วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยูโร 2008: กระทิงดุไร้พ่าย เถลิงแชมป์สมัย 2

ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 13 หรือ ยูโร 2008 มี 2 ชาติ รับเป็นเจ้าภาพร่วมเป็นครั้งที่ 2 โดยจัดระหว่างวันที่ 7-29 มิถุนายน ซึ่งแชมป์ในครั้งนี้ตกเป็นของทีมชาติสเปน ที่สามารถคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ได้สำเร็จ หลังรอมานาน 44 ปี…

เจ้าภาพในครั้งนี้ได้แก่ ออสเตรีย กับ สวิตเซอร์แลนด์ โดยแบ่งกันใช้สนามจัดการแข่งขัน 4 สนาม ใน 4 เมืองเท่ากันคือ ออสเตรีย ใช้ แอรน์สท์ ฮัปเปิล สตาดิโอน กรุงเวียนนา, เวิร์ทเธอร์ซี สตาดิโอน เมืองคลาเกนเฟิร์ต, วัลส์ ซีเซนไฮม์ สตาดิโอน เมืองซัลซ์บวร์ก และ ติโวลี นอย สตาดิโอน เมืองอินน์สบรูค

ขณะที่สวิตเซอร์แลนด์ ใช้ สต๊าด เดอ เชอแนฟ เมืองเจนีวา, เซนต์ ยาค็อป ปาร์ค เมืองบาเซิล, สต๊าด เดอ สวิส กรุงเบิร์น และ เลจซีกรุนด์ เมืองซูริก

สำหรับ 16 ทีมที่ผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้ายครั้งนี้ แบ่งเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม เหมือนเดิม โดย กลุ่มเอ มี เจ้าภาพร่วม สวิตเซอร์แลนด์, โปรตุเกส, ตุรกี และ เช็ก โดย โปรตุเกส กับ ตุรกี ควงแขนกันเข้ารอบต่อไป

ด้านกลุ่มบี มี เจ้าภาพร่วม ออสเตรีย, โครเอเชีย, เยอรมนี อดีตแชมป์ 3 สมัย และ โปแลนด์ ซึ่งผลปรากฏว่า โครเอเชีย กับ เยอรมนี ผ่านเข้ารอบ 8 ทีม ได้สำเร็จ

ส่วนกลุ่มซี มี เนเธอร์แลนด์ อดีตแชมป์ 1 สมัย, อิตาลี อดีตแชมป์ 1 สมัย, โรมาเนีย และ ฝรั่งเศส อดีตแชมป์ 2 สมัย และเป็น เนเธอร์แลนด์ กับ อิตาลี ที่ได้ผ่านเข้ารอบต่อไป

ขณะที่กลุ่มดี มี สเปน อดีตแชมป์ 1 สมัย, รัสเซีย อดีตแชมป์ 1 สมัย, สวีเดน และ กรีซ แชมป์เก่า และอดีตแชมป์ 1 สมัย โดย สเปน กับ รัสเซีย กอดคอเข้ารอบ

มาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย คู่แรก โปรตุเกส พบกับ เยอรมนี และเป็นทัพอินทรีเหล็กที่เฉือนเอาชนะไปหวุดหวิด 3-2

คู่ที่ 2 โครเอเชีย ปะทะ ตุรกี ซึ่งเกมใน 90 นาที ทำอะไรกันไม่ได้ เสมอ 0-0 ต้องต่อเวลาอีก 30 นาที จนมาเสมอกันที่ 1-1 ต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ และเป็นแข้งตุรกีที่นิ่งกว่า เอาชนะไปได้ 3-1

คู่ที่ 3 เนเธอร์แลนด์ พบ รัสเซีย เกมใน 90 นาที เสมอกันอยู่ 1-1 ต้องต่อเวลาอีก 30 นาที และเป็นรัสเซียที่ยิงได้ 2 ประตู เอาชนะไป 3-1

และคู่ที่ 4 สเปน เจอกับ อิตาลี โดยเสมอกัน 0-0 ในเวลา 120 นาที ทำให้ต้องดวลจุดโทษหาทีมชนะ และเป็นแข้งกระทิงดุที่ยิงแม่นกว่า เอาชนะไป 4-2

เกมรอบรองชนะเลิศ คู่แรก เยอรมนี พบ ตุรกี ซึ่งเกมทำท่าว่าจะเสมอ 2-2 ใน 90 นาที แต่ในนาทีสุดท้าย ฟิลิปป์ ลาห์ม ซัดประตูชัยให้ขุนพลอินทรีเหล็ก เฉือนชนะไปฉิวเฉียด 3-2 ผ่านเข้าชิงชนะเลิศเป็นสมัยที่ 6

ขณะที่เกมรอบรองชนะเลิศ คู่ที่ 2 สเปน พบกับ รัสเซีย ซึ่งคู่นี้เคยอยู่กลุ่มเดียวกันในรอบแรก สเปนชนะ 4-1 แต่นัดนี้เกมในครึ่งแรกยังตื้ออยู่ เสมอกัน 0-0 แต่ในครึ่งหลัง แข้งกระทิงดุสมชื่อ ซัดรวดเดียว 3 ประตู ช่วยให้เอาชนะไปขาดลอย 3-0 ผ่านเข้าชิงชนะเลิศเป็นสมัยที่ 3

สำหรับคู่ชิงชนะเลิศ เยอรมนี พบกับ สเปน เกมค่อนข้างสูสี และนัดนี้ประตูชัยเกิดขึ้นในนาทีที่ 33 จาก เฟร์นันโด ตอร์เรส ช่วยให้สเปนเฉือนชนะ 1-0 คว้าแชมป์สมัยที่ 2 ไปครองได้สำเร็จ ที่สำคัญในครั้งนี้ สเปน ไม่แพ้ใครตลอดรายการอีกด้วย 

ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 13 หรือ ยูโร 2008 มี 2 ชาติ รับเป็นเจ้าภาพร่วมเป็นครั้งที่ 2 โดยจัดระหว่างวันที่ 7-29 มิถุนายน ซึ่งแชมป์ในครั้งนี้ตกเป็นของทีมชาติสเปน ที่สามารถคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ได้สำเร็จ หลังรอมานาน 44 ปี… 26 มิ.ย. 2559 14:22 26 มิ.ย. 2559 15:34 ไทยรัฐ