วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วัดป่าตาบัว ตั้งผู้ดูแลวัดใหม่สู้คดี โอดภาระเลี้ยงสัตว์กว่า 4 พันตัว

วัดป่าหลวงตาบัว จ.กาญจน์ ตั้งผู้ดูแลวัดคนใหม่สู้คดี โอดกรมอุทยานฯ ได้เสือแต่ทิ้งสัตว์อื่น เช่น เก้ง กวาง ม้า ให้เป็นภาระกว่า 4,000 ตัว เร่งขอบริจาคผู้มีจิตศรัทธาช่วยค่าอาหาร เล็งฟ้องกรมอุทยานฯ และคนสองกลุ่มที่ขัดแย้งกันแล้วโยนผิดให้พระ

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.59 นายศิริ หวังบุญเกิด ไวยาวัจกร หรือผู้ดูแลวัดที่เจ้าอาวาสวัดมอบหมายของวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน เปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องการขนเสือของกลางว่า พระวิสุทธิสารเถร หรือ หลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน ประธานมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ได้แต่งตั้งตำแหน่ง ไวยาวัจกรให้กับตน เพื่อต่อสู้คดีเกี่ยวกับการที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำกำลังเจ้าหน้าที่มาขนย้ายเสือโคร่งของกลาง จำนวน 147 ตัว ออกไปจากวัดแล้วนำไปไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาประทับช้างและสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ตามที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้

ทั้งนี้หลังจากที่กรมอุทยานฯ ขนย้ายเสือไปหมดแล้ว ความเดือดร้อนก็ตกอยู่กับวัด เนื่องจากทางวัดไม่มีรายได้ที่จะนำเงินไปซื้ออาหารมาให้สัตว์ที่คงหลงเหลืออยู่ เช่น เก้ง กวาง ม้า ละมั่ง หมูป่า รวมทั้งวัวและควาย 3,000-4,000 ตัว ถามว่าเมื่อทางกรมอุทยานฯ นำเสือออกไปแล้ว ทำไมไม่มาขนย้ายสัตว์ของกลางชนิดอื่นๆ ที่ฝากให้ทางวัดเลี้ยงดูแลเอาไว้เป็นจำนวนมากไปด้วย แต่กลับปล่อยสัตว์ของกลางเหล่านั้นให้เป็นภาระของวัด โดยที่กรมอุทยานฯ ไม่เคยเข้ามาดูแลอีกเลย ซึ่งกรมอุทยานฯ เองเคยบอกว่า ไม่อยากให้ทางวัดเลี้ยงสัตว์ แต่กลับมาทิ้งสัตว์เหล่านี้ให้ทางวัดรับผิดชอบ ทำอย่างนี้ได้อย่างไร

นายศิริ กล่าวว่า หลังจากนี้เราจำเป็นจะต้องขอรับการสนับสนุนเงินจากผู้มีจิตศรัทธาและผู้ที่รักความเป็นธรรม เพื่อดำเนินการฟ้องร้องเพื่อขอความเป็นธรรมกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับทางวัด คือเราต้องการที่จะฟ้องร้องกรมอุทยานฯ และฟ้องร้องกับอดีตเจ้าหน้าที่ของวัดที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง 2 กลุ่มที่หนีออกไปจากวัดแล้ว คือฟ้องร้องกลุ่มของหมอสมชัย วิเศษชัยมงคล อดีตนายสัตวแพทย์ผู้ดูแลเสือของกลางมีอยู่ด้วยกัน 4 คน ขณะนี้ได้รวบรวมเอกสารต่างๆ ย้อนหลังไปหลายปีเพื่อนำไปเป็นหลักฐานในการฟ้องร้อง ส่วนกลุ่มที่สองคือกลุ่มของ พ.ต.อ.ศุภิฏพงศ์ ภักดิ์จรุง รองประธานมูลนิธิวัดป่าฯ และครอบครัว ส่วนผลการฟ้องร้องจะเป็นอย่างไรก็ขอให้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาคดีของศาล

"ตนอยากให้ทุกคนมองภาพกว้างๆ ว่า ที่ผ่านมากลุ่มบุคคลทั้งสองกลุ่มพยายามโยนความผิดให้กับหลวงตาจันทร์เพียงคนเดียว เพราะทั้งสองกลุ่มได้เกิดการขัดแย้งเพื่อช่วงชิงผลประโยชน์กัน บุคคลกลุ่มหนึ่งต้องการผลประโยชน์จากองค์กรเกี่ยวกับสัตว์ป่าที่อยู่ต่างประเทศ เขาเข้ามาอ่อยเหยื่อด้วยการบอกว่าจะให้เงินเป็นจำนวนมากเพื่อให้มาบริหารการจัดการสวนเสือในประเทศไทยให้ดีขึ้น"

อย่างไรก็ตามจุดนี้เองคือจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งแย่งชิงผลประโยชน์ เป็นเหตุทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันขึ้นมา และเป็นสาเหตุเริ่มต้นที่สร้างความเสียหายให้กับทางวัดอย่างร้ายแรง ทำให้สาธารณชนมองภาพว่าภายในวัดป่าหลวงตาบัวฯ เป็นซ่องโจร และเป็นแหล่งค้าเสือข้ามชาติ ซึ่งตนในฐานะไวยาวัจกรของวัดก็คงจะไม่ปล่อยให้กลุ่มบุคคลใส่ร้ายป้ายสีเพียงฝ่ายเดียวอย่างแน่นอน และก็คงต้องไปพิสูจน์กันในชั้นศาลว่าทางวัดเป็นซ่องโจร และเป็นแหล่งค้าเสือข้ามชาติจริงหรือไม่

"ที่ผ่านมาหมอสมชัยบอกมาโดยตลอดว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางวัด ตนต้องขอเรียนชี้แจงให้ประชาชนทั่วไปทราบว่า หมอสมชัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับทางวัดอย่างแน่นอน เพราะหมอสมชัยบอกว่าเป็นจิตอาสาเข้ามาดูแลเสือของกลางตั้งแต่ต้น ถามว่าหมอสมชัยเป็นจิตอาสาประเภทไหน เพราะรับเงินจากวัดสัปดาห์ละ 6,000 บาท มาโดยตลอด"

นอกจากนี้ยังมีการทำโครงการต่างๆ ขึ้นมาอีกหลายโครงการ และมีการนำเงินออกไปใช้สำหรับโครงการอีกจำนวนหลายล้านบาท เช่น โครงการหมอควาย โครงการหมอคน เป็นต้น แต่ข้อมูลรายละเอียดตนขอปิดเอาไว้ก่อน เพราะเป็นข้อมูลที่ต้องนำไปฟ้องร้องต่อศาลในอนาคตอันใกล้นี้

อย่างไรก็ตามขอเรียนให้ประชาชนทราบว่าการจ้องทำลายชื่อเสียงของวัดนั้นมันเป็นขบวนการร่วมมือกันระหว่างบุคคลที่อยู่ในวัดและหน่วยงานภาครัฐ ที่วางแผนกันอย่างแยบยลในการปล้นเสือออกไปจากวัดในครั้งนี้ ซึ่งจะนำข้อมูลหลักฐานที่กำลังรวบรวมอยู่ออกมาเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบเป็นระยะๆ เพื่อให้สังคมไทยได้รับรู้ข้อมูลที่เป็นความจริง

ส่วนเรื่องการฟ้องร้องหน่วยงานรัฐ และกลุ่มคนที่เคยอยู่ในวัดทั้งสองกลุ่ม ในอนาคตหากศาลตัดสินออกมาว่าทางวัดผิด ก็ขอให้ดำเนินคดีด้วยการลงโทษให้สาสมกับความผิด แต่ถ้าหากศาลตัดสินว่าวัดไม่ผิด ก็ขอให้ลงโทษกับหน่วยงานรัฐและกลุ่มบุคคลให้หนักด้วยเช่นกัน เพราะบ้านเมืองของเราเป็นนิติรัฐ ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่มีใครสามารถอยู่เหนือกฎหมายไปได้.

วัดป่าหลวงตาบัว จ.กาญจน์ ตั้งผู้ดูแลวัดคนใหม่สู้คดี โอดกรมอุทยานฯได้เสือแต่ทิ้งสัตว์อื่นเช่น เก้ง กวาง ม้า ให้เป็นภาระกว่า 4,000ตัว เร่งขอบริจาคผู้มีจิตศรัทธาช่วยค่าอาหาร เล็งฟ้องกรมอุทยานฯและคนสองกลุ่มที่ขัดแย้งกันแล้วโยนผิด 26 มิ.ย. 2559 13:32 ไทยรัฐ