วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'วิษณุ' แจงเด้ง23ขรก. เปิดทางให้ตรวจสอบ 30วันต้องรู้ผิด-ไม่ผิด

“วิษณุ” เผย ย้ายข้าราชการตาม ม.44 เพื่อเปิดทางให้ตรวจสอบ เตือนห้ามเช้าชามเย็นชามทำให้เสร็จภายใน 30 วัน ถ้าไม่ผิดเท่ากับเคลียร์ตัวเองให้กลับไปรับตำแหน่งเดิม แต่ที่อื่น เลขา ศอตช.แฉ เป็นเรื่องร้องเรียนว่าเจ้าหน้าที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ เน้นแก้ไขเพื่อไม่ให้กระทบชื่อเสียงประเทศ เร่งส่งข้อมูลให้ต้นสังกัดสอบต่อให้เสร็จ ปลัด ก.แรงงานยัน แรงงานจังหวัดสมุทรสาครเป็นคนตั้งใจทำงานดี หน้าที่ไม่เกี่ยวกับการตรวจและอนุญาตแรงงานต่างด้าวโดยตรง มีหน้าที่วางแผนนโยบายมากกว่า เร่งตรวจสอบว่าถูกย้ายเพราะเหตุผลอะไร

กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สร้างความฮือฮาด้วยการใช้ ม.44 สั่งย้ายข้าราชการหลายหน่วยงานรวม 23 คน ที่เชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด หรือปล่อยปละละเลยให้เกิดการกระทำความผิด แยกเป็นข้าราชการตำรวจ 17 นายตั้งแต่ระดับ พล.ต.ท. ถึง พ.ต.ต. อัยการและรองอัยการจังหวัดนาทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร รองอัยการจังหวัดสมุทรสาคร และข้าราชการหลายหน่วยที่เกี่ยวข้องกับแรงงานต่างด้าวในจังหวัดสมุทรสาคร โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิมเพื่อรอผลการสอบสวนข้อเท็จจริง ถ้าไม่พบความผิดจะย้ายไปประจำ ตำแหน่งอื่น โดยไม่ให้ย้ายกลับไปรับตำแหน่งเดิมตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 มิ.ย. ที่หอประชุมเปรม ติณสูลานนท์ จ.นครราชสีมา นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีคำสั่งหัวหน้า คสช.โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 โยกย้ายข้าราชการว่า ไม่ได้เป็นการย้าย แค่ให้ไปปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานอื่นเพื่อเปิดทางให้สอบสวนภายใน 30 วัน เนื่องจากการสอบสวนบางทีทำเช้าชามเย็นชาม จึงต้องระบุเวลาหากขยายเวลาต้องไปขอกับรัฐมนตรี แต่ระวัง นายกฯ รู้ว่าจะขยายเวลาทำไม ถ้ามีความผิดจะถูกลงโทษ ถ้าไม่ผิดถือว่าเป็นการเคลียร์ตัวเอง และให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม แต่ไม่ใช่ที่เก่า อาจจะถูกให้ไปประจำจังหวัดอื่น เพราะหากกลับที่เดิมอาจมีปัญหาอีก

ด้านนายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) กล่าวว่า เรื่องนี้ ศอตช.ดำเนินการหลังได้รับการร้องเรียนมาระยะหนึ่ง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ฐานะประธาน ศอตช. นำรายงาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก-รัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการต่อต้าน การทุจริตแห่งชาติ (คตช.) และคำสั่งดังกล่าวไม่เกี่ยวกับบัญชีข้าราชการพัวพันการทุจริตลอต 1 2 และ 3 เนื่องจากคำสั่งนี้เป็นเรื่องร้องเรียน ยังไม่ได้ระบุว่าเป็นการทุจริต

นายประยงค์กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ถือเป็นคำสั่งที่ดี มุ่งเน้นแก้ไข เมื่อพบเจ้าหน้าที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ต้องรีบดำเนินการ กระตุ้นแก้ไขให้ทำงานให้ปฏิบัติตามหน้าที่ เพราะทุกคนมีหน้าที่อยู่แล้ว พอไม่ทำหน้าที่ความเสียหายก็ตามมา เมื่อถามว่า คำสั่งนี้เกี่ยวกับการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่แก้ไขปัญหาค้ามนุษย์และปล่อยให้มีการค้าประเวณีในพื้นที่หรือไม่ นายประยงค์กล่าวว่า ตอนนี้จะไปพูดว่าเป็นเรื่องนั้นเรื่องนี้ไม่ได้ แต่เรื่องที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึก กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ มันเป็นเรื่องอย่างนั้น หลังจากนี้ ศอตช.จะรีบส่งข้อมูลไปยังต้นสังกัดที่จะต้องตั้งคณะกรรมการสอบให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นอกเหนือจากในคำสั่งต้องรอ พล.อ.ไพบูลย์สั่งการอีกครั้ง

ส่วนนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า ต้องดูว่าเหตุผลของคำสั่งมีที่มาที่ไปอย่างไร ถ้าสอบสวนแล้วพบว่า ข้าราชการคนใดไม่ได้กระทำผิด นายกฯพูดไว้แล้วว่าจะรีบคืนความชอบธรรมให้ทั้งหมด เข้าใจว่าการพิสูจน์ยังติดที่กระบวนการของผู้ตรวจเงินแผ่นดิน เชื่อว่าข้าราชการที่ถูกย้ายคงไม่น้อยใจ ถ้าเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมยื่นร้องเรียนมาได้ตามช่องทางของ สนช.

ขณะที่ ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงคำสั่ง คสช.ย้าย น.ส.รัตนา พละชัย แรงงานจังหวัดสมุทรสาคร ไปปฏิบัติราชการสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงแรงงาน รวมอยู่ด้วยว่าเบื้องต้น ยังไม่ทราบสาเหตุของการออกคำสั่ง พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน กำชับให้รีบดำเนินการให้ชัดเจน ในวันที่ 27 มิ.ย. จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงให้เร็วที่สุด พร้อมให้ความเป็นธรรมผู้ที่เกี่ยวข้อง

“ถ้าพบมีความผิดจะดำเนินการตามขั้นตอน แต่ถ้าไม่มีความผิดต้องรีบเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ เท่าที่ทราบแรงงานจังหวัดเป็นคนที่ตั้งใจทำงานดี ส่วนที่มองว่าในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร มีแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก อาจมีประเด็นเข้ามาเกี่ยวข้อง ปกติตามหน้าที่แล้วแรงงานจังหวัดจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานเรื่องการตรวจอนุญาตแรงงานต่างด้าวโดยตรง เป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่นมากกว่า หน้าที่แรงงานจังหวัดเป็นการบริหารจัดการบูรณาการงานเชิงวางแผนนโยบายมากกว่า จึงต้องไปตรวจสอบว่ามาจากสาเหตุอะไร” ปลัดกระทรวงแรงงานกล่าว

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น.กล่าวถึงกรณีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจในสังกัด บช.น.ช่วยราชการว่า กรณีคำสั่งราชกิจจานุเบกษาที่ 33/2559 เรื่องให้ข้าราชการไปปฏิบัติราชการในหน่วยงานอื่น เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชา ไม่สามารถแสดงความเห็นได้ ส่วนจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการค้าประเวณีหรือการค้ามนุษย์หรือไม่ ขออนุญาตไม่ตอบ เนื่องจากเป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชา

ขณะที่รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. รับทราบคำสั่งจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. หลังสั่งการให้ผู้บัญชาการที่เกี่ยวข้องตามคำสั่งราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก-รัฐมนตรี ฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คำสั่งที่ 33/2559 เรื่องให้ข้าราชการไปปฏิบัติ ราชการในหน่วยงานอื่น โดยได้เซ็นคำสั่งทำหนังสือด่วนที่สุดที่ 0015.112/1361 ลงวันที่ 25 มิ.ย.2559 เรียน ผบ.ตร. (ผ่าน ผบช.สกพ.) ส่งตัวข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติราชการ ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) แล้ว 8 นาย

ประกอบด้วย พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 พ.ต.อ.อรรถวิทย์ สายสืบ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.กิตติพงศ์ วิเศษสงวน ผกก.สน.ห้วยขวาง พ.ต.อ.สถิตย์ สังข์ประไพ ผกก.สส.บก.น.1 พ.ต.ท.ศาสตร์ศักดิ์ ชัยประเสริฐ รอง ผกก.ป.สน.ห้วยขวาง พ.ต.ท.ศุภภัทร สวัสดี สวป.สน.ห้วยขวาง พ.ต.ต.ทิพากร แก้วเปล่ง สว.สส.บก.น.1 พ.ต.ต.นันทพล ทองน่วม สว.งานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ. โดยให้ข้าราชการตำรวจทั้ง 8 นาย ออกเดินทางไปรายงานตัว ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ส่วนจะแต่งตั้งให้ปฏิบัติราชการแทนในตำแหน่งที่ว่างลงไปหรือไม่นั้น กรณีดังกล่าวเป็นคำสั่งให้ไปช่วยราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จะต้องให้ ตร.เป็นผู้สั่งการมา ตาม ม.72 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ในกรณีที่ตำแหน่งข้าราชการตำรวจในส่วนราชการ หรือหน่วยงานใดในสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่างลง หรือผู้ดำรงตำแหน่งใดไม่สามารถปฏิบัติราชการได้ ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ข้าราชการตำรวจซึ่งเห็นสมควร รักษาราชการแทนในตำแหน่งนั้นให้นายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ผู้บัญชาการ (ผบช.) หรือตำแหน่งเทียบเท่า สำหรับตำแหน่งตั้งแต่ ผู้บังคับการ พนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญพิเศษ หรือตำแหน่งเทียบเท่าลงมาในส่วนราชการนั้นเป็นผู้สั่งการ ซึ่ง บช.น.ยืนยันว่า คำสั่งกรณีดังกล่าวต้องให้ ผบ.ตร.เป็นผู้สั่งการ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ลงนามในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 422/2558 เรื่อง ข้าราชการตำรวจรักษาราชการแทน เพื่อให้การปฏิบัติราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 32 แห่ง พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ. 2547 แก้ไขเพิ่มเติม โดยคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 7/2559 ลงวันที่ 5 ก.พ.2559 ให้ พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.ทำหน้าที่นายตำรวจประสานงานสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย ไปรักษาราชการแทน ผบช.ภ. 9 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

“วิษณุ” เผย ย้ายข้าราชการตาม ม.44 เพื่อเปิดทางให้ตรวจสอบ เตือนห้ามเช้าชามเย็นชามทำให้เสร็จภายใน 30 วัน ถ้าไม่ผิดเท่ากับเคลียร์ตัวเองให้กลับไปรับตำแหน่งเดิม 26 มิ.ย. 2559 00:44 26 มิ.ย. 2559 05:24 ไทยรัฐ