วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับตาเศรษฐกิจโลก หลังอังกฤษถอนอียู

โดย ซูม

ช็อกไปทั้งโลกเลยครับ สำหรับการตัดสินใจของชาวสหราชอาณาจักร ด้วยการลงประชามติให้ถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป หรืออียู ด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 51.9 ต่อ 48.1

พลิกโพลล่าสุดที่บอกว่าฝ่ายอยากให้อยู่ต่อจะชนะด้วยเปอร์เซ็นต์เดียวกันนี้ และก็พลิกคำทำนายของร้านพนันทั่วอังกฤษที่บอกว่า ฝ่ายอยู่ต่อจะชนะดังที่ผมรายงานไปเมื่อวันก่อน

เกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อตลาดเงิน ตลาดทุนทั่วโลกในฉับพลันทันที หลังการนับคะแนนสิ้นสุดลง

ที่สหรัฐอเมริกา ตลาดหุ้นเปิดช้ากว่าประเทศอื่น จึงปั่นป่วนหลังคนอื่น และก็ปรากฏว่า ปั่นป่วนอย่างหนักเช่นกัน

ตลาดหุ้น ดาวโจนส์ ร่วง วันเดียว 611 จุด หนักหน่วงที่สุดในรอบ 5 ปี ตลาด แนสแดก หุ้นบริษัทไฮเทคก็ลบไปถึง 202 จุด ร่วงวันเดียวมากที่สุดนับแต่สิงหาคมปี 2011 และตลาด เอส แอนด์ พี ก็ร่วงไป 76 จุด แรงสุดนับแต่ปี 2015

ของบ้านเรานั้น ท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ดร.วีรไท สันติประภพ มองว่า ผลกระทบทางตรงต่อเศรษฐกิจไทย ผ่านช่องทางการค้าและการเชื่อมโยงของสถาบันการเงิน จะไม่เกิดขึ้นมากนัก

ระยะสั้นอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากความผันผวนในตลาดการเงินโลกที่เพิ่มสูงขึ้นบ้าง แต่ก็จะค่อยๆคลี่คลายลง

ส่วนค่าเงินบาทที่ปรับตัวอ่อนลง ก็สอดคล้องกับเงินในภูมิภาคอื่นๆ ที่อ่อนตัวลงเช่นกัน จึงไม่น่าจะมีปัญหาใดๆในประเด็นนี้

ทางด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจของโลก จากความวิตกกังวลของประเทศต่างๆ รวมทั้งการที่จะมีการแยกตัวของประเทศอื่นๆจากอียูอีกหรือไม่ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะติดตามอย่างใกล้ชิด

สำหรับท่านปลัดกระทรวงการคลัง สมชัย สัจจพงษ์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า

“เราประเมินไว้แล้วว่า อังกฤษออกจากอียูจะสร้างความผันผวนต่อตลาดการเงินและตลาดทุนในระยะสั้น ซึ่งเป็นผลเกิดขึ้นทั่วโลก...ส่วนผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมีน้อยมาก”

เมื่อผู้ดูแลเศรษฐกิจระดับสูงของบ้านเรามีความเห็นเช่นนี้ เราก็ควรสบายใจและติดตามเหตุการณ์ต่อไป โดยไม่ต้องตื่นตระหนกหรือหวานหวั่น ใดๆทั้งสิ้น

อาจจะเกิดกรณีฝนตกบ้านน้อง ฟ้าร้องมาถึงบ้านพี่ แบบภาษิตโบราณของไทยบ้าง...หรือฝนตกทางนี้ หนาวไปถึงคนทางโน้น แบบเพลงของเบิร์ดบ้าง--แต่ทั้งฝนและหนาวดังกล่าวก็ไม่น่าจะกระทบอะไรคนไทยมากมาย จากคำยืนยันของผู้เชี่ยวชาญ

สหราชอาณาจักรที่เราเรียกรวมๆกันว่า อังกฤษจะตัดสินใจผิดหรือถูกที่แยกตัวออกมาจากอียู คงจะต้องติดตามกันต่อไป

แต่ ณ นาทีนี้คนอังกฤษได้ตัดสินใจเลือกที่จะลิขิตวิถีชีวิตของพวกเขาด้วยตัวพวกเขาเองแล้ว

แม้จะมีคำวิพากษ์วิจารณ์หรือการคาดการณ์ว่า อังกฤษจะเสียหายมากกว่าได้ประโยชน์ เมื่อแยกตัวออกมา...ฝ่ายที่อยากให้แยกตัวก็บอกว่าพร้อมจะสู้และแก้ปัญหา

“ด้วยความภาคภูมิใจที่เราจะได้สู้หรือแก้ปัญหาด้วยตัวของเราเอง โดยไม่ต้องฟังเสียง ฟังมติจากอียู ซึ่งบางครั้งก็ไม่สอดคล้องกับเรา”

ที่น่าห่วงอย่างยิ่งก็เห็นจะเป็นสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ การเงิน และการธนาคารของโลก นับแต่นี้ต่อไปเท่านั้น

ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจโลกเราทุกวันนี้ขึ้นอยู่กับ “มโน” หรือความคิด ความคาดหวัง การกะเก็งล่วงหน้า ฯลฯ มากกว่าดีมานด์และซัพพลายที่แท้จริง

ปัญหาทางด้าน “จิตวิทยา” หรือ “ขวัญกำลังใจ” จึงเข้ามามีบทบาทในกลไกเศรษฐกิจของโลก หลายๆกลไกมากกว่าในยุคก่อนๆ

ถ้าความตระหนกตกใจของการที่อังกฤษแยกตัวออกมาจากอียูมีมากกว่าที่คิดไว้ และตกใจยืดเยื้อจนเกินเหตุ สถานการณ์เศรษฐกิจโลกอาจจะซึมลึก และซึมยาว และมีอะไรที่คาดไม่ถึงอีกหลายอย่างตามมา

ดีแล้วครับที่ท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ท่านบอกพวกเราด้วยว่า ท่านจะติดตามสถานการณ์ต่างๆอย่างใกล้ชิดต่อไป และขอฝากผู้หลักผู้ใหญ่ และผู้รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจการเงินของประเทศไทยทุกๆคนให้ติดตามด้วยเช่นกันนะครับ.

“ซูม”

26 มิ.ย. 2559 11:17 ไทยรัฐ