วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปักธง5ยุทธศาสตร์ ผ่า!ทางตันสปสช.

ถึงแม้ว่า...“ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” ของประเทศไทยจะเป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ ถูกยกให้เป็นต้นแบบในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา สามารถดูแลประชาชนในประเทศให้เข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างครอบคลุม...ทั่วถึง...ภายใต้งบประมาณที่จำกัด

ทว่า...ก็ยังมีประเด็นท้าทายที่ยังรอการสานต่ออีกหลายด้าน โดยเฉพาะ ...“การสร้างระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอย่างยั่งยืน” ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผล

นพ.มงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สะท้อนมุมมองเอาไว้ว่า การวางระบบบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า สปสช.เดินมาถูกทางและถูกต้องแล้ว เป็นรูปแบบบริหารที่ได้วางไว้ตั้งแต่แรกเริ่มในสมัยของ นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์

“ส่งผลให้เกิดการจัดการเพื่อให้ประชาชนรับบริการครอบคลุม...ทั่วถึง เห็นได้จากการพัฒนาระบบจัดซื้อยารวมระดับประเทศและเครื่องมือแพทย์ที่ทำให้เกิดการแข่งขันลดราคาลง มีคณะทำงานที่คอยประเมินเพื่อควบคุมคุณภาพ...มาตรฐาน วางระบบการบริหารงบประมาณที่แยกเป็นกองทุนต่างๆที่ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาได้ มีการทำงานร่วมกันของคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ รวมถึงประสานการทำงานหน่วยงานอื่นๆ”

ปัญหามีว่า...ด้วยระบบหลักประกันที่ซับซ้อนนี้ จึงอาจทำให้คนที่ไม่เคยบริหารงาน สปสช.มาก่อน ไม่สามารถต่อยอดได้ทันที...อาจต้องใช้เวลาเรียนรู้เป็นปี หากเดินไปไม่ถูกทาง อาจทำให้ระบบหายไป

และ...“ประเทศไทย” อาจต้องมาตั้งต้นระบบกันใหม่ด้วยการไปดูงานจากประเทศอื่น

สิ่งที่ สปสช.ต้องดำเนินการจากนี้ ต้องทบทวนการดำเนินงานที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องในการดำเนินงานที่ยังเป็นปัญหาหรือทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม นำเทคโนโลยีใหม่ที่มีอยู่มาใช้ให้เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะในแง่ของผู้ให้บริการที่ต้องช่วยลดปัญหาภาระงาน ไม่ต้องมาคีย์ข้อมูลเพื่อแลกกับเงิน...ใช้ระบบที่กลัวผู้ให้บริการเบิกจ่ายเกิน โดยต้องทำให้ผู้ให้บริการมีเวลาสัมผัส...พูดคุยกับคนไข้ให้ได้มากที่สุด และพัฒนาให้ทันเหตุการณ์

ขณะเดียวกัน ภาพรวมของ “ระบบสุขภาพ” ยังมีปัญหาด้านการบริการที่เกิดจากการบริหารแบบรวมศูนย์ จึงยังไม่สามารถรองรับระบบได้ ทำให้ยังเป็นระบบที่ไม่สมบูรณ์ ควรเดินหน้ากระจายอำนาจ เพื่อให้ชุมชน ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบบริการดูแลชาวบ้านในพื้นที่ตนเอง

สุรีรัตน์ ตรีมรรคา ผู้ประสานงานกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ บอกว่า ไม่ว่าเลขาธิการ สปสช.จะเป็นใคร เราอยากได้บุคคลที่พร้อมมาเป็นผู้บริหารองค์กรอิสระ ซึ่งต้องมีความเป็นตัวของตัวเอง ยึดมั่นหลักการของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และทำงานร่วมกับบอร์ด สปสช.ได้อย่างเต็มที่

รวมทั้งมีแนวคิด...ข้อเสนอใหม่ๆในการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ไม่ใช่กลัวนโยบายจำกัดเงินกองทุน ไม่กล้าต่อสู้งบประมาณ จนส่งผลกระทบต่อการคุ้มครองสิทธิประชาชน

“ขอฝากไปยัง รมว.สาธารณสุข ที่ว่า...จะเน้นที่ประชาชนหรือการบริหารจัดการเบ็ดเสร็จภายใต้ สธ. ควรมองไปข้างหน้า เนื่องจากระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว...และควรทำให้ดียิ่งขึ้น”

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ.รพ.จะนะ จ.สงขลา เปิดใจว่า การจัดระบบบริการสุขภาพและการรักษาโรคในปัจจุบันนั้น ได้ถูกผูกขาดโดยวงการแพทย์ที่มีกระทรวงสาธารณสุขเป็นขาใหญ่แล้ว ยากที่ประชาชนทั่วไปจะมีอำนาจต่อรองกับโรงพยาบาล เช่น โรงพยาบาลลงนัดคิวผ่าตาต้อกระจกไว้ 3 ปี คนจนที่ไม่มีเงินไปโรงพยาบาลเอกชนก็ต้องจำใจรอ

ดังนั้น...จึงต้องมีองค์กรอีกองค์กรหนึ่งขึ้นมาทำหน้าที่เป็นคนที่ช่วยต่อรองช่วยรีดประสิทธิภาพในระบบแทน หรือที่ในทางวิชาการเรียกว่า...องค์กรที่ทำหน้าที่ถืองบต่อรองบริการแทนประชาชนนี้ว่า “องค์กรผู้ซื้อบริการ” นั่นก็คือ “สปสช.”

ในทางวิชาการนั้น ประสิทธิภาพใน “ระบบสุขภาพ” จะเกิดเมื่อแยก “ผู้จัดบริการ” คือ โรงพยาบาล กับ “ผู้ซื้อบริการ” แทนประชาชน ซึ่งก็คือ สปสช. ออกจากกัน เพื่อให้เกิดความสมดุล

“ก่อนที่จะมี สปสช.นั้น กระทวงสาธารณสุขเล่นบทเป็นทั้งผู้ถืองบ (ผู้ซื้อบริการ) และเป็นผู้บริหารจัดการโรงพยาบาล (ผู้จัดบริการ) เอง หรือเรียกว่า two in one จึงเข้าข่ายมีผลประโยชน์ทับซ้อนอาจชงเองกินเองหรือจะตรวจสอบกำกับตนเองอย่างเข้มข้นก็ยากลำบากเพราะเป็นองค์กรเดียวกันก็ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย”

นพ.สุภัทร บอกว่า ผลก็คือ...ประสิทธิภาพในการให้บริการของโรงพยาบาลนั้นต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ความไม่มีประสิทธิภาพของการที่ผู้จัดบริการและผู้ถือเงินอยู่ในองค์กรเดียวกันนี่เอง นำมาสู่หลักการแยกผู้ซื้อ และผู้จัดบริการออกจากกัน ซึ่งในประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลกก็ใช้หลักการนี้

“เราได้ค่อยๆเดินหน้าสร้างระบบหลักประกันสุขภาพที่สะสมประสิทธิภาพขึ้นมาเรื่อยๆตลอด 14 ปี ภายใต้ข้อจำกัดมากมาย...เราก็ทำได้ดีจนวันนี้ประเทศไทยที่ยังเป็นประเทศกำลังพัฒนามีดัชนีระบบบริการสุขภาพที่ดีอันดับ 4 ของโลกแล้ว...แล้วเราจะเดินถอยหลัง
ลงคลองไปทำไม”

นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ อดีตรองเลขาธิการ (สปสช.) ในฐานะหนึ่งในผู้ผลักดัน คลุกคลีการบริหารระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้ามานานกว่า 14 ปี เสริมว่า ทั้งจากข้อจำกัดทางด้านงบประมาณ โครงสร้างการบริหาร ระบบต่างๆในประเทศ ข้อจำกัดทางกฎหมาย ข้อจำกัดผู้ให้บริการทั้งภาครัฐ ...เอกชน

อีกทั้ง “ความต้องการของผู้รับบริการ”...ที่มีโจทย์ใหญ่คือการเรียกร้อง...“ความเท่าเทียม” ในระบบบริการสุขภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และจากการดำเนินงานของ สปสช.เอง ที่ส่งผลให้เกิดความขัดแย้ง เหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรคสำคัญ จำเป็นที่ สปสช.ต้องวางแนวทางการดำเนินงานใหม่

ก้าวต่อไปของ สปสช.จากนี้ จะนำไปสู่การผ่าทางตัน ต้องปรับบทบาท...ดำเนินตามกรอบยุทธศาสตร์ 5 ด้าน...เริ่มจากบุคคลทุกคนมีสิทธิเสมอภาคกันในการได้รับบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพ มาตรฐาน เน้นให้คนไทยทุกคนได้รับการคุ้มครองสิทธิ...เข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานและประสิทธิภาพ

สนับสนุนส่งเสริมการบริการสาธารณสุขของหน่วยบริการ เครือข่ายให้มีคุณภาพมาตรฐาน และผู้ให้บริการมีความสุข, สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมเพื่อจัดการให้ระบบมีประสิทธิภาพ คุ้มครองสิทธิที่เป็นการสร้างสมดุลของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย, บริหารกองทุนมีประสิทธิภาพ มีส่วนร่วมและมีความยั่งยืนทางการเงิน

ที่สำคัญ...คือ การบูรณาการด้านการจัดการของ 3 กองทุน ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

ยุทธศาสตร์สุดท้าย สปสช.เป็นหน่วยงานหลักของระบบประกันสุขภาพที่มีประสิทธิภาพทันสมัย มีระบบตรวจสอบที่เข้มแข็ง และเพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น นพ.ประทีป บอกอีกว่า ยังต้องมีการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ในบางมาตรา

อาทิ มาตรา 3 ขยายความคำนิยามบริการสาธารณสุขให้ครอบคลุมฯ มาตรา 38 ขยายความวัตถุประสงค์กองทุนฯให้ชัดเจนมากขึ้น ควบคุมถึงหน่วยงานรัฐ องค์กรอื่นที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนบริการสาธารณสุข และมาตรา 32 (12) แก้ไขคุณสมบัติของเลขาธิการ สปสช.

สปสช.ต้อง...“Go and Growth Together” ขับเคลื่อนระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าไปข้างหน้า เป็นหลักประกันสุขภาพที่สร้างความอุ่นใจยิ่งขึ้นให้กับคนไทยต่อไปอย่างยั่งยืน.

ถึงแม้ว่า...“ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” ของประเทศไทยจะเป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ ถูกยกให้เป็นต้นแบบในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา สามารถดูแลประชาชนในประเทศให้เข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างครอบคลุม...ทั่วถึง...ภายใต้งบประมาณ 27 มิ.ย. 2559 09:17 28 มิ.ย. 2559 07:28 ไทยรัฐ