วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'อัยการสูงสุด' ปัดยังไม่สรุปผลสอบอัยการนาทวี-สมุทรสาคร

“อัยการสูงสุด” ยังไม่สรุปผลสอบอัยการนาทวี-สมุทรสาคร ปฏิบัติราชการชอบ-ไม่ชอบ หลัง หน.คสช. ออกคำสั่งใช้ ม.44 เด้งอัยการเข้ากรม ระบุรอข้อมูล ศอตช. ตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริงเสร็จใน 30 วัน

เมื่อเวลา 11.30 น. วันนี้ (27 มิ.ย. 59) ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. มีคำสั่งที่ 33/2559 เรื่องให้ข้าราชการไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานอื่น โดยอาศัย มาตรา 44 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ซึ่งปรากฏว่ามีรายชื่อ อัยการจังหวัดนาทวี, รองอัยการจังหวัดนาทวี และรองอัยการจังหวัดสมุทรสาคร รวม 3 คน โดยมีกระแสข่าวว่าอัยการสูงสุด ตรวจสอบแล้ว พร้อมรายงานให้ รมว.ยุติธรรม ฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เสนอ หัวหน้า คสช. ทราบว่าไม่พบความผิดตามข้อกล่าวหาว่า ตามที่มีข่าวเสนอว่า ตนได้ตรวจสอบแล้วสรุปผลนั้นไม่เป็นความจริง หลังจากที่ หัวหน้า คสช. มีคำสั่งดังกล่าว ตนเพียงตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ยังไม่ได้ลงรายละเอียด เท่าที่ทราบ ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ จะส่งข้อมูลที่เป็นมูลเหตุของการเสนอย้าย อัยการปฏิบัติราชการนั้นมาให้สำนักงานอัยการสูงสุดที่เป็นต้นสังกัดภายในสัปดาห์นี้ โดยตนจะแต่งตั้งอัยการ 1 ชุด เป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว เพื่อสรุปผลว่ามีการกระทำที่ว่ามีการทุจริต หรือประพฤติมิชอบจนเกิดความเสียหายแก่ราชการจริงหรือไม่ ซึ่งจะมีเวลาตรวจสอบ 30 วัน ตามประกาศคำสั่ง คสช. ดังนั้นจึงไม่เป็นความจริงที่ว่า ตนได้สรุปผลนั้นแล้วจะส่งให้หัวหน้า คสช. ส่วนอัยการที่ถูกกล่าวหานั้น ขณะนี้ทราบว่าได้มารายงานตัวสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อย้ายการปฏิบัติราชการตามคำสั่งหัวหน้า คสช. แล้ว

ด้าน นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานอัยการสูงสุด โดยอัยการสูงสุด ยังไม่มีคำสั่งใดในเรื่องนี้ ข่าวที่ว่าอัยการสูงสุดสรุปเรื่องแล้วจึงไม่เป็นความจริง โดยคำสั่ง หัวหน้า คสช. ที่ประกาศออกมา ในข้อ 2 ระบุว่า ให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ แจ้งข้อเท็จจริงที่เป็นมูลแห่งการตรวจสอบการปฏิบัติราชการให้หน่วยงานเจ้าสังกัดทราบ เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาส่วนราชการเจ้าสังกัดนั้น แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยให้ผลเสร็จภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งข้อมูลจากศูนย์ ดังนั้น ขณะนี้อัยการที่มีชื่อตามคำสั่ง คสช. ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง หัวหน้า คสช. ก่อน ซึ่งถือเป็นกฎหมาย จนกว่าคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่จะตั้งขึ้น เสนอความเห็นอัยการสูงสุดเพื่อสรุปผล เพื่อจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกี่ยวกับเรื่องนี้อัยการส่วนใหญ่ได้ติดต่อทางไลน์ ได้พูดถึงเหตุที่มีการกล่าวหาจนทำให้เสนอย้ายอัยการ ตามมาตรา 44 ว่า การตรวจสอบน่าจะมีเหตุกรณีที่ทหารไม่เข้าใจในข้อกฎหมาย ทำให้เข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ของอัยการผิดไป ในเรื่องการฟ้องคดีจับบ่อนพนันที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็นคดีที่ไม่มีเจ้ามือเจ้าบ้าน และทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นการวบรัดดำเนินคดี กับคดีค้ามนุษย์ที่ จ.สมุทรสาคร ซึ่งอัยการมองว่าน่าจะเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด เพราะเรื่องนี้เป็นคดีอาญา การกระทำผิดเกิดนอกราชอาณาจักร ตามกฎหมาย ป.วิอาญา มาตรา 20 ให้อัยการสูงสุดเท่านั้นเป็นผู้สั่งคดี ไม่ใช่อัยการจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อหลักฐานไม่พอจึงส่ังไม่ฟ้อง

“อัยการสูงสุด” ยังไม่สรุปผลสอบอัยการนาทวี-สมุทรสาคร ปฏิบัติราชการชอบ-ไม่ชอบ หลัง หน.คสช. ออกคำสั่งใช้ ม.44 เด้งอัยการเข้ากรม ระบุรอข้อมูล ศอตช. ตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริงเสร็จใน 30 วัน 27 มิ.ย. 2559 13:26 27 มิ.ย. 2559 18:32 ไทยรัฐ