วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลาแล้วอียู

อนุโมทนาผู้ทำบุญถวายผ้าป่าสามัคคีสมทบทุนซื้อเครื่องตรวจหัวใจและอุปกรณ์การแพทย์ให้ศูนย์การแพทย์ภาวนาปัญญาวิสุทธิ์ วัดป่าคลองกุ้ง อ.เมือง จ.จันทบุรี ในโอกาสที่พระภาวนาปัญญาวิสุทธิ์ (มหาเข้ม จิตฺตธมฺโม) อายุ 80 ปี 60 พรรษา เมื่อ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้เงิน 5,098,777.54 บาท ศูนย์ฯนี้ รักษานักบวชทุกศาสนาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ส่วนฆราวาสรับรักษาในราคาถูก

ผลการนับคะแนนประชามติเบร็กซิต ผู้ต้องการให้สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรปมีมากถึง 17.4 ล้าน ผู้ให้เป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปต่อมี 16.1 ล้าน ทันทีที่ทราบผล ใจของผมก็ประหวัดถึงวินสตัน เชอร์ชิล และชอง มอนเนต์ ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งยุโรปและจุดประกายให้เกิดการบูรณาการยุโรป

แนวความคิดของเชอร์ชิล อดีตนายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักรก็คือ ต้องการให้รัฐในยุโรปรวมตัวกันเป็นสหพันธ์หรือสหรัฐเหมือนสหรัฐอเมริกา ความฝันของเชอร์ชิลก็คือ ในอนาคตจะมีประเทศใหม่ที่มีชื่อว่า สหรัฐยุโรปหรือ United States of Europe เรื่องนี้ผมไม่ได้เขียนลอยๆนะครับ เชอร์ชิลกล่าวไว้ในสุนทรพจน์ที่เมืองซูริก เมื่อ ค.ศ.1946

ส่วนมอนเนต์ก็เคยพูดประโยคทองของการรวมตัวกันว่า ไม่มีอนาคตอื่นใดสำหรับคนในยุโรปนอกเหนือไปจากการเป็นสหภาพมอนเนต์หนุนการรวมยุโรปแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มจากประชาคมถ่านหินและเหล็กกล้า ประชาคมพลังงานปรมาณู ประชาคมยุโรป สหภาพยุโรป และท้ายที่สุดก็จะไปบรรจบกับคำที่เชอร์ชิลเคยคิดไว้เรื่องสหรัฐยุโรป

มอนเนต์ร่างแผนการชูมองด้วยตนเอง โดยให้แต่ละรัฐเริ่มความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจก่อน

เมื่อสหราชอาณาจักรจะออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปทำให้ผมเสียดายเหตุการณ์เมื่อ 9 พฤษภาคม 1950 ที่นายกรัฐมนตรีเยอรมนีตะวันตกกับรัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศสลงนามในแผนชูมอง ทำให้เกิดประชาคมถ่านหินและเหล็กกล้ายุโรป ซึ่งตอนนั้นได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากอิตาลี เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ และลักเซมเบิร์ก ผู้อ่านท่านที่เคารพ 6 ประเทศนี่ล่ะครับ ถือว่าเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งสหภาพยุโรป

อังกฤษไม่ได้เป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งประชาคมยุโรป ไม่ว่าจะเป็นประชาคมถ่านหินและเหล็กกล้า หรือประชาคมเศรษฐกิจยุโรป เพราะตอนนั้นอังกฤษคิดว่าตนมีความมั่นคงแล้ว ตัวเองมีเครือจักรภพซึ่งมีประเทศอดีตอาณานิคมเป็นสมาชิกอยู่มากมายหลายสิบประเทศ แถมยังมีความสัมพันธ์เป็นพิเศษกับสหรัฐอเมริกา มีอะไรก็สามารถพึ่งพาอเมริกาได้

ต้นทศวรรษ 1960 นายกรัฐมนตรีฮาโรลด์ แมกมิลแลน แถลงต่อรัฐสภาว่าอังกฤษจะยื่นใบสมัครเข้าเป็นสมาชิกตลาดร่วมยุโรปที่ตอนนั้นเรียกว่า ประชาคมเศรษฐกิจยุโรป เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ การเงิน และการว่างงาน แต่ประธานาธิบดีของฝรั่งเศสคือ นายพลชาร์ลส์ เดอ โกล ยับยั้งใบสมัครของอังกฤษเมื่อมกราคม 1963อังกฤษต้องรออีกถึง 4 ปี จึงได้ไปสมัครใหม่เป็นครั้งที่ 2 เมื่อ ค.ศ.1967 แต่โดนประธานาธิบดีฝรั่งเศสคนเดิมยับยั้งใบสมัครอีก

อังกฤษรอจนนายพลชาร์ลส์ เดอ โกล พ้นจากอำนาจ จึงยื่นใบสมัครอีกครั้งเมื่อ ค.ศ.1970 คราวนี้ได้รับการพิจารณาด้วยดี และได้ลงนาม

ในสนธิสัญญาเข้าร่วมประชาคม เมื่อ ค.ศ.1972 พอถึง 1 มกราคม 1973 อังกฤษก็เป็นสมาชิกของประชาคมยุโรปอย่างเป็นทางการพร้อมกับเดนมาร์กและไอร์แลนด์ ทำให้ประชาคมยุโรปในตอนนั้นมีสมาชิก 9 ประเทศ

ค.ศ.1975 อังกฤษจัดให้มีการลงประชามติในประเทศเพื่อให้ประชาชนลงคะแนนเสียงว่าจะยังคงอยู่ในประชาคมยุโรปต่อไปหรือไม่ ผลของการแสดงประชามติคือ remain ยังคงให้อยู่ต่อไป แต่ก็มีคนเป็นจำนวนมากคัดค้านต้องการให้ leave ออก

ภายหลังมีการจัดตั้งตลาดเดียวแห่งยุโรปหรือ Single European Market และสหภาพยุโรป European Union อังกฤษให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่ยอมใช้เงินสกุลยูโร ทุกครั้งที่มีการรับสมาชิกใหม่ อังกฤษก็ให้การสนับสนุนทุกครั้ง แต่ก็จะยกปัญหาเรื่องผู้อพยพจากประเทศสมาชิกใหม่เข้ามาทำงานในอังกฤษและปัญหาเงินช่วยเหลือของสหภาพยุโรปที่จะต้องช่วยประเทศสมาชิกใหม่มาเจรจา

ความต้องการอยู่และความต้องการแยกจากสหภาพยุโรปของประชาชนคนอังกฤษมีจำนวนก้ำกึ่งอยู่ตลอด ทุกครั้งที่มีการทำโพลสำรวจความคิดเห็นก็ 49/51 บางทีฝ่ายต้องการแยกชนะ ฝ่ายต้องการอยู่ชนะ

วันนี้ก็ชัดเจนแล้วนะครับ ว่าความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษกับอียูนั้นจะย้อนกลับไปก่อน 1 มกราคม 1973.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th  
www.nitipoom.media  
www.facebook.com/nitipoom.thailand 

26 มิ.ย. 2559 10:15 26 มิ.ย. 2559 10:50 ไทยรัฐ