วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฤาษีพุทธจรัล ยันเปลี่ยนชื่อประเทศส่งผลดี เรียกศรัทธากลับคืน

ฤาษี ดร.พุทธจรัล ชี้รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ ตั้งใจทำงานเพื่อชาติ แนะหากเปลี่ยนชื่อไทยเป็นสยามจะส่งศรัทธาดั้งเดิมกลับมา และจะส่งผลให้ประเทศดีขึ้น

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 59 ฤาษี ดร.พุทธจรัล หรือ ดร.จรัล นันสุทานนท์ อดีตผู้จัดการวงดนตรีชื่อดัง "ดิอิมพอสซิเบิ้ล" วัย 74 ปี ได้ประกอบพิธีนำลูกศิษย์ไหว้ครูมหาฤาษีผู้เป็นอาจารย์ หลักจากเสร็จสิ้นพิธีแล้ว ฤาษี ดร.พุทธจรัล กล่าวว่า ในธรรมชาติมันมีเมตตาธรรม ซึ่งไม่เคยหยุดนิ่งที่จะให้ ที่จะประกาศที่จะส่งเสริมให้ทุกชีวิตสำเร็จสมหวัง เมตตาธรรมอันนั้นได้กลายมาเป็นความรู้สึกของมนุษย์ และสัตว์ เราเรียกว่าศรัทธา ฉะนั้นศรัทธาเป็นสิ่งที่สูงที่สุด ทุกคนเกิดมามีศรัทธาในคุณงามความดี ศรัทธาในวิถีธรรม ศรัทธาในธรรมชาติ ศรัทธานี้มากับมนุษย์กลุ่มหนึ่งมาอยู่ใกล้ๆ กันเหมือนกันจนเรียกศาสนา และแยกกันไปในหลายศาสนา

ทั้งนี้คำว่าศรัทธาก็มีกระบวนการอื่นเข้ามาแทรกซ้อน ก็คือมีมิจฉาทิฏฐิเข้ามาและเอาศรัทธามาเป็นข้ออ้าง อันนี้ทำให้เกิดกิ่งก้านของศาสนาขึ้น และเมื่อมิจฉาทิฏฐิแรงขึ้น กิ่งก้านมันก็มองไม่เห็นต้น ถึงผู้หล่อเลี้ยง หรือปัญญาที่หล่อเลี้ยง กิ่งเหล่านี้มันก็มีชีวิตอยู่ชั่วคราว 5,000 ปี 2,500 ปี 1,000 ปี ดังนั้นมิจฉาทิฏฐิ คือสิ่งที่รัฐบาลทุกรัฐบาลพยายามจะแก้ไขแต่เนื่องจากผู้บริหารหรือมนุษย์ด้วยกันที่เข้ามาบริหารยังมีมจฉาทิฏฐิเกิดขึ้น รัฐธรรมนูญ 19 ฉบับ ถึงถูกกำหนดขึ้นมาเพื่อจะปราบมิจฉาทิฏฐิให้สังคมกลับมาสู่ภาวะของศรัทธาเต็มเปี่ยม อยู่ร่วมกันอย่างมีสันติสุข นั่นคือเจตนารมณ์และเป้าหมายของศาสนา ทุกศาสนาก็อยากให้คนอยู่ร่วมกันฉันพี่น้อง เจตนาของศาสนาเป็นเจตนาของชีวิตของธรรมชาติของคนน ทำไมมันถึงมีปัญหาเยอะแยะ มิจฉาทิฏฐิคือปัญหาของคน แล้วธรรมนูญเป็นเรื่องทุกคนต้องยึดประชาธิปไตยเป็นเรื่องเลวร้ายสุดที่คนเอามายึด เพราะมันมีมัจฉาทิฏฐิอยู่เบื้องหลัง

ฤาษี ดร.พุทธจรัล กล่าวว่า ฉะนั้นรัฐบาลโดยเฉพาะ 3 ป. (พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา) ในขณะนี้ถูกรังแก ทั้งๆที่เจตนาของท่าน 2-3 ปีที่ผ่านมา มีเจตนาที่สูงมากคืออยากให้สังคมอยู่เย็นเป็นสุขมีเป้าหมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมิจฉาทิฏฐิก็เข้ามาอยู่ในระบบความคิดของท่านและอยู่นอกระบบของท่าน เพราะฉนั้นเจตนาของธรรมชาติ หรือศรัทธามันก็ถดถอยลง แม้กระทั่งในวัดขณะนี้ศรัทธาก็เสื่อมลง ผู้ที่จะมาเป็นเจ้าอาวาสเป็นรองเจ้าอาวาสก็จะน้อยลงไป ชาวบ้านที่ต้องอาศัยวัดเป็นเครื่องบำรุงใจศรัทธาก็ถดถอยลง แล้วใครล่ะจะเป็นผู้รับผิดชอบและท่านที่เข้ามาบริหารบ้านเมือง เข้ามาคิดต้นที่จะหาวิธีดูแลบ้านเมือง ท่านคับใจส่วนนี้หนือเปล่า แต่ท่านไม่เข้าใจมิจฉาทิฏฐิที่อยู่เบื้องหลังท่าน จะทำให้ท่านทำลายชาติบ้านเมืองโดยไม่รู้ตัว

ฤาษี ดร.พุทธจรัล กล่าวอีกว่า การเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมาทุกครั้งทำร้ายคน ทำร้ายชาติบ้านเมือง รัฐบาลทุกรัฐบาลขึ้นมาก็ทำร้ายชาติทำร้ายอนาคตบ้านเมือง คนที่คิดจะปราบโกงคนนั้นก็เป็นคนโกงเสียเองอย่างนี้ แล้วสังคมก็มองเห็น ทีนี้ปัญหาทั้งหมดมันเป็นเรื่องของกาลเวลา เป็นเรื่องเวลาควรโทษเวลา ไม่ควรไปโทษใคร แต่ควรจะมานั่งคิดด้วยกันอย่างไงให้ศรัทธากลับคืนสู่แผ่นดิน พระเจ้าอยู่หัวของเราก็พยายามให้ศรัทธาเกิดในทุกหมู่เหล่า ท่านทำดีที่สุดใน 70 ปีที่ท่านปกครองประเทศนี้อยู่ แต่มันก็ยังไม่พอ พวกเราต้องช่วยท่านเรียกศรัทธาของเราคืนมาก่อนดีหรือไม่ ไปบูชาพระสยามเทวาธิราช เริ่มให้ประเทศเราเป็นประเทศสยาม หรือสยามประเทศ เจตนาของธรรมชาติและศรัทธาดั้งเดิมก็จะกลับคืนมาในอารมณ์ของเรา วัดก็จะมีบทบาท นักการเมืองก็จะมีบทบาท นักวิชาการก็จะมีบทบาท แล้วเราจะคิดหนึ่งเดียวกัน นี้คือเป้าหมายสูงสุดของ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี และ คสช.

ผู้สื่อข่าวถามว่าท่านเคยกล่าวว่าคนที่ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี มักจะบอบช้ำทุกราย เพราะอะไร ฤาษี ดร.พุทธจรัล ตอบว่า คนที่ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีแต่ละคนที่ลงมาบอบช้ำทุกราย เป็นเหตุผลที่ผู้ที่เข้ามารับผิดชอบและเป็นนายกรัฐมตรีของชาติคนเหล่านั้นเป็นบุคคลต้องแบกรับภาระกรรมของชาติ และกรรมของคนทั้งประเทศ หากคนที่จะเป็นนายกฯ ไม่เจ๋งจริง หรือเป็นเซียน เป็นพระอรหันต์ก็เสร็จทุกราย รวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วย ท่านเองก็รู้ว่ายาก เพราะฉะนั้นพวกเราผู้ที่อยู่ในชาติร่วมกันเข้าใจประเด็นนี้อย่าไปมองท่านในด้านร้าย ควรส่งเสริมและแผ่ความสุขให้ท่าน แผ่เจตนาดีให้กับท่าน ท่านก็จะได้มีกำลังใจที่จะทำงานต่อไป อย่าลืมว่า พล.อ.ประยุทธ์ เองก็ยังไม่ได้เป็นพระอรหันต์ย่อมผิดได้ ย่อมมีพฤติกรรมที่ท่านไม่ชอบก็ได้ อย่าไปมองตรงนั้นขอให้มองข้าม ขอให้มองที่เจตนารมณ์อันแท้จริงของท่านที่เข้ามาเพื่อรับผิดชอบอนาคตของพวกเรา

"กรรมของชาติหรือเจตนารมณ์กระแสของชาติจะกำหนดบุคคลใดบุคคลหนึ่งขึ้นมาเป็นผู้นำ เขาบอกว่า ยถา ราชา ตถา ประชา ผู้ที่จะมานำ และผู้ถูกนำเป็นคนกลุ่มเดียวกัน แต่ถ้าอยากให้ผู้นำที่มีสติปัญญาสูงมีวิสัยทัศน์สูง มีศรัทธาสูง ท่านก็ต้องเปลี่ยนตัวของท่านเองขึ้นมาด้วย คนนำกับคนตามจะไม่ต่างกัน ดังนั้นเราอยากเห็นผู้นำที่มีแสงสว่าง 100 วัตต์ ท่านก็ต้องเป็น 100 วัตต์ด้วย ไม่ใช่ท่าน 5 วัตต์ 10 วัตต์ แต่จะหวังให้ผู้นำ 100 วัตต์ มันเป็นไปไม่ได้ ในประเทศเรานี้ยังมีผู้นำที่โดดเด่นที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำมีมาก แต่เราในฐานะคนไทยด้วยกันยังไม่มีบารมีพอที่จะรองรับท่านเหล่านั้น ก็ต้องช่วยกันสร้างบารมีให้กับตัวเราเองก่อนให้มีความสะอาดบริสุทธิ์มีศิลปกติลดมิจฉาทิฏฐิให้มีสัมมาทิฏฐิเพิ่มขึ้น แล้วเราก็จะได้ผู้นำที่สุดยอด ที่พวกเราอยากเห็นประเทศไทยควรจะเป็นประเทศแรกในโลกที่จะมีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เพราะแผ่นดินสยามเป็นแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง".

ฤาษี ดร.พุทธจรัล ชี้รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ ตั้งใจทำงานเพื่อชาติ แนะหากเปลี่ยนชื่อไทยเป็นสยามจะส่งศรัทธาดั้งเดิมกลับมา และจะส่งผลให้ประเทศดีขึ้น 26 มิ.ย. 2559 19:56 26 มิ.ย. 2559 22:22 ไทยรัฐ