กทม. พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการนัดหารือกับนักการเมืองว่า จะเป็นการคุยกันก่อนไม่ถึงขั้นลงสัตยาบันทางการเมือง แต่เราเห็นตรงกันว่านักการเมืองเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ เราไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของเรา แต่เป็นห่วงว่าคนรุ่นต่อไปจะเป็นอย่างไร นักการเมืองจะมีส่วนร่วมในการแก้ไข หากตั้งโจทย์ที่ว่าจะแก้ไขเรื่องธรรมาภิบาล ก็ต้องแก้ที่นักการเมืองด้วย ต้องใช้ธรรมาธิปไตยเข้ามาแก้ไข

ด้านนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า เรายังไม่ได้กำหนดวันนัดหารือกัน แต่ต้องคุยกันซึ่งคนที่มาร่วมคุย ไม่ใช่แค่เรา 3 คนเท่านั้น แต่จะชวนเพื่อนอดีต ส.ส.จากพรรคอื่นมาหารือด้วย และไม่เกี่ยวกับพรรคต้นสังกัด หลังจากหารือได้เป็นข้อยุติแล้ว อาจจะมีการแถลงร่วมกันเพื่อให้ประชาชนมั่นใจในนัก-การเมืองที่จะมีส่วนเข้ามาช่วยแก้ปัญหาของชาติบ้านเมือง

“นิพิฏฐ์” วอนสังคมอย่าเพิ่งตื่นตกใจ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการนัดหารือของอดีต ส.ส.หลายพรรคการเมือง เพื่อร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาบ้านเมืองว่า ทุกคนในสังคมควรสนับสนุนให้นักการเมือง ร่วมหาทางออกให้ประเทศชาติ และอย่าตกใจว่านักการเมืองมองแต่แง่ลบ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งมาจากต่างคนต่างพูด ทุกคนอยู่ในที่ตั้ง แต่ไม่มีการพูดกันโดยตรง กลับพูดผ่านสื่อต่างๆมันก็ไม่จบ เมื่อนักการเมืองที่รับผิดชอบต่อบ้านเมืองจะนัดคุยกันควรสนับสนุน ตนจะไปในนามส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับ พรรค แต่จะรายงานให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า พรรครับทราบ เพราะที่ผ่านมาก็ไปคุยกับหลายคนในหลายพรรคแล้ว แต่ไม่เป็นข่าว

โอ่เปิดอกคุย 4–5 นัด ช่วยงาน รบ.ได้

นายนิพิฏฐ์กล่าวอีกว่า นัดแรกคงเริ่มต้นคุยจากอดีต ส.ส.กลุ่มเล็กๆ ที่เห็นพ้องกัน และไม่ผิดคำสั่ง คสช. ทาง คสช.น่าจะดีใจและเลี้ยงข้าวเราด้วย เมื่อถามว่า หากจะให้รัฐบาลหรือ คสช.เป็นเจ้าภาพจัดสถานที่พูดคุยให้ฝ่ายการเมือง นายนิพิฏฐ์ตอบว่า อย่างนั้นคงไม่มีใครกล้าพูดอะไร เพราะจะไปนั่งคอแข็ง มีคนจับตามอง ไม่มีใครทำกัน แต่หากปล่อยให้เราคุยกันสัก 4-5 นัด แล้วนายกฯจะเชิญเราไปคุย ตนรับรองว่าคุยกันอีก 1-2 นัด เราจะช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆของบ้านเมืองร่วมกันได้ ขอให้ไว้วางใจกัน แต่ทุกวันนี้พูดกันคนละทีคนละฝ่ายมันไม่จบ

ห้ามเอ็นดีเอ็มปล่อยลูกโป่งที่เรือนจำ

ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เมื่อเวลา 12.40 น.กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (เอ็นดีเอ็ม) นำโดยนายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธ์ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว น.ส.ชนกนันท์ รวมทรัพย์ พร้อมพวก เข้าเยี่ยมสมาชิกกลุ่ม 7 คนที่ถูกคุมอยู่ในขังแดน 1 จากนั้นได้เดินแจกจ่ายเอกสาร ชักชวนให้คนไปลงประชามติ ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ กระทั่งเวลา 14.00 น. กลุ่มเอ็นดีเอ็มนัดรวมตัวหน้าป้ายเรือนจำพิเศษกรุงเทพแถลงข่าว พร้อมจัดกิจกรรมเชิญสัญลักษณ์ปล่อยลูกโป่งขึ้นฟ้าสื่อถึงเพื่อนในเรือนจำ โดยมี พ.ต.อ.สามารถ พรหมชาติ ผกก.สน.ประชาชื่น นำกำลังตำรวจในและนอกเครื่องแบบ สนธิกำลังกับทหารสังกัด ร.11 พัน. 1 สังเกตการณ์และสั่งห้ามไม่ให้ทำกิจกรรมในพื้นที่ โดยนายอภิสิทธิ์ แกนนำเอ็นดีเอ็ม กล่าวว่า เพื่อนทั้งหมดยังมีกำลังใจดี โดยเฉพาะนาย รังสิมันต์ โรม อยากฝากให้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.แวะมาเยี่ยม 7 สมาชิกเอ็นดีเอ็มในคุกบ้าง

จากนั้นแกนนำเอ็นดีเอ็มจะปล่อยลูกโป่งขึ้นฟ้า แต่ตำรวจห้าม จนเกิดการยื้อแย่งกัน พร้อมยึดลูกโป่งสีชมพูและสติกเกอร์โหวตโนไปจำนวนหนึ่ง น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว กล่าวว่า การปล่อยลูกโป่ง กลุ่มเอ็นดีเอ็มทำร่วมกับสมาพันธ์สิทธิมนุษยชน มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ปล่อยลูกโป่งพื้นที่ต่างๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมตำรวจจึงห้ามที่เรือนจำ ทั้งนี้จะจัดกิจกรรมที่เรือนจำทุกวัน พร้อมกิจกรรมรณรงค์ประชามติต่อไป

สปท.พบ ปชป.–พท.ถกปฏิรูปประเทศ

ที่รัฐสภา นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) พร้อมด้วยนายกษิต ภิรมย์ และ พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย สปท.แถลงถึงการเดินสายพบพรรคการเมือง เพื่อชี้แจงความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศ และรับฟังความเห็นการปฏิรูปประเทศจากพรรคการเมือง โดยนายอลงกรณ์ กล่าวว่า วันที่ 29 มิ.ย. เวลา 09.30 น. ตนพร้อมประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศของ สปท.คณะต่างๆ จะไปพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อรับฟังแนวทาง ข้อเสนอแนะการปฏิรูปประเทศ จากนั้นเวลา 11.30 น. จะไปพบ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

นายกษิต ภิรมย์ สปท. กล่าวว่า ได้ประสานล่วงหน้ากับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ยินดีให้ความร่วมมือ หลังจากนี้จะเดินสายไปพบกับทุกพรรคการเมือง ส่วนจะไปพบกับกลุ่มการเมือง เช่น นปช. และกปปส.หรือไม่ ต้องหารือกันก่อน

“อำนวย” ชง “ไพบูลย์” เจ้าภาพปรองดอง

นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรีพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องการสร้างความปรองดองในชาติเป็นสิ่งสำคัญ แต่การดำเนินการเรื่องนี้ของสปท.ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน จึงเสนอให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เป็นเจ้าภาพเพราะเห็นเป็นมือกฎหมายของ คสช. จริงจังในการทำงาน คงมีความหวัง โดยทำเป็น พ.ร.บ.เสนอให้ สนช.ดำเนินการ ให้เชิญฝ่ายต่างๆ รวมทั้งกลุ่มการเมืองทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง เข้าร่วมเป็นคณะกรรมาธิการ ควรรีบทำให้แล้วเสร็จก่อนจะถึงวันทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันแบบไม่มีอคติ เชื่อว่าจะทำให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 7 ส.ค.ได้

“ปู” โพสต์โชว์ 5 ปี 5 ล้านไลค์

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “5 ปี 5 ล้านไลค์ รักเราไม่เก่าเลย จากวันที่ 27 มิถุนายน 2554 ถึงวันที่ 27 มิถุนายน 2559 วันนั้นเมื่อปี 54 เป็นการพบปะแฟนเพจครั้งแรก เรามีสมาชิกเพียง 157,489 คน มาวันนี้เรามีสมาชิกในครอบครัวที่ใหญ่ขึ้นมากกว่า 5,470,000 คน อยากจะบอกว่าจากวันนั้นถึงวันนี้เราไม่เคยทิ้งกันจริงๆ ต้องขอขอบคุณแฟนเพจทุกคนอีกครั้งที่อยู่เคียงข้างกันเสมอมานะคะ” พร้อมกันนี้ยังได้โพสต์วีดิโอที่รวมภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตั้งแต่ลงสมัคร ส.ส. ช่วงที่เป็นนายกฯ และภาพกิจกรรมที่พบกับแฟนเพจ

นายกฯยันปฏิวัติครั้งสุดท้าย

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติ สิริกิติ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เป็นประธานเปิดงาน “สานพลัง SMEs พลิกฟื้นยืนได้ ใส่ใจผู้ประกอบการ” โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า มีคนบางกลุ่มเรียกร้องอยากได้โน่นนี่ และอีกพวกที่ติทุกเรื่อง แต่วันนี้เราทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ความสำเร็จล้วนมาจากฝีมือของข้าราชการทั้งสิ้นไม่ใช่รัฐบาล ดังนั้น คนที่เป็นรัฐบาลจะต้องฟังเสียงทุกฝ่ายจะไปกำหนดทุกอย่างเองไม่ได้ ทุกคนต้องช่วยกันคิดในการปฏิรูปประเทศ และที่ต้องใช้กฎหมายพิเศษเพื่อขับเคลื่อนเร่งรัดการทำงานไม่ต้องการรังแกใครทั้งสิ้น ไม่เช่นนั้นไม่ต้องเรียกว่าปฏิรูป ปฏิวัติทำมากี่ครั้งแล้วยังต้องทำอีกหรือ ตนถือว่ามันน่าจะเป็นครั้งสุดท้าย แต่อยู่ที่รัฐบาล ถ้าทำดี ใครจะทำอะไรได้ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ไม่ได้บังคับใคร แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมนักการเมืองกลัว วันนี้มีการปล่อยข่าวว่า หากรัฐธรรมนูญผ่าน คนจะถูกตัดสิทธิ์เรียนฟรี 15 ปี ถามว่าจริงหรือไม่ เพราะ คสช.ได้ใช้มาตรา 44 แล้ว ยังจะโกหกอีก และบิดเบือนว่าจะยกเลิกสิทธิบัตรทอง โกหกแบบนี้ จับผิดสิ่งที่ตัวเองไม่ทำ ไม่รู้ค้านเพื่ออะไร อยากให้อยู่ที่เดิม หรือไม่อยากให้ก้าวหน้าเพื่อที่จะได้ควบคุมแบบเดิมหรือไม่

“วิษณุ” ปัดเคลียร์ปมโยกอัยการ

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีข่าว ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด (อสส.) ประสานขอเข้าพบเพื่อขอคำชี้แจงกรณีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 33/2559 เรื่องให้ข้าราชการไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานอื่น จำนวน 23 ราย ซึ่งมีข้าราชการอัยการรวมอยู่ด้วยว่า ยังไม่ติดต่อมา ส่วนที่ตั้งข้อสงสัยว่ามีชื่อนายวาทิต สุวรรณยิ่ง อัยการจังหวัดนาทวี ซึ่งเกิดจากข้อผิดพลาดนั้น ตนไม่ทราบ ก่อนมีคำสั่งมาจากศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) หากเขาเคลียร์ได้อย่างไร ต้องแจ้งไปที่ ศอตช. ไม่ต้องมาเคลียร์กับตน เข้าใจว่าคำสั่งนี้เป็นการให้มาช่วยราชการ เพื่อเคลียร์เรื่องที่เกี่ยวกับอัยการคนดังกล่าวให้แล้วเสร็จ ส่วนฝ่ายอัยการไม่พอใจกับการออกคำสั่งดังกล่าวหรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า ไม่ทราบ ให้เขาเคลียร์กันเองภายในเวลา 30 วัน และรายงานนายกฯให้รับทราบ หากสอบเสร็จเร็วก็ออกคำสั่งให้กลับไปได้

ถ้าบริสุทธิ์พร้อมคืนตำแหน่งให้

นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะเลขานุการ ศอตช. กล่าว ถึงกรณีคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 33/2559 ว่า ไม่ใช่เรื่องของการทุจริต แต่ให้ส่วนราชการดำเนินการสอบทางวินัยเรื่องที่มีการร้องเรียนมาว่า มีข้อ เท็จจริงหรือไม่ เมื่อถามว่าคำสั่งย้าย 2 อัยการจังหวัดนาทวีที่มีข่าวว่าชื่อผิดพลาด เกิดจากความเข้าใจผิดของ ทหารในพื้นที่ นายประยงค์กล่าวว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบ และในคำสั่งระบุ ถ้าไม่ผิดก็ต้องคืนตำแหน่งให้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีนี้ข้าราชการอัยการติดต่อคุยทางไลน์ถึงสาเหตุที่มีการกล่าวหาจนทำให้เสนอย้ายอัยการ มาตรา 44 ว่า น่าเป็นกรณีทหารเข้าใจผิดในการปฏิบัติหน้าที่ของอัยการเรื่องการฟ้องคดีที่จับบ่อนพนัน อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็นคดีที่ไม่มีเจ้ามือเจ้าบ้าน และเข้าใจผิดว่าเป็นการรวบรัดดำเนินคดีกับคดีค้ามนุษย์ที่ จ.สมุทรสาคร เพราะเรื่องนี้เป็นคดีอาญา การกระทำผิดเกิดนอกราชอาณาจักร ตามกฎหมาย ป.วิอาญา มาตรา 20 ให้อัยการสูงสุดเท่านั้นเป็นผู้สั่งคดี ไม่ใช่อัยการ จ.สมุทรสาคร เมื่อหลักฐานไม่พอจึงสั่งไม่ฟ้อง

โฆษกศาลแจงคดีจับพนัน

วันเดียวกัน นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม แถลงถึงกรณีคำสั่งหัวหน้า คสช.ย้ายข้าราชการไปปฏิบัติหน้าที่หน่วยงานอื่น และเกี่ยวกับคดีการพนันและคดีค้ามนุษย์ของศาลว่า คดีการพนันกฎหมายวิธีพิจารณาคดีในศาลแขวง ถ้าผู้ต้องหารับสารภาพ ให้พนักงานสอบสวนเอาตัวส่งอัยการฟ้องศาลได้โดยไม่ต้องสอบสวน ให้อัยการฟ้องด้วยวาจา ถ้ารับสารภาพศาลก็พิพากษาได้ ถ้าปฏิเสธก็ให้คืนตัว คดีจับการพนัน 225 คน ที่ศาลจังหวัดนาทวี เป็นคดีดำที่ 2059/59 อยู่ในอำนาจของกฎหมายวิธีพิจารณาคดีในศาลแขวง ผู้ต้องหารับสารภาพ อัยการฟ้องด้วยวาจาได้ ซึ่งศาลมีคำพิพากษาได้ทันที ส่วนคดีค้ามนุษย์ ที่ศาลจังหวัดนาทวีมีนัดสืบพยาน 4 คดี และนัดตรวจพยานหลักฐาน 1 คดี ที่ศาลจังหวัดสมุทรสาคร มีฟ้อง 5 คดี โดยศาลนัดพิจารณาคดีต่อเนื่องให้รวดเร็วเป็นธรรม

ส่วนที่ บก.ปคม. พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. ได้เรียกประชุมข้าราชการในสังกัดเพื่อมอบนโยบายการปฏิบัติราชการ โดย พล.ต.ต.กรไชย กล่าวว่า จากนี้ไปตำรวจ บก.ปคม.ต้องเป็นหน่วยงานหลักในการแก้ปัญหา จากคำสั่งของ คสช.ที่ 33/2559 เป็นผลสืบเนื่องมาจากปัญหาการพนัน การค้ามนุษย์ และค้าประเวณี มีข้าราชการเกี่ยวข้อง

นปช.ขออังกฤษเช็กราคาจีที 200

เวลา 15.00 น. วันเดียวกัน ที่สถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. พร้อมแกนนำ อาทิ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เข้ายื่นหนังสือถึงนายกฯอังกฤษผ่านเอกอัครราชทูตอังกฤษ ขอให้รัฐบาลอังกฤษเปิดเผยข้อมูลของผู้ผลิตจีที 200 ว่า ได้จำหน่ายให้ตัวแทนในประเทศไทยในราคาที่สำแดงภาษีในประเทศอังกฤษเท่าใดและซื้อไว้กี่เครื่อง โดยนายจตุพรกล่าวว่า ศาลของอังกฤษระบุต้นทุนการผลิตมีราคา 700 บาท และจำหน่ายให้ประเทศต่างๆที่ 770,000 บาท แต่เยียวยาให้หลายประเทศ ยกเว้นไทย จึงขอทราบราคาจริงเพื่อเปรียบเทียบกับราคาที่หน่วยงานต่างๆของไทยซื้อว่ามีส่วนต่างเท่าไหร่

ป.ป.ช.ยันไต่สวนทั้ง 12 คดีเสร็จ ก.ย.

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) สำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม เข้าหารือถึงการเรียกค่าเสียหายจากบริษัทจำหน่ายเครื่องจีที 200 โดยนายยงยุทธ มะลิทอง รองเลขาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ให้รายละเอียดไม่ได้ เพราะจะเสียรูปคดี ในส่วนของ ป.ป.ช.ได้รายงานให้ที่ประชุมทราบความคืบหน้าของคดีในส่วนที่ ป.ป.ช.ไต่สวนอยู่ ยืนยันว่าทั้ง 12 คดีที่เกี่ยวข้องเจ้าหน้าที่ของรัฐ จะแล้วเสร็จในเดือน ก.ย. ยกเว้นคดีเดียวที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศจะเสร็จช่วงสิ้นปี

“ประยุทธ์” เสียงแข็งไม่ลาออกเซ่นพ่ายประชามติ เลียนแบบนายกฯ ผู้ดี ลั่นเขียนกติกามากับมือ อังกฤษไม่ได้มีปัญหาแบบไทยเทียบกันไม่ได้ ฮึ่มเตือนแล้ว “เทพเทือก-ตู่” ถ้าผิด ก.ม.ก็ผิดทั้งคู่ “บิ๊กป้อม” ป้องนายกฯ 28 มิ.ย. 2559 07:41 28 มิ.ย. 2559 07:42 ไทยรัฐ