วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แค่พร่องน้ำในคลองออกก่อน กทม.ก็จะไม่มี "น้ำรอระบาย"

โดย ลมกรด

วันนี้ขอเก็บตกปัญหาน้ำท่วมใน กทม.หน่อยนะครับ สัปดาห์ที่แล้วฝนตกหนักติดต่อกันสองวัน ทำให้น้ำท่วมในถนนสายหลัก ถึง 36 จุด รถติดวินาศสันตะโร คนกรุงไปทำงานสายถ้วนหน้า นี่แค่ต้นฤดูฝนยังเจอขนาดนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะต้องเผชิญชะตากรรมแบบนี้ไปตลอดทั้งฤดูหรือเปล่า

ถึงแม้ปีนี้ “คุณชายหมู” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. รู้ตัวรีบกุลีกุจอออกมาดูหน้างานแต่เนิ่นๆ พร้อมกล่าว ขออภัย ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน แต่คุณชายหมูก็มีแถมสร้อยทิ้งท้ายอีกประโยคว่า “และขออภัยหากจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวในอนาคตอีก” เล่นออกตัวขออภัยล่วงหน้าแบบนี้ ชาวบ้านฟังแล้วสะดุ้งโหยง

ที่ยิ่งน่าหมั่นไส้เข้าไปอีกก็ตรงที่ผู้บริหาร กทม.เลี่ยงบาลีไม่ยอมรับว่า “น้ำท่วม” แต่ไปใช้ศัพท์เป็น “น้ำรอการระบาย” บิดเบือนแบบหน้าด้านๆ

ถ้าอยากจะใช้คำนี้จริงๆ ผมสงสัยว่าทำไมถึงปล่อยให้มี “น้ำ” รอระบาย ทำไมน้ำฝนถึงระบายไม่ทัน เป็นความบกพร่องของผู้รับผิดชอบส่วนไหนหรือเปล่า

นอกจากนี้ มีหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงเวลาเดียวกัน ปริมาณน้ำฝนใกล้เคียงกัน ทำไมฝั่งพระนครน้ำท่วมหนัก แต่ฝั่งธนบุรีไม่มีน้ำท่วมเลยซักจุด ขณะเดียวกันยังเกิดน้ำท่วมที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู อ.เมืองสมุทรปราการ ทั้งๆที่ตอนเกิดวิกฤติอุทกภัยปี 54 สมุทรปราการไม่โดนน้ำท่วม

จะจริงเท็จแค่ไหนผมไม่สามารถยืนยันได้ แต่มีข่าวว่าสาเหตุหนึ่งที่ฝั่งธนฯไม่ท่วมเป็นเพราะ คุณอุเทน ชาติภิญโญ อดีตประธานคณะทำงานผันน้ำลงทะเลด้านตะวันออก (สมัยวิกฤติน้ำท่วมปี 54) ได้กระซิบบอกเจ้าหน้าที่ในฝั่งธนฯให้เตรียมการรับมือล่วงหน้า ซึ่งมีสื่อวิทยุหลายรายการโทรศัพท์ไปสัมภาษณ์เบื้องหน้าเบื้องหลัง ผมฟังแล้วเห็นว่าแนวคิดมีประโยชน์ เลยเอามาถ่ายทอดต่อตรงนี้

แก้น้ำท่วมโดยใช้หลัก “หาที่ให้น้ำอยู่ หาทางให้น้ำไป”

หาที่ให้น้ำอยู่ก็คือแก้มลิง ด้วยสภาพของ กทม.พื้นที่ที่จะใช้เก็บน้ำได้คือคลอง เมื่อน้ำลงคลองแล้วก็ต้องระบายลงแม่น้ำ นั่นคือการหาทางให้น้ำไป

ในเมื่อรู้ว่าฝนจะมา มรสุมจะเข้า ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบควรเตรียมรับมือไว้ก่อน ต้องพร่องน้ำในคลองระบายลงสู่แม่น้ำ เพื่อให้ทุกๆคลองมีพื้นที่ไว้สำหรับรองรับน้ำฝน

คุณอุเทนเล่าว่า ได้กระซิบบอกเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรักษาประตูน้ำบางเขตในพื้นที่ฝั่งธนฯให้ระบายน้ำคลองลงแม่น้ำเจ้าพระยาก่อน พอฝนตก เลยไม่เกิดน้ำท่วม ซึ่งวิธีนี้เคยใช้มาแล้วในปี 54 ทำให้กรุงเทพฯฝั่งตะวันออกและสมุทรปราการน้ำไม่ท่วมมาก จนไม่ส่งผลกระทบเดือดร้อนต่อประชาชน ด้วยวิธีพร่องน้ำคลองให้ลดระดับต่ำกว่าปกติ มากกว่า 0.70 เมตรในทุกคลองมายังคลองชายฝั่งทะเล ผ่านคลองลำปะทิว เพื่อระบายไปลงทะเลล่วงหน้า

อันที่จริงปริมาณฝนที่ตกมาช่วงนี้ถือว่าแค่ระดับกลางๆ ถ้าผู้ว่าฯ กทม. ผอ.สำนักการระบายน้ำ และ ผอ.เขต เตรียมการล่วงหน้า ใช้หลักหาที่ให้น้ำอยู่ หาทางให้น้ำไป คน กทม.ก็ไม่ต้องกังวลน้ำท่วม กทม.มีทางระบายน้ำอยู่แล้ว จะไม่ต้องมีน้ำรอระบายอีก

นอกเหนือจากการพร่องน้ำในคลองแล้ว ผมขอเสริมกระตุ้นเตือนเรื่อง ขยะอุดตันตามท่อระบายน้ำและคูคลองต่างๆ ยิ่งได้เห็นภาพขยะในคลองที่มีแม้กระทั่งโซฟากับเครื่องใช้ในบ้าน ก็ยิ่งรู้สึกละเหี่ยใจ อยากให้ทุกคนในสังคมช่วยกันรักษาความสะอาดในแม่น้ำลำคลอง ส่วนเจ้าหน้าที่ก็อย่าปล่อยปละละเลยให้กองขยะมาอุดตันขวางทางน้ำ

ยังต้องเจอฝนอีกหลายเดือน ช่วยตื่นตัวรับผิดชอบหน้าที่กันด้วยครับ.

ลมกรด

27 มิ.ย. 2559 09:56 27 มิ.ย. 2559 09:56 ไทยรัฐ