วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประชาชนเลือกเอง

ประเทศที่มีหลักจากนักปรัชญาการเมืองเป็นพื้นฐานการเมืองการปกครองที่น่าสนใจก็คือ อังกฤษ ผู้คนของประเทศนี้ได้รับอิทธิพลจากนักปราชญ์หลายท่าน เช่น โทมัส ฮอบส์ ที่หนุนอำนาจสูงสุดของผู้ปกครอง และหนุนระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ จอห์น ล็อค ท่านผู้นี้หนุนอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน อดัม สมิธ ผู้เสนอความคิดเสรีนิยมทางเศรษฐกิจโดยให้รัฐบาลแทรกแซงกิจการของเอกชนให้น้อยที่สุด ควรปล่อยให้มีการประกอบกิจการโดยเสรี ความมั่นคงของเอกชนคือความมั่งคั่งของชาติ ฯลฯ

อังกฤษลองผิดลองถูกการเมืองการปกครองมานานหลายร้อยปี จนท้ายที่สุดก็ยอมรับว่าประชาธิปไตยเป็นระบอบที่เลวน้อยที่สุด แทบทุกประเด็นสำคัญของชาติ รัฐบาลได้จัดให้มีการลงประชามติ เมื่อเสียงส่วนใหญ่ว่ายังไง เสียงส่วนน้อยก็ว่าไปตามนั้น และรอจนกว่าจะมีการลงประชามติหรือเลือกตั้งรอบใหม่ ด้วยเหตุนี้บ้านเมืองจึงสงบร่มเย็นได้

ชาติรัฐใดก็ตาม ที่ยังมีการไม่รับเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน แพ้การเลือกตั้งก็ไม่ยอมรับ พอรู้ว่าจะแพ้ก็ล้มกระดาน ชาติรัฐพวกนี้จะอยู่แบบถูลู่ถูกัง ชาติจะเหมือนคนเป็นโรคร้ายแต่ไม่ตาย ทว่าอยู่แบบทรมาน ไม่มีความสุขสมบูรณ์เหมือนคนในชาติบ้านเมืองที่ยอมรับกติกา ชนะก็ชนะ แพ้ก็ไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงนโยบายให้ได้รับชัยชนะในอนาคต

เราจะเห็นว่ามีการลงประชามติถึงสองครั้งในสหราชอาณาจักรในระยะเวลาไม่ถึง 5 ปีที่ผ่านมา ทั้งการลงประชามติแยกสกอตแลนด์ออกจากสหราชอาณาจักร และการแยกสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป รัฐบาลปล่อยให้มีการรณรงค์กันอย่างเต็มที่ ทั้งฝ่ายต่อต้านและฝ่ายสนับสนุน เพื่อให้มีข้อมูลไปสู่ประชาชนอย่างครบถ้วน เพื่อให้ทุกคนได้รับข้อมูลและพิจารณาอย่างตกผลึก แล้วจึงตัดสินใจด้วยวิจารณญาณของตนเอง

ฝ่ายแพ้ก็จะลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ตัวอย่างของจริยธรรมการเมืองแบบประชาธิปไตยสากลมีให้เห็นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เองครับ ทันทีที่ทราบว่าฝ่ายเบร็กซิตเป็นผู้ชนะ นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ก็ออกมาประกาศลาออกจากตำแหน่งทันที

คนดังของอังกฤษก็ไม่ทำตัวเป็นอีแอบ ต่างแสดงทัศนะของตนอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกลัวใครจับไปปรับทัศนคติ พอทราบว่าฝ่ายให้แยกตัวออกจากอียูหรือฝ่าย Leave ชนะ ฝ่ายหนุนหรือ Remain ก็เขียนคอมเมนต์ลงในโซเชียลมีเดียอย่างตรงไปตรงมา เช่น เจ.เค. โรว์ลิ่ง ผู้เขียนแฮร์รี่ พอตเตอร์โพสต์ว่าเธอไม่อยากได้เวทมนต์อะไรอีกแล้ว ไมเคิล มัวร์ ผู้สร้างภาพยนตร์ คนนี้แรงหน่อย โพสต์ว่า “คนอังกฤษยังอยู่ในวังวนของความโง่เขลาต่อไป หลังจากร่วมทำสงครามในอิรัก แปรรูปรถไฟ ลอกเลียนแบบเงินกู้การศึกษาของอเมริกันมาใช้ ตอนนี้ก็ยังจะมาเบร็กซิตอีก” เพียร์ส มอร์แกน พิธีกรคนดัง โพสต์ว่า “อย่างนี้นะซี นายโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงมีโอกาสที่จะได้เป็นผู้นำสหรัฐฯ คนถูกป้อนข้อมูลด้วยนักการเมืองพื้นๆ”

พวก leave ซึ่งเป็นฝ่ายชนะก็ออกมาโพสต์กันเต็มหน้าจอ ไนเจล ฟาราจ แกนนำฝั่ง Leave บอกว่า ตนกล้าจะฝันถึงรุ่งอรุณของสหราชอาณาจักรที่เป็นอิสระ เคที ฮอปสกินส์ นักแสดงหญิงโพสต์ว่า “วันนี้เรารับอรุณใหม่ และรับสหราชอาณาจักรที่เจิดจ้ากล้าหาญ ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่อยู่ข้างที่ถูกต้องของประวัติศาสตร์” ฯลฯ

พ.ศ.2546 ผมมีโอกาสเคยสนทนากับนักการเมืองบูร์กินาฟาโซ แกบอกว่าแกชื่นชมประชาธิปไตยสไตล์บูร์กินาฟาโซเท่านั้น “ข้าพเจ้าจะไม่รับอะไรจากตะวันตกเลยแม้แต่อย่างเดียว” ผมฟังแล้วก็สมเพชแกมาก ในขณะที่บอกว่าไม่รับอะไรจากตะวันตก แต่แกยังใส่เสื้อผ้าแบบตะวันตก ใช้นาฬิกายี่ห้อสวิส รถที่จอดหน้าสำนักงานก็เป็นรถยุโรป ในสำนักงานของแกเย็นฉ่ำด้วยแอร์ซึ่งเป็นเทคโนโลยีตะวันตก รอบตัวของนักการเมืองแอฟริกันคนนี้เป็นตะวันตกเกือบทั้งหมด แต่แกดันสร้างวาทกรรมลวงโลก สร้างเพื่อหาคะแนนเสียงเท่านั้นเอง

กรณีเบร็กซิต รัฐบาลอังกฤษปล่อยให้ข้อมูลของทั้ง 2 ฝ่ายออกมาสู่ประชาชนอย่างเต็มที่ ไม่กีดขวางกางกั้น ประสงค์เพื่อให้ผู้คนทั้งประเทศช่วยกันกรองว่าสิ่งใดดีที่สุดสำหรับตน รัฐบาลมีหน้าที่เพียงดำเนินการตามสิ่งที่เคยให้สัญญาประชาคมกับประชาชนเท่านั้น

ดูสหราชอาณาจักร

ดูบูร์กินาฟาโซ

และก็มาย้อนดูไทยแลนด์ครับ.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

27 มิ.ย. 2559 09:29 ไทยรัฐ