วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รุมสับร่างฯ หวั่นเสียงข้างมาก เขียนผิดหลักการ 'ประชาธิปไตย'

รุมสับร่างฯ หวั่นเสียงข้างมาก เขียนผิดหลักการ 'ประชาธิปไตย'

  • Share:

"หญิงหน่อย" จวก ร่างฯ กรธ.กำกับควบคุม ประชาธิปไตย ด้าน "สมศักดิ์" ชี้คนเขียนด้วยความแค้นนักการเมือง ขณะที่ "นิพิฏฐ์" ลั่นคนร่างตั้งตรรกะผิดแต่เริ่มแรก ปมตัดสิทธิ ส.ส.แปรงบ รอดู ครม.งาบ

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่อาคารปัญญาพิพัฒน์ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ หลักสูตรการเมืองและการจัดการปกครอง หลักสูตรการเมืองและการจัดการปกครอง โครงการปริญญาโท สาขาวิชาการเมืองการปกครองสำหรับนักบริหารคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน จัดเวทีแถลงสาธารณะ "ร่างรัฐธรรมนูญกำกับรัฐบาลไว้อย่างไร"

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีและกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า ต้องตั้งคำถามว่า การยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่ที่ไหน เป็นรัฐธรรมนูญที่แตกต่างเท่าที่เคยเกิดขึ้นและขัดต่อหลักประชาธิปไตยสากล ซึ่งผิดวัตถุประสงค์อย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นการร่างขึ้นเพื่อกำจัดนักการเมืองที่มาจากเสียงข้างมาก ตัวเองไม่ได้ห่วงนักการเมือง ซึ่งต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง แต่เป็นห่วงประเทศไทยที่จะต้องเดินต่อไปกับแผนพัฒนาประเทศและจะแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนได้อย่างไร เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งแทบจะไม่สามารถทำได้ เพราะกลไกแก้ไขที่สำคัญ คือ รัฐบาล ไม่สามารถกำหนดนโยบายได้ ส่งผลกระทบมหาศาลต่อประชาชนในระยะยาว

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า ส่วนตัวสนับสนุนหลักที่ให้บริหารประเทศด้วยความซื่อสัตย์และประสิทธิ์ แต่ต้องบวกกับเสถียรภาพและต้องมีกลไกในการทำงานได้ด้วย รัฐบาลที่ตามมาภายหลังการเลือกตั้งแทบกำหนดนโยบายไม่ได้ ไม่ต่างจากเป็ดง่อย ทุกคนหวังจะก้าวข้ามความขัดแย้งครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายด้วยการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อีก 20 ปีข้างหน้าจะมั่นใจบุคคลที่มาดำรงตำแหน่งอย่างไร ว่า จะมีความป็นกลาง อิสระจริง เที่ยงธรรม ระบบตรวจสอบท่วงดุลอำนาจของรัฐธรรมนูญฉบับนี้อยู่ตรงไหน พยายามที่จะหาคนดีมาปกครอง แต่ไม่เชื่อมั่นการตัดสินใจของประชาชน โดยหากลไกองค์กรอิสระมาจากกลุ่มอำนาจเดียวกัน ซึ่งเป็นปัญหาต่อการทำงานระยะยาวและพรรคการเมืองจะไม่สามารถแข่งด้านนโยบายกันได้เลย

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีต รมว.ศึกษาธิการ และอดีต ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ขอโทษที่ตัวเองเป็นสาเหตุในการร่างรัฐธรรมนูญในวันนี้ที่จะไปสร้างปัญหาข้างหน้า ซึ่งตัดจิตวิญญาณประชาธิปไตยอย่างสิ้นเชิง เห็นได้จากนักเรียน นักศึกษา แสดงความคิดเห็นนิดเดียวก็ถูกจับ ซึ่งสร้างความหวาดระแวงในการแสดงความคิดเห็นกับร่างรัฐธรรมนูญในอนาคต เมื่อย้อนดูรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 ที่มอบอำนาจให้ประชาชนอย่างแท้จริง น่าจะกลับไปดูประวัติศาสตร์ที่เคยเกิดในรัฐธรรมนูญฉบับนั้นมาพิจารณา

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างด้วยความกลัวเสียงข้างมาก ซึ่งคงกลับไปสู่หนทางเดิมหากเปรียบเทียบรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้วเป็นรัฐธรรมนูญตามวินิจฉัยประเพณีประชาธิปไตย แต่ฉบับนี่ได้ระบุไว้ว่า เป็นรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามประเพณีประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย รัฐบาลอีก 20 ปีข้างหน้า ต้องใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ซึ่งเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

"ผมรู้ว่าสังคมกระหายคนดี ผู้ร่างรัฐธรรมนูญเองพยายามบอกว่า สังคมขาดคนดี แต่ก็กลัวประชาชนเลือกคนไม่ดีเข้าสภา ซึ่งประชาชนกำลังตกหลุดพราง ถามว่าคนดีต้องมีลักษณะอย่างไรนั้น ชาวบ้านเป็นคนตัดสิน ประชาชนเป็นอย่างไร นักการเมืองก็เป็นอย่างนั้น ทำไมเราไม่ว่าประชาชนบ้างล่ะ ไปว่าผลผลิตของประชาชนทำไม" นายนิพิฏฐ์ กล่าว

ขณะที่ นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการควบคุมรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ทำไมรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งกลับไม่มีโจทย์ควบคุม มีมาตราฐานใดมากำหนดควบคุมและทำได้จริงเหรอ เป็นยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่ไม่ได้เกิดมากจากทุกคน ซึ่งเอาภาวะปัจจุบันไปอยู่ในอนาคต และพยายามกำหนดไม่ให้นักการเมืองมีอิสระ หากคาดการณ์ผิดก็ไม่มีคนรับผิดชอบ โจทย์ใหญ่ไม่ใช่ไม่ชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้สร้างทำให้ประเทศไทยดีขึ้น

นอกจากนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกครั้งถึงการนัดหารือ ว่า จะเป็นคุยกันก่อนไม่ถึงขั้นลงสัตยาบันทางการเมือง แต่เราก็เห็นตรงกันว่า นักการเมืองก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ ซึ่งเราไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของเรา แต่เป็นห่วงว่า คนรุ่นต่อไปจะเป็นอย่างไร นักการเมืองก็จะมีส่วนร่วมในการแก้ไขหากตั้งโจทย์ที่ว่าจะแก้ไขเรื่องธรรมาภิบาลก็ต้องแก้ที่นักการเมืองด้วย ต้องใช้ธรรมาธิปไตยเข้ามาแก้ไข

ด้าน นายสมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เรายังไม่ได้กำหนดวันนัดหารือกัน แต่ต้องคุยกันซึ่งคนที่มาร่วมคุย ไม่ใช่แต่เรา 3 คนเท่านั้น แต่จะชวนเพื่อนอดีต ส.ส.จากพรรคอื่นมาหารือด้วย และไม่เกี่ยวกับพรรคต้นสังกัด หลังจากหารือได้เป็นข้อยุติแล้ว อาจจะมีการแถลงร่วมกันเพื่อให้ประชาชนมั่นใจในนักการเมืองที่จะมีส่วนเข้ามาช่วยแก้ปัญหาของชาติบ้านเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการเสร็จสิ้นการแถลง ผู้ร่วมแถลงได้ปั่นจักรยานภายใต้การรณรงค์ "การรณรงค์-ทำได้-ไม่ผิดกฎหมาย" เพื่อรณรงค์ประชามติและเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน สามารถทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย จากหน้าอาคาร ปัญญาพิพัฒน์ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มุ่งหน้าสู่สี่แยกพุทธมณฑลสาย 4.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้