วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผู้นำชุมชนค้านยาบ้าถูกก.ม. หนุนถอดกัญชา-กระท่อมจากพืชเสพติด

ผู้นำชุมชน 80% ไม่เห็นด้วยให้ยาบ้า เป็นยาถูกกฎหมาย ชี้ยิ่งส่งเสริมให้ติดยามากขึ้น มองข้อเสนอให้หมอสั่งยาให้ผู้สมัครใจบำบัด เกิดผลเสียมากกว่าผลดี ขณะที่ 57.3% หนุนถอดกัญชาและกระท่อมจากบัญชีพืชเสพติด เพราะเป็นพืชมีประโยชน์ช่วยรักษาโรค...

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 59 รศ.ดร.เชษฐ รัชดาพรรณาธิกุล ประธานชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจมาสเตอร์โพลล์ เรื่อง สถานการณ์ยาเสพติดกับมุมมองต่อปัญหาที่เป็นอยู่ : กรณีศึกษาตัวอย่างแกนนำชุมชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,102 ตัวอย่าง จากจังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ พบว่า แกนนำชุมชนไม่ถึง 1 ใน 3 ที่การติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับแนวคิดการยกเลิก "เมทแอมเฟตามีน" หรือ ยาบ้า ออกจากบัญชียาเสพติดรุนแรง โดยพบว่าส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 80 ไม่เห็นด้วยหากจะให้ "เมทแอมเฟตามีน" หรือ ยาบ้า เป็นยาถูกกฎหมาย โดยจัดให้อยู่ในกลุ่มยารักษาโรค โดยระบุเหตุผลเพราะเกรงว่าจะมีการนำไปแปรสภาพให้รุนแรงมากกว่าเดิม รวมถึงคิดว่าเหมือนเป็นการส่งเสริมให้ติดยามากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้โดยส่วนใหญ่ (ร้อยละ 81.6) ยังมองว่า ในอนาคตหากจะมีการผลิตยาบ้าจำหน่ายในราคาถูก โดยแพทย์เป็นผู้จ่ายยาให้ผู้สมัครใจบำบัดนั้น น่าจะมีผลเสียมากกว่าผลดี  โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งคือร้อยละ 61.2 เห็นว่า การทำให้ "เมทแอมเฟตามีน" หรือ ยาบ้า เป็นยาถูกกฎหมาย ไม่น่าจะช่วยลดความรุนแรงของปัญหายาเสพติดในสังคมไทยได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามความคิดเห็นต่อไปกรณี ควรถอด “กัญชา และ กระท่อม” จากบัญชีพืชเสพติด เนื่องจากมีประโยชน์ในทางการแพทย์ด้วยเช่นกันนั้น ผลการสำรวจพบว่าแกนนำชุมชนร้อยละ 57.3 ระบุเห็นด้วย เพราะอย่างน้อยก็เป็นพืชที่มีประโยชน์ ถ้านำมาใช้ในทางที่ถูก รวมถึงมองว่าเป็นสมุนไพร เป็นพืชธรรมชาติ ที่ช่วยรักษาโรคของชาวบ้านมาแต่โบราณ ในขณะที่ร้อยละ 42.7 ระบุไม่เห็นด้วย เพราะเป็นสารเสพติดเหมือนกัน ที่มีโทษต่อร่างกาย /เป็นยาทำลายประสาท รวมถึงจะทำให้เด็กและเยาวชนให้ความสนใจในด้านนี้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม

สำหรับความคิดเห็นกรณีหากจะมีการพิจารณากำหนดโทษสูงสุดของผู้ผลิต ผู้ค้า และผู้เสพยาเสพติด เป็นโทษประหารชีวิตแทนการจำคุกตลอดชีวิต นั้นพบว่า มากกว่าร้อยละ 80 เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่า ยาเสพติดเป็นความผิดรุนแรงควรได้รับโทษสูงสุด/จะทำให้คนมีความเกรงกลัวกฎหมายมากยิ่งขึ้น/เป็นตัวอย่างให้คนที่คิดจะทำตามได้คิดก่อนทำ ในขณะที่ร้อยละ 16.1 ระบุไม่เห็นด้วยเพราะเกรงว่า อาจมีการลงโทษคนผิด/อาจมีแพะถ้ากระบวนการสืบสวนยังไม่ดีพอ /โทษประหารง่ายเกินไป ต้องทำให้หลาบจำ ต้องจำคุกตลอดชีวิต และบางส่วนระบุว่าคิดว่ายังไม่ร้ายแรงจนต้องประหารชีวิต เพราะส่วนมากก็จะโดนหลอกมา

ประเด็นสำคัญคือเมื่อสอบถามความคิดเห็นกรณีการหาซื้อยาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชนของตนนั้น พบว่า ร้อยละ 42.7 ระบุว่ายังสามารถหาซื้อได้ ในขณะที่ร้อยละ 37.2 ระบุ คิดว่าหาซื้อไม่ได้แล้ว และร้อยละ 20.1 ระบุไม่แน่ใจ ทั้งนี้เมื่อสอบถามต่อไปถึงความรุนแรงของสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชนของตนโดยภาพรวมพบว่า ร้อยละ 14.2 ระบุปัญหาอยู่ในระดับรุนแรง จนสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน/ชุมชน ในขณะที่ ร้อยละ 40.5 ระบุมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ไม่รุนแรงจนถึงขั้นสร้างความเดือดร้อน และร้อยละ 45.3 ระบุคิดว่าหมู่บ้าน/ชุมชนของตนไม่มีปัญหายาเสพติดแล้ว

เมื่อสอบถามถึงหน่วยงานที่คิดว่าประชาชนจะไว้วางใจในการแจ้งเบาะแส และข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับยาเสพติดให้ทราบ นั้นพบว่าลำดับที่หนึ่งที่ประชาชนให้ความไว้วางใจ คือ หน่วยงานฝ่ายความมั่นคง/เจ้าหน้าที่ทหาร/คสช. ร้อยละ 48.2 รองลงมาคือ ตำรวจ ร้อยละ 22.7 และเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง/อำเภอ/ปลัดอำเภอ ร้อยละ 9.1 ตามลำดับ ทั้งนี้ตัวอย่างแกนนำชุมชนร้อยละ 86.7 ระบุคิดว่ารัฐบาลมาถูกทางแล้วในเรื่องการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ในขณะที่ร้อยละ 13.3 คิดว่ายังไม่ถูกทาง โดยอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควรคือมักจะมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องเสมอ รวมถึงการดำเนินงานตามนโยบายยังไม่มีความต่อเนื่อง ในขณะที่การปราบปรามก็ยังทำได้ไม่เด็ดขาดจริงจัง

ประเด็นสำคัญสุดท้าย ตัวอย่างแกนนำชุมชนเกือบร้อยละ 98.8 พร้อมที่จะสนับสนุนแนวทางของพลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในการเดินหน้าตามแผนประชารัฐร่วมใจ สร้างหมู่บ้าน ชุมชนมั่นคง ปลอดภัยยาเสพติด พ.ศ. 2559-2560

ผู้นำชุมชน 80% ไม่เห็นด้วยให้ยาบ้า เป็นยาถูกกฎหมาย ชี้ยิ่งส่งเสริมให้ติดยามากขึ้น มองข้อเสนอให้หมอสั่งยาให้ผู้สมัครใจบำบัด เกิดผลเสียมากกว่าผลดี ขณะที่ 57.3% หนุนถอดกัญชาและกระท่อมจากบัญชีพืชเสพติด 27 มิ.ย. 2559 12:47 ไทยรัฐ