วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดีเอสไอร้องกองปราบ เอาผิด 'องอาจ' โฆษกธรรมกาย ฐานหมิ่นประมาท

ดีเอสไอเข้าแจ้งความตำรวจกองปราบปรามเอาผิด “องอาจ ธรรมนิทา” โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา กรณีแถลงข่าวผ่านดีเอ็มซีทีวี ทำดีเอสไอเสื่อมเสีย ประชาชนเข้าใจผิด ส่งผลกระทบต่อรูปคดี

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 มิ.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายมหิธร กลั่นนุรักษ์ ผอ.กองกฎหมาย กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เข้าพบ พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก.รรท.ผบก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ในข้อหาหมิ่นประมาท และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พร้อมนำเอกสารหน้าเว็บไซต์ดีเอ็มซี พร้อมซีดีบันทึกภาพและเสียงการแถลงข่าวของช่องดังกล่าว มามอบให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อใช้เป็นหลักฐานและประกอบคำให้การ 

นายมหิธร กล่าวว่า สำหรับวันนี้ตนได้รับมอบหมายจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้มาดำเนินคดีแจ้งความเอาผิดกับนายองอาจ โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย เนื่องจาก นายองอาจได้มีการพูดจาในเชิงลักษณะทำให้ทาง DSI ได้รับความเสื่อมเสียและเป็นที่เข้าใจผิดแก่ประชาชน ผ่านการแถลงข่าวทางช่อง DMC หรือช่องธรรมกายแชลแนล เผยแพร่ออกอากาศไปเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งมีผลกระทบต่อรูปคดี ทั้งนี้ในส่วนของรายละเอียดนั้น ตนขอให้โฆษกของกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นผู้ให้รายละเอียดในส่วนนี้จะดีกว่า 

พล.ต.ต.ชาญ กล่าวว่า เบื้องต้น ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับเตรียมจัดตั้งคณะทำงานของคดีนี้ขึ้นมาเพื่อสอบสวนสืบสวนข้อเท็จจริง โดยเบื้องต้นจะสอบปากคำผู้ร้องพร้อมกับพิจารณาพยานหลักฐานที่ดีเอสไอ นำมามอบให้ ในส่วนของหลักฐานนั้นหากพบว่าเป็นข้อมูลที่ได้มาจากทางอินเตอร์เน็ต ก็อาจจะมีการพิจารณาประสานให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เข้ามาช่วยในการตรวจสอบ ส่วนการจะออกหมายเรียกนายองอาจมาเข้าพบหรือไม่นั้นคงต้องรอการพิจารณาหลักฐานข้อเท็จจริงอีกครั้ง หากพบว่ามีการกระทำผิดตามที่กล่าวหาจริง จะเร่งดำเนินการออกหมายเรียกในทันที

ต่อมาเมื่อเวลา 16.20 น. คณะโฆษกดีเอสไอ ได้ออกแถลงการณ์ให้สื่อมวลชนผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ผู้สื่อข่าวประจำดีเอสไอ โดยมีเนื้อหาระบุว่าตามที่นายองอาจ ธรรมนิทา ผู้แสดงตนเป็นโฆษกคณะศิษยานุศิษย์ของวัดพระธรรมกาย ได้มีการแถลงข่าวผ่านทางสถานีโทรทัศน์ธรรมกายแชลแนล หรือ DMC ทาง www.dmc.tv เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.59 ต่อกรณีตามที่มีข่าวว่าดีเอสไอพบเช็คสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โอนมาวัดพระธรรมกายเพิ่มอีก 400 ล้านบาท และนายองอาจ ได้แถลงข่าวพาดพิงการปฏิบัติหน้าที่ของดีเอสไอโดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับการที่ดีเอสไอระดมสรรพกำลังนับพันนายจะดำเนินคดีแต่กับพระเทพญาณมหามุนี อีกทั้งคณะศิษย์ได้ช่วยเหลือเยียวยาเงินที่วัดรับมาหมดแล้วและทางสหกรณ์ ได้ทำหนังสือขอบคุณทางวัดรวมทั้งไม่ติดใจดำเนินคดีทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา การกระทำของดีเอสไอ จึงไม่เกิดประโยชน์กับสมาชิก ซึ่งตามข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นคดีอาญาที่มิใช่ความผิดอันยอมความได้

การสอบสวนดำเนินคดีจะต้องเป็นไปตามกฎหมายคือสอบสวนจนเสร็จสิ้นและส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการ การแสดงเจตนาไม่ดำเนินคดีของสหกรณ์ฯ ไม่อาจทำให้คดีอาญาหยุดลง และการปฏิบัติหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็เป็นการดำเนินการตามกฎหมาย โดยมีสหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์จะเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์สุดท้าย

นอกจากนั้นยังประเด็นที่กล่าวถึงพระพุทธะอิสระ และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ที่เป็นตัวตั้งตัวตีให้ดำเนินคดีกับพระเทพญาณมหามุนี เป็นผู้ต้องหาในคดีกบฏของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ได้ส่งฟ้องแล้ว อัยการก็ได้พิจารณาสั่งฟ้องแล้ว และคดีล่วงเลยมามากกว่า 2 ปี ขั้นตอนล่วงเลยจนจะเป็นจำเลยขึ้นศาลแล้ว ข่าวกลับเงียบสนิท ดีเอสไอได้ออกหมายเรียก หมายจับ หมายค้น ทั้งคู่มาสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อส่งอัยการสั่งคดีขึ้นสู่ศาลโดยเร็วหรือไม่ ซึ่งประเด็นดังกล่าวคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เนื่องจากพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้สอบสวนดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวเสร็จสิ้นและส่งสำนวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการแล้ว โดยสำนวนอยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ การนำเสนอข่าวของนายองอาจ ดังกล่าว ทำให้ผู้อื่นเข้าใจได้ว่าดีเอสไอ  ไม่ดำเนินการตามกฎหมาย เลือกปฏิบัติ อันอาจทำให้ผู้อื่นดูหมิ่นหรือเกลียดชังกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงมอบหมายให้ ผู้อำนวยการกองกฎหมายเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญากับนายองอาจ ธรรมนิทา และขอประชาสัมพันธ์มาเพื่อทราบโดยทั่วกัน ลงชื่อ "คณะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)" วันที่ 27 มิ.ย.59

ดีเอสไอเข้าแจ้งความตำรวจกองปราบปรามเอาผิด “องอาจ ธรรมนิทา” โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา กรณีแถลงข่าวผ่านดีเอ็มซีทีวี ทำดีเอสไอเสื่อมเสีย ประชาชนเข้าใจผิด ส่งผลกระทบต่อรูปคดี 27 มิ.ย. 2559 17:51 ไทยรัฐ