วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พม.ลงปากช่อง พบ 'เวิลด์พีซวัลเล่ย์' ไร้เอกสารสิทธิกว่า 200 ไร่

พม.ลงปากช่อง พบ 'เวิลด์พีซวัลเล่ย์' ไร้เอกสารสิทธิกว่า 200 ไร่

  • Share:

รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซวัลเล่ย์ อ.ปากช่อง พบยังไร้เอกสารครอบครองกว่า 200 ไร่ หากพบว่าผิดกฎหมาย จะยึดที่ดินกลับมาเป็นของรัฐ และสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ในพื้นที่ดังกล่าว...

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 59 นายณรงค์ คงคำ รองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยถึงการตรวจสอบพื้นที่ที่ถูกสร้างเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซวัลเล่ย์ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมาว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ลงพื้นที่ไปตรวจสอบการก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซวัลเล่ย์ เนื้อที่กว่า 480 ไร่ ซึ่งถูกก่อสร้างขึ้นภายในพื้นที่ของนิคมสร้างตนเองลำตะคอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อพบและพูดคุยกับตัวแทนของศูนย์ปฏิบัติธรรมดังกล่าว พร้อมทั้งขอตรวจสอบเอกสารการครอบครองเพิ่มเติม ก่อนหน้านี้ได้มีการนำเอกสารสิทธิการครอบครองที่ถูกต้องทั้ง นส.3 และโฉนดที่ดินมาแสดงเพียง 13 แปลง จากทั้งหมด 20 แปลง โดยระบุมูลนิธิตะวันธรรมเป็นผู้ครอบครอง ยังเหลืออีกกว่า 200 ไร่ หรือ 7 แปลงที่ยังรอการพิสูจน์ว่า มีเอกสารสิทธิการครอบครองถูกต้องหรือไม่

นายณรงค์ กล่าวด้วยว่า ที่มีการระบุถึงการก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีซวัลเล่ย์ ทางมูลนิธิตะวันธรรมในฐานะผู้ดูแลพื้นที่ดังกล่าวได้ขออนุญาตไปยัง อบต.โอ่งตาลอง เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 56 แต่โดยหลักเกณฑ์การดำเนินกิจการในพื้นที่ของนิคมสร้างตนเองที่อยู่นอกเหนือจากการทำการเกษตร จะต้องมีการยื่นเอกสารขออนุญาตเพื่อขอแปลงวัตถุประสงค์กับกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการซึ่งเป็นกรมต้นสังกัดดูแล โดยผู้มีอำนาจลงนามคือ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ แต่จนถึงขณะนี้ที่ได้มีการก่อสร้างไปแล้ว ยังไม่พบว่ามีการอนุญาตแต่อย่างใด

ด้าน พระอาจารย์สมชาย วัษธีโร ตั้งโต๊ะแถลงว่า มาอยู่ในโครงการประมาณ 1 ปีเศษ รับมอบหมายให้มาดูเรื่องการปฏิบัติธรรมเท่านั้น ส่วนการได้มาของที่ดิน หรือการก่อสร้างไม่รู้รายละเอียด พร้อมให้ นายสุธี ช่วยบำรุง ซึ่งแจ้งว่าเป็นทนายความ เป็นฝ่ายกฎหมายของโครงการ แจ้งว่าซื้อที่ดินมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีเอกสารสิทธิ เป็นโฉนดและ นส.3ก รวม 480 กว่าไร่ แต่บางแปลงยังเป็นชื่อลูกศิษย์ที่มีจิตศรัทธาถวาย ยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อ

อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่ครั้งนี้คาดหวังว่าทางศูนย์ปฏิบัติธรรมจะนำเอกสารการครอบครองในส่วนที่เหลือกว่า 200 ไร่ มาแสดง หากที่ดินดังกล่าวได้มาอย่างถูกต้องและยังมีความประสงค์ที่จะเดินหน้าก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมดังกล่าวต่อไป ก็ต้องดำเนินการยื่นเอกสารขอเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้ที่ดินไปยังกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการตามหลักเกณฑ์ แต่ถ้าหากที่ดินส่วนที่เหลือมีการครอบครองอย่างผิดกฎหมาย กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ มีอำนาจที่จะยึดที่ดินกลับมาเป็นของรัฐ และสามารถสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่ในพื้นที่ดังกล่าวได้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้