วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'จตุพร' ท้า 'เทือก' ดีเบต

ประเด็นรธน. นพดลจี้‘บิ๊กตู่’ แพ้ประชามติ ขอให้ลาออก

“เทพเทือก” สดุดีร่าง รธน.ฉบับปฏิรูปของแท้ ย้ำโหวตประชามติ รับชัวร์ แอบดักคอต้องบรรลุผลภายใน 5 ปี พร้อมระบุ 4 เดือนแรก ก.ม.วางกรอบปฏิรูปต้องเสร็จสิ้นและทุกฝ่ายต้องเดินตาม “จตุพร” ไม่ยอมนั่งดูฝ่ายเดียว ขอเปิดหน้าลุยจัดเฟซบุ๊กไลฟ์เลียนแบบ “สุเทพ” ทุกวันแลกกันหมัดต่อหมัด พร้อมท้าดีเบตร่าง รธน.รายประเด็น “พีระศักดิ์” ชี้เฟซบุ๊กไลฟ์ทำได้ในนามส่วนตัว หากไม่ชี้นำ ปลุกระดม ด้าน “วิษณุ” ย้ำอีก หากมาตรา 61 วรรค 2 พ.ร.บ.ประชามติขัด รธน. ประชามติ 7 ส.ค.ไม่สะดุด มี ก.ม.อื่นใช้แทนเป็นกุรุส นศ.ฝ่ายเห็นต่าง คสช.ยืนกรานไม่ขอประกันตัว ลั่นไม่ได้ทำอะไรผิด ขอพิสูจน์ความจริงในห้องขัง เพื่อไทยประณามบ้านป่าเมืองเถื่อน ปูดแผนนายกฯวางเกมคนชนคน ตั้งอาชีวะปะทะ นศ. “นพดล-พิชัย” ขอยึดโมเดลอังกฤษ ทำประชามติ ดักคอ “บิ๊กตู่” แสดงความรับผิดชอบเหมือนนายกฯอังกฤษ มาร์คคึกฮึกเหิม “เจ้าคุณธงชัย” จัดเต็ม มอบผ้ายันต์เสกพรเป็นนายกฯ พ่วงผ้ายันต์ไร้พ่าย กระซิบต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองตามโลก

สืบเนื่องจากกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) แพร่ภาพสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ประกาศรับร่างรัฐธรรมนูญ และจะพูดต่อเนื่องเรื่อยไปจนถึงวันออกเสียงประชามติ 7 ส.ค. ท่ามกลางความสงสัยว่ากระทำได้หรือไม่ เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ ล่าสุด นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ออกมาทำแบบนายสุเทพบ้าง โดยเริ่มพูดและแพร่ภาพผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์แล้วเช่นเดียวกัน

“สุเทพ” ย้ำรับร่าง รธน.ชี้ปฏิรูปของจริง

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. เวลา 14.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) ได้เผยแพร่ภาพสดเฟซบุ๊กไลฟ์ “Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)” เป็นวันที่สอง ตอนหนึ่งว่า เหตุผลใหญ่ที่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง ที่ผ่านมามวลมหาประชาชน กปปส.เรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ให้ความมั่นใจว่า ต่อไปนี้การปฏิรูปประเทศตามที่ประชาชนเรียกร้องเกิดขึ้นแน่นอน โดยร่างรัฐธรรมนูญหมวดที่ 16 เริ่มที่มาตรา 258 ถึงมาตรา 261 เป็นการปฏิรูปประเทศในภาพรวม แต่ในมาตรา 258 ระบุรายละเอียดว่า รัฐธรรมนูญบังคับให้ปฏิรูปทั้งสิ้น 7 ด้าน

ดักคอต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี

นายสุเทพกล่าวว่า ส่วนในมาตรา 259 บังคับไว้ว่า จะต้องมีกฎหมายพิเศษที่กำหนดขั้นตอน วิธีการ และระยะเวลาในการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ ชัดเจนว่าประชาชนจะมีส่วนร่วมอย่างไร ถ้าใครอ่านรัฐ-ธรรมนูญโดยละเอียดจะเห็นว่า การปฏิรูปประเทศจะต้องทำภายใน 1 ปี นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้บังคับใช้ และต้องปฏิรูปประเทศให้บรรลุผลภายใน 5 ปี ในส่วนที่บังคับให้มีการตรากฎหมายว่าด้วยแผนขั้นตอนวิธีการปฏิรูปประเทศ กฎหมายนี้ต้องทำให้เสร็จสิ้นให้สามารถบังคับใช้ได้ภายใน 120 วัน หรือ 4 เดือน หลังจากนั้นทุกฝ่ายต้องทำตามกฎหมายฉบับนี้

รู้สึกสุดยอดสมปรารถนาแล้ว

“ผมพูดได้เต็มปากว่า นี่คือรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปประเทศของแท้ของจริง มวลมหาประชาชนที่ได้ร่วมการต่อสู้เรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศ วันนี้สมหวังสมปรารถนาแล้ว เราจะได้เห็นการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆเกิดขึ้นจริง และบางด้านจะเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งแน่นอน ผมจึงมีเหตุผลเต็มเปี่ยมว่าต้องไปทำหน้าที่ลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะต้องการเห็นการปฏิรูปประเทศไทย เหมือนกับพี่น้องประชาชนทั้งหลายเรียกร้องมาด้วยกัน” นายสุเทพกล่าว

“จตุพร” เอาบ้างจัดสดเฟซบุ๊กไลฟ์

บ่ายวันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ผ่านทางยูทูบ ถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. จัดรายการสดขอสนับสนุนการรับร่างรัฐธรรมนูญว่า การกระทำของนายสุเทพไม่มีความผิด ดังนั้นตน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. และนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษา นปช. จึงขอเดินตามรอยด้วย โดยจะจัดรายการสดผ่านเฟซบุ๊กของแต่ละคนทุกวันเช่นกัน เริ่มจากตนในเวลา 14.30 น. แล้วคนอื่นจะตามมา เพราะเมื่อนายสุเทพทำแล้วไม่มีความผิด พวกตนย่อมไม่ผิด คงไม่มีใครแจ้งความดำเนินคดีผิด พ.ร.บ.ประชามติ ส่วนตัวรู้สึกยินดีที่นายสุเทพเลือกช่วงแสดงความเห็นด้านดีร่างรัฐธรรมนูญได้ตรงเวลา เพราะจะกระตุ้นพลังฝ่ายประชาธิปไตยออกมาใช้สิทธิประชามติได้ดีที่สุด เพราะเมื่อเห็นหน้านายสุเทพจะนึกถึงเรื่องผลงานมัวหมองติดตัวมาด้วยเสมอ ทำให้ฝ่ายไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเกิดการตื่นตัว ขอให้นายสุเทพอย่าได้หยุด หรือใครอย่าห้าม

ท้า “เทือก” ดีเบตถก รธน.รายประเด็น

จากนั้นนายจตุพรกล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ว่า ขอท้านายสุเทพขึ้นเวทีดีเบตตัวต่อตัว นำแต่ละประเด็นร่างรัฐธรรมนูญมาถกเถียงกันในด้านดีและไม่ดี นายสุเทพสนใจหรือไม่ แล้วถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์ ซัดกันทุกประเด็นประเด็นละ 5 นาที จะเป็นประโยชน์กับประชาชนมาก และไม่ผิด พ.ร.บ.ประชามติ ถ้าหดหัวในกระดองจะไม่กระชากใจประชาชนได้เลย บางคนตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีแผนใช้นายสุเทพมาล่อ นปช.ให้ทำผิดกฎหมาย เพื่อจับพวกตนขังคุก ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงยิ่งดีใหญ่ จะทำให้ฝ่ายประชาธิปไตยตื่นขึ้นมาอย่างมีพลัง เกิดผลกับการทำประชามติได้มากขึ้น ส่วนผลการทำประ-ชามติของสหราชอาณาจักรที่ให้ออกจากอียูนั้น เมื่อนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ แสดงความรับผิดชอบลาออกจากตำแหน่งหลังแพ้ประชามติ เชื่อว่าจะสั่นสะเทือนมาถึงการทำประชามติของไทย ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านแล้ว จะมีใครแสดงความรับผิดชอบเหมือนนายกฯอังกฤษหรือไม่ หากสื่อนำกรณีประชามติของอังกฤษไปถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ว่า จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไรถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านประ-ชามติ ขอให้นายกฯเตรียมชี้แจงต่อสื่อไว้ด้วย และขอให้ตอบด้วยเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์

สนช.ลงพื้นที่ลำพูนพบประชาชน

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นำโดยนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนช.คนที่ 2 นำทีม สนช. ผู้ตรวจราชการสำนักนายกฯ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ร่วมลงพื้นที่ จ.ลำพูน ตามโครงการ “สนช.พบประชาชน” รับฟังปัญหา เผยแพร่คำถามพ่วงประชามติ มีประชาชน เอกชน เข้าร่วมกว่า 400 คน

โดยนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านได้แจ้งปัญหาเรื่องเงินเดือนที่ได้น้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำ นายพีระศักดิ์จึงชี้แจงว่า รัฐบาลชุดนี้ใจกว้าง เรื่องค่าตอบแทนเป็นปัญหาโลกแตก เชื่อว่านายกฯกับ รมว.มหาดไทยเป็นทหาร ถ้าใช้งานลูกน้องจะดูแลตอบแทน ยุคนี้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีบทบาทมากขึ้น ถ้าทำงานแล้วมีผลเชิงประจักษ์ เชื่อว่าเรื่องค่าตอบแทนก็อยู่ในความคิดของนายกฯ

ชี้โพรงไลฟ์เดี่ยวได้ถ้าไม่ปลุกระดม

นายพีระศักดิ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. จัดเฟซบุ๊กไลฟ์แสดงจุดยืนรับร่างรัฐธรรมนูญว่า เรื่องนี้ถ้านายสุเทพทำคนเดียวก็ทำได้ ไม่ขัดคำสั่ง คสช. ที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ถือเป็นเสรีภาพตามมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ แต่ต้องไม่พูดจูงใจให้ใครไปใช้สิทธิรับหรือไม่รับ ไม่อย่างนั้นจะถือว่าเข้าข่ายชี้นำ ผิดมาตรา 61 วรรคสอง เมื่อถามว่า หากแกนนำ นปช.หรือฝ่ายอื่นๆจะออกมาเฟซบุ๊กไลฟ์เพียงคนเดียวต่อเนื่องทุกวันบ้าง ทำได้ใช่หรือไม่ นายพีระศักดิ์ตอบว่า ทำได้เช่นกัน ถ้าไม่ชี้นำ ปลุกระดม กระทำเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ประชามติ ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายกังวลบรรยากาศวันนี้มีคนออกมาเคลื่อนไหวมากขึ้น อาจทำให้คนออกมาใช้สิทธิลงประชามตินั้น ตนเชื่อว่าผู้เกี่ยวข้องจะร่วมกันดูแลให้ผ่านไปได้อย่างราบรื่น

ปิดเวทีรณรงค์ประชามติภาคอีสาน

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่หอประชุมเปรม ติณสูลานนท์ จ.นครราชสีมา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดประชุมชี้แจง “ร่างรัฐธรรมนูญประชามติ และประชาชน” ครั้งที่ 4 มีผู้แทนจาก 4 ฝ่ายเข้าร่วมชี้แจง ประกอบด้วย ผู้แทนจากคณะ รัฐมนตรี คือ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้แทนจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) คือ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ นายธนาวัฒน์ สังข์ทอง ส่วนผู้แทนจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ นายสมชาย แสวงการ ส่วนผู้แทนของ กกต.ประกอบด้วย นายศุภชัย สมเจริญ นายบุญส่ง น้อยโสภณ โดยมีนักการเมือง อดีต ส.ส.และอดีต ส.ว. อาทิ นายพิเชฐ พัฒนโชติ อดีต ส.ว.นครราชสีมา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกพรรคภูมิใจไทย นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายอิสสระ สมชัย อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำ กปปส. นายธีระชัย แสนแก้ว อดีต ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี นายก อบจ. พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่น ภาคประชาชนจากกลุ่มจังหวัดภาคอีสาน512 คน เข้าร่วม

กกต.ช่วยแจงเพิ่มสิทธิในร่าง รธน.

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า การจัดประชุมครั้งนี้เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับข้อมูลข่าว รับการชี้แจงจากผู้แทนหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องโดยตรง เนื่องจากระยะเวลาจำกัด ไม่สามารถ จัดเวทีได้ทุกจังหวัดได้ จึงจัดเป็นรายภาคให้มารับฟังและสอบถามจากผู้แทนฝ่ายต่างๆได้โดยตรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการชี้แจงในภาพรวม กรธ.ยังเน้นย้ำเรื่องการเพิ่มสิทธิของประชาชนในร่างรัฐธรรมนูญ ส่วน สนช.ยังคงอธิบายเกี่ยวกับสาเหตุของการที่ต้องมีคำถามพ่วง ขณะที่ กกต.ขอให้ประชาชนศึกษาเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญและตัดสินใจตามสิทธิของตนเองพร้อมเชิญชวนให้มาออกเสียงประชามติ

ขู่มี ก.ม.เผด็จศึกเป็นกุรุสแทน ม.61

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทุกเวทีที่ผ่านมามีบรรยากาศที่ดี มีคำถามเหมือนๆกันเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ประชามติ คำถามยอดฮิตคือถ้ารัฐธรรมนูญผ่านจะทำอย่างไรต่อ ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ก็ไม่ต้องสนใจคำถามพ่วงผ่านไม่ผ่านแล้ว คำตอบจากนายกฯคือต้องทำใหม่ แต่จะใช้เวลาให้รวดเร็วเพื่อให้จัดเลือกตั้งปี 60 อยู่ดี นี่คือคำตอบ คำถามยอดฮิตที่ 2 มาตรา 61 วรรคสองที่มีคนร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ คนวิตกจริตว่าถ้าขัดรัฐธรรมนูญจะไม่มีประชามติ ยืนยันว่าทุกอย่างเหมือนเดิม วันที่ 7 ส.ค.ยังมีอยู่ ไม่มีอะไรเป็นอุปสรรค ที่มีคนบอกว่าถ้าไม่มีมาตรานี้จะแสดงความคิดเห็นก้าวร้าว รุนแรง หยาบคายได้ อยากขอให้ระมัดระวัง เพราะจะเป็นการหนีเสือปะจระเข้ เนื่องจากมีกฎหมายที่ใช้ควบคุมอีกเป็นกุรุส โดยเฉพาะคำสั่ง คสช. ถ้าไม่เพียงพอก็ยังมีมาตรา 44 ที่ออกใหม่ได้ทุกวัน

เตือนอย่านำบัตรออกเสียงไปชี้นำ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. กล่าวว่า ทราบมาว่าขณะนี้มีบางบุคคล หรือกลุ่มเป็นขบวนการ เริ่มนำตัวอย่างบัตรออกเสียงประชามติที่ กกต.เผยแพร่ ไปรณรงค์ด้วยการทำตัวอย่างเครื่องหมาย กากบาท ในช่องที่ฝ่ายตนสนับสนุน เผยแพร่แก่ประชาชนทั่วไปผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และไปพิมพ์ตัวอย่างแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้าน ถือเป็นการพยายามให้เกิดความเข้าใจผิดในหมู่ประชาชน กกต.เป็นผู้พิมพ์เผยแพร่ ทำให้ กกต.เป็นผู้เสียหาย และสามารถตีความได้ว่าเป็นการหลอกลวงให้เกิดความเข้าใจผิด เป็นความผิด ตาม พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 (3) ดังนั้น จึงขอเตือนไปยังทั้งสองกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่สนับสนุนให้รับร่าง และกลุ่มคัดค้าน ไม่รับร่าง ว่าไม่ควรนำบัตรตัวอย่าง ไปแสดงวิธีการกากบาท อย่างใดอย่างหนึ่งต่อประชาชน

เพื่อนฝูง–ญาติมิตรแห่เยี่ยม นศ.

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.00 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ กลุ่มเห็นต่างกับ คสช. ตลอดจนเพื่อนฝูง ญาติมิตร เข้าเยี่ยม 7 นักศึกษาและนักกิจกรรมของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ หรือเอ็นดีเอ็ม ที่ถูกคุมขังในแดน 1 หลังปฏิเสธการยื่นขอประกันตัวในข้อหาขัดคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/ 2558 ที่ระบุห้ามชุมนุมเกิน 5 คน สืบเนื่องจากการ แจกจ่ายเอกสารไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ที่ตลาดเคหะบางพลีใหม่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยมีคีย์แมนคนสำคัญๆ ของฝ่ายต่อต้าน คสช.เดินทางมา คับคั่ง อาทิ นายปกรณ์ อารีย์กุล น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว จากเอ็นดีเอ็ม นายจตุภัทร บุญภัทรรักษา นศ.ม.ขอนแก่น แกนนำกลุ่มดาวดิน นายปิยรัฐ จงเทพ นายกสมาคมเพื่อเพื่อนที่ช่วยเหลือนักโทษการเมือง นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) แกนนำ เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง นายปูนเทพ ศิรินุพงศ์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มธ.แกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ น.ส.ชลิตา บัณฑุวงศ์ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.เกษตรศาสตร์ และนางพวงทอง ภวัครพันธุ์ คณะรัฐศาสตร์จุฬาฯ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประชาชื่น และเจ้าหน้าที่ข่าวกรองทหาร เฝ้าสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวใกล้ชิด

ยันไม่ขอประกันตัวเพราะไม่ผิด

ต่อมาเวลา 11.20 น. เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษ กรุงเทพฯ เปิดให้เข้าเยี่ยมผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ที่ถูกตัดผมสั้นแต่งชุดผู้ต้องขัง ตามระเบียบเรือนจำพิเศษฯ ทั้งหมดเดินออกมาทักทายเพื่อฝูงญาติมิตรด้วยสีหน้าแช่มชื่น นายรังสิมันต์ โรม นักศึกษาปริญญาโท คณะ นิติศาสตร์ มธ. ที่เคยถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษ 12 วัน จากการเคลื่อนไหวขับไล่ คสช.เมื่อปี 58 กล่าวกับ ผู้สื่อข่าวว่า กลุ่มเอ็นดีเอ็มแค่ต้องการให้คนมาออก เสียงลงประชามติให้มากที่สุด ฟากฝั่งของรัฐบาลรณรงค์ให้คนมาใช้สิทธิ์ได้ ใช้ทั้งนักศึกษาวิชาทหาร ครู แต่ฟากฝั่งที่ไม่เห็นด้วย กลับทำอะไรไม่ได้เลย แค่แจกเอกสารก็ถูกจับ แบบนี้การทำประชามติจะมีความชอบธรรมได้อย่างไร ทางกลุ่มตกลงกันแล้วว่าระหว่างการถูกฝากขังผัดแรก แม้สูญเสียอิสรภาพก็จะไม่ขอยื่นประกันตัว เพราะไม่จำเป็นที่ต้องมาเสียเงินค่าประกันตัว ถ้าไม่ได้ทำผิด ยืนยันว่าจะต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิ์ ในการแสดงความเห็นต่างต่อไป วันนี้เอ็นดีเอ็ม 7 คนถูกจองจำ แต่ถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติ ออกมาเป็นกฎหมายสูงสุด ในอนาคตคนไทยทั้งประเทศก็ต้องถูกจองจำเช่นกัน

ต้องการพิสูจน์คนเห็นต่างไม่ได้ผิด

ด้านนายนันทพงษ์ ปานมาศ นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า ไม่คิดว่าการชวนคนให้มาลงประชามติ บนความเห็นต่าง จะทำให้ต้องติดคุก แต่ก็ไม่รู้สึกท้อ ที่ตัดสินใจไม่ขอยื่นประกันตัว เพราะต้องการพิสูจน์ ให้คนในสังคมเห็นว่า ความคิดเห็นแตกต่างนั้นไม่ใช่ ความผิด การที่รัฐปิดกั้นนั้นไม่เป็นผลดีต่อการประชามติ และการจับคนเห็นต่างยิ่งจะทำให้การทําประชามติร่างรัฐธรรมนูญอยู่ภายใต้ภาวะความหวาดกลัว ทำให้คนรู้สึกอึดอัดใจ ขอให้คนที่อยู่ข้างนอกยังคงต่อสู้ต่อไป

ขณะที่นายกรกช แสงเย็นพันธ์ แกนนำเอ็นดีเอ็ม กล่าวว่า ถ้าพวกตนยอมขอประกันตัวก็เท่ากับว่ายอมรับว่าหลังจากนี้ใครออกมาแสดงความเห็นต่างต้องมีความผิดทั้งหมด และถึงแม้ได้รับอิสรภาพออกไป ก็ยังคงยืนยันจะเคลื่อนไหวแสดงความเห็นไม่รับร่างรัฐธรรมนูญต่อ

สลัดความหวาดกลัวเดินหน้าต่อ

กระทั่งเวลา 12.10 น. ที่หน้าเรือนจำพิเศษ กรุงเทพฯ นายปกรณ์ อารีย์กุล แกนนำกลุ่มเอ็นดีเอ็ม พร้อมผู้สนับสนุน ร่วมกันชูเอกสารที่มีข้อความว่า โหวตโน ก่อนอ่านแถลงการณ์ เรื่อง การข่มขู่คุกคามผู้รณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า จากการ จับกุมสมาชิกเอ็นดีเอ็ม ที่ตลาดเคหะ บางพลี และนิสิตกลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์ที่วงเวียนหลักสี่ ทั้งหมดถูกตั้งข้อหาชุมนุมเกิน 5 คน ทั้งมีความพยายามแจ้งข้อหาไม่ยอมพิมพ์ลายนิ้วมือ แสดงถึงการยกระดับการข่มขู่คุกคามประชาชน โดยเฉพาะฝ่ายที่รณรงค์ไปในทางไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ สะท้อนให้เห็นว่า คสช. ต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านการลงประชามติ โดยไม่สนใจว่าประชาชนควรจะได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วนรอบด้าน คสช.พร้อมที่จะปิดปากใครก็ตามที่ขวางทาง เอ็นดีเอ็มจึงเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักกิจกรรมทั้ง 7 คน โดยปราศจากเงื่อนไข และจากนี้ไป จนถึงวันลงประชามติ จะขอเดินหน้ารณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญต่อไป จะแจ้งข้อหาอีกก็ทำไป แต่ ถ้าเราต้องอยู่ใต้ความกลัวจะไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งสิ้น

สมช.เตือน นศ.ระวังผิดโดยไม่รู้ตัว

ด้าน พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของนักศึกษาหลายกลุ่มในวันที่ 24 มิ.ย. ว่า วันที่ 24 มิ.ย. เป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง เขาหาประเด็นในการเคลื่อนไหวอยู่แล้ว จึงไม่แปลก แต่ ที่สำคัญการเคลื่อนไหวอะไรต้องอยู่ในกรอบกฎหมายปกติ และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่มีอยู่ เพื่อนำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ขณะนี้อยู่ในสภาวะไม่ปกติ นักศึกษาจะทำอะไรจึงต้องดูข้อกฎหมายให้รอบด้าน ไม่เช่นนั้นอาจกระทำผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขณะนี้การเคลื่อนไหวของนักศึกษาเป็นไปตาม ความคิดของตัวเอง แต่หน่วยข่าวจำเป็นต้องเข้าไปตรวจสอบว่ามีอะไรโยงใยถึงใครหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ถือว่าจบ แต่ถ้ามีก็ต้องตักเตือนกัน หากไม่หยุดก็ต้องดำเนินการต่อไป เพราะเราดูการเคลื่อนไหวของทุกกลุ่มให้มั่นใจว่าการทำประชามติวันที่ 7 ส.ค. จะเรียบร้อยไม่มีเหตุการณ์ความวุ่นวาย จนมีคนหยิบยกมาโจมตีผลประชามติได้

“วัฒนา” ประณามบ้านป่าเมืองเถื่อน

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก “บ้านป่าเมืองเถื่อน” ว่า ขอประณามการจับกุมนักศึกษาจำนวน 13 คน ที่ทำกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์ประชามติและแจกความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ และการจับกุมนิสิต กลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์ จำนวน 7 คน ที่รวมตัวทำกิจกรรมเนื่องในวันครบรอบวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง ทั้งหมดถูกดำเนินคดีต่อศาลทหารในข้อหามั่วสุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คน เพราะการแสดงออกของนิสิตและนักศึกษาเป็นเสรีภาพอันพึงกระทำได้โดยชอบ การนำพลเรือนขึ้นศาลทหารยังขัดกับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ นอกจากนี้ วิธีปฏิบัติในการจับกุมยังมิได้เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ
อาญา ทั้งยังเป็นการเลือกปฏิบัติเมื่อเปรียบเทียบกับกรณีที่คนกลุ่มหนึ่งนำกำลังไปปิดล้อมสถานทูตสหรัฐฯเมื่อไม่นานมานี้ แต่ไม่มีการดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว

พท.จับไต๋ตั้งกองกำลังอาชีวะชน นศ.

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงจะประเมินว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติหรือไม่ในสิ้นเดือนนี้ และจะประเมินทุกๆ 15 วัน โดยผู้มีอำนาจ แต่ละกระทรวงกระซิบผ่านข้าราชการให้ผ่านประชามติและให้ชักจูงคนให้รับร่าง การทำเช่นนี้เป็นการจูงใจหรือไม่ เข้าข่ายผิดมาตรา 61 หรือไม่ เห็น ได้ชัดว่าซีกที่รับร่าง เช่น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธาน มปท. ออกมาเคลื่อนไหวก็มีคนออกมารับแทนว่าพูดจาไม่บิดเบือน มีข้อเท็จจริงไม่เป็นไร แต่พอนักศึกษาพูดข้อเท็จจริงกลับโดนอุ้ม เป็นการใช้อำนาจ ใช้สื่อ ใช้กฎหมายคุกคาม ต่างจากประเทศอังกฤษ ซึ่งนายกฯแสดงความรับผิดชอบ ตนเคยบอกว่าถ้าประชามติไม่ผ่านนายกฯต้องลาออก ก็จับตนไปขัง ผู้มีอำนาจต้องละอายบ้าง อย่าคิดแต่รักษาอำนาจตนเอง ส่วนการที่นายกฯตั้งกลุ่มอาชีวะขึ้นมาโดยอ้างช่วยน้ำท่วมนั้น เป็นการสร้างความขัดแย้ง คนรู้อยู่ว่าตั้งขึ้นมาเพื่ออะไร ต้องการเอาอาชีวะมาปะทะกับนักศึกษาฝ่ายประชาธิปไตย หากประชามติไม่ผ่าน แล้วจะอ้างว่าบ้านเมืองวุ่นวายแล้วอยู่ต่อใช่หรือไม่

“นพดล” อยากให้ยึดโมเดลอังกฤษ

นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทั่วโลกเฝ้าติดตามการออกเสียงประชามติที่เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษ และเมื่อคนอังกฤษส่วนใหญ่ได้ลงคะแนนให้ออกจากสหภาพยุโรป เขาก็จะยอมรับ เพราะกฎหมายการออกเสียงประชามติของอังกฤษนั้นเปิดให้ทั้งคนต้านและสนับสนุนว่าจะออกจากอียูหรือไม่ให้มีโอกาสโต้เถียง และให้ประชาชนรวมทั้งพรรคการเมืองรณรงค์กันอย่างเต็มที่ แม้แต่คนในพรรคเดียวกันก็ปล่อยให้ฟรีโหวต และออกเสียงไปคนละทิศละทาง เนื่องจากหลักการสำคัญของการทำประชามตินั้นต้องเสรีและเป็นธรรม จึงจะมีความน่าเชื่อถือ และประเทศพัฒนาแล้วเขาถือปฏิบัติเช่นนี้เป็นสากล พอผลออกมาทุกคนก็จะยอมรับและเคารพเสียงส่วนใหญ่ ฝ่ายข้างน้อยก็จะไม่ไปก่อม็อบ ปิดถนนประท้วงล้มผลการออกเสียง สังคมและประเทศก็เดินหน้าได้ ตนอยากเห็นคนไทยมีโอกาสที่จะได้ลิ้มรสการออก เสียงประชามติเช่นในประเทศที่พัฒนาแล้ว อยากให้ผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องคิดและแก้กฎหมายการออกเสียงประชามติให้โอกาสคนไทยอย่างที่พึงจะเป็นด้วย

ดักคอรับผิดชอบเหมือน “คาเมรอน”

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า จากผลของประชามติ Brexit ที่ประชาชนชาวอังกฤษลงคะแนนเสียงออกจากอียู สร้างความผันผวนกับอัตราแลกเปลี่ยน ตลาดหุ้น และราคาทองคำ ไปทั้งโลก จะสร้างความผันผวนให้กับเศรษฐกิจโลกต่อไปเป็นเวลานาน ในภาวะที่เช่นนี้ ประเทศที่มีปัญหาทางการเมืองภายในจะเสียเปรียบอย่างมากในเรื่องการค้าและการลงทุน ดังนั้น ประเทศไทยจะต้องรีบกลับสู่ระบอบที่ประชาคมโลกยอมรับโดยเร็วที่สุด เพราะการค้าการลงทุนส่วนใหญ่จะโยกย้ายไปเฉพาะประเทศที่ประชาคมโลกยอมรับ ทั้งนี้ หากรัฐบาลชื่นชมการลงประชามติของอังกฤษตามที่โฆษกรัฐบาลแถลง ก็อยากให้เปิดเสรีภาพให้ทุกฝ่ายในการวิพากษ์วิจารณ์ และอยากให้ดูแบบอย่างความรับผิดชอบของนายเดวิด คาเมรอน นายกฯอังกฤษที่ลาออกจากตำแหน่งเมื่อประชามติไม่ผ่าน โดยหวังว่าหลังจากทราบผลประชามติในประเทศไทย น่าจะต้องมีความรับผิดชอบในลักษณะเดียวกัน ซึ่งจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานและยังจะเป็นการวัดความนิยมของรัฐบาลและ คสช.ไปในตัว

“เจ้าคุณธงชัย” เสกพร “มาร์ค” นั่งนายกฯ

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่วัดไตรมิตรวิทยาราม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้าพบพระพรหมมังคลาจารย์ หรือเจ้าคุณธงชัย เพื่อกราบขอพร โดยเจ้าคุณธงชัยได้มอบผ้ายันต์ธงชัยนวหรคุณพร้อมกับเขียนข้อความลงในยันต์ ว่า “ขอให้เป็นนายกรัฐมนตรีตลอดกาล” รวมทั้งมอบผ้ายันต์แพ้ไม่เป็นให้กับนายอภิสิทธิ์ พร้อมกับแซวว่า นายอภิสิทธิ์เป็นแฟนบอลทีมนิวคาสเซิล ตอนนี้ตกชั้นแล้ว น่าจะหาเงินไปซื้อเพื่อเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอล โดยนายอภิสิทธิ์ตอบว่า ไม่มีเงิน เคยสอบถามแล้วว่าถ้าจะขายทีมนิวคาสเซิล ราคาอยู่ที่ 200 ล้านปอนด์ ถือว่าแพงมาก เพราะทีมนิวคาสเซิลเป็นทีมใหญ่มีแฟนฟุตบอลมาก

ชี้แนะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง

ทั้งนี้ ระหว่างการสนทนานายอภิสิทธิ์ได้สอบถามเจ้าคุณธงชัยถึงสถานการณ์การเมือง และสถานการณ์ประเทศ ซึ่งเจ้าคุณธงชัยกล่าวตอบว่า ทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลง และนายอภิสิทธิ์ก็ต้องเปลี่ยนแปลง เพราะขณะนี้สถานการณ์โลกเปลี่ยนไปแล้ว ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงก็ถือว่าจบกัน จะกลายเป็นนักการเมืองตกยุค นอกจากนี้ ได้มีการสนทนาเกี่ยวกับการที่ประเทศอังกฤษถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การถอนตัวของประเทศอังกฤษจะทำให้โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง เศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องการจัดระเบียบของโลก ใช้เวลาสนทนาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่นายอภิสิทธิ์จะเดินทางกลับ เจ้าคุณธงชัยได้รดน้ำมนต์และให้พรนายอภิสิทธิ์พร้อมกับมอบพระพุทธรูป “พระศิวะนาฏราช” ให้ด้วย

โพลชี้ นปช.เปิดศูนย์เกมปลุกระดม

วันเดียวกัน ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หรือกรุงเทพโพลล์ เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จากการสุ่มตัวอย่าง 1,085 คน เรื่อง “ประชาชนคิดอย่างไรกับการแสดงท่าทีคู่ขนานของกลุ่ม นปช.ต่อการทำประชามติ” ร้อยละ 37.8 ระบุว่า การที่ นปช.ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องการตั้งศูนย์ปราบโกงการทำประชามติทั่วประเทศเป็นการปลุกระดมมวลชนทางอ้อม ส่วนร้อยละ 28.4 ระบุว่า ไม่ใช่ และร้อยละ 33.8 ระบุว่า ไม่แน่ใจ ต่อข้อถามว่า การตั้งศูนย์ปราบโกงของ นปช.ส่งผลต่อการลงประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ร้อยละ 61.7 ระบุว่า ไม่ส่งผล ร้อยละ 18.8 ระบุว่าส่งผล และร้อยละ 19.5 ไม่แน่ใจ เมื่อถามถึงความกังวลต่อการที่ คสช.สกัดกั้นการเปิดศูนย์ปราบโกงจะทำให้เกิดการต่อต้านรุนแรงขึ้นจากกลุ่ม นปช.นั้น ร้อยละ 53.5 ไม่กังวล ร้อยละ 37.2 กังวล และร้อยละ 9.3 ไม่แน่ใจ ส่วนความเห็นต่อการที่ นปช. ยื่นเรื่องให้สหประชาชาติเข้ามาสังเกตการณ์การทำประชามตินั้น ร้อยละ 37.0 ระบุว่า น่าจะส่งผลเสียกับประเทศมากกว่า ร้อยละ 35.0 ระบุว่า น่าจะส่งผลดีมากกว่า และร้อยละ 28.0 ไม่แน่ใจ

มท.ออกระเบียบฟัน ผญบ.ไร้ผลงาน

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการออกประกาศแก้ไขระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านว่า เนื่องจากการประเมินแบบเดิมไม่สะท้อนให้เกิดผลงาน โดยระเบียบใหม่มีความแตกต่างจากเดิม คือประเมินประสิทธิภาพการทำงานเพื่อสะท้อนถึงผลสัมฤทธิ์ เช่น หากในหมู่บ้านมียาเสพติดเป็นที่รู้กันทั่ว แต่ผู้ใหญ่บ้านไม่ทราบ

จะต้องมีการพิจารณาลงโทษ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ ระเบียบดังกล่าวระบุว่าจะประเมินผลผู้ใหญ่บ้านที่ได้รับการแต่งตั้งและดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี ส่วนการประเมินผลครั้งถัดไปให้ดำเนินการประเมินผลทุก 4 ปีนับตั้งแต่วันที่นายอำเภอประกาศให้ผ่านการประเมินผล ในกรณีที่ไม่ผ่านการประเมินผลให้นายอำเภอออกคำสั่งให้ผู้เข้ารับการประเมินผลพ้นจากตำแหน่งนับตั้งแต่วันประกาศผลการประเมิน

“ซูจี” เยี่ยมหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง

ส่วนความเคลื่อนไหวของนางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของรัฐบาลนั้น เมื่อเวลา 09.45 น. นางนราพร จันทร์โอชา ภริยาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ให้การต้อนรับนางอองซาน ซูจี และคณะที่หมู่บ้านตัวอย่างเศรษฐกิจพอเพียง บ้านหัวอ่าว ต.บางช้าง อ.สามพราน จ.นครปฐม เพื่อศึกษาดูงานหมู่บ้านและโรงเรียนตัวอย่างตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยมีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ และนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม นายพิษณุ สุวรรณะชฎ เอกอัครราชทูตไทย ณ นครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ร่วมงานด้วย

โดยนางอองซาน ซูจี ได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการดำเนินงานตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ของชาวบ้าน รวมถึงฐานเรียนรู้การทำปุ๋ยจากมูลไส้เดือนทดแทนสารเคมี ฐานการเรียนรู้ปุ๋ยชีวภาพ และฐานการเรียนรู้การปลูกมะนาวไร้ดินด้วยผักตบชวาในวงบ่อซีเมนต์ และติดตามการเจริญเติบโตของต้นมะนาวที่นางนราพรเคยปลูกไว้ โดยมีประชาชนทั้งชาวไทยและชาวเมียนมาประมาณ 50 คน มารอต้อนรับ มอบดอกไม้ให้กับนางอองซาน ซูจี บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น บางคนถึงกับร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจ

พบตัวแทนเอ็นจีโอก่อนกลับเมียนมา

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลา 13.00 น. ก่อนที่นางอองซาน ซูจี จะเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อเดินทางกลับในช่วงเย็น นางอองซาน ซูจีได้เดินทางไปยังสถานเอกอัครราชทูตเมียนมา ถ.สาทรเหนือ เพื่อพบปะกับตัวแทนเอ็นจีโอจาก 13 องค์กร ซึ่งดูแลด้านสิทธิและคุ้มครองแรงงานให้กับชาวเมียนมาที่อยู่ในประเทศไทย ต่อจากนั้นยังได้พบกับนักธุรกิจเมียนมาในไทย และนักศึกษาเมียนมาบางส่วน รับฟังปัญหาและอุปสรรคที่ชาวเมียนมากลุ่มนี้ได้สะท้อนความคิดเห็น เพื่อนางซูจีจะนำกลับไปดำเนินการต่อภายหลังเดินทางกลับประเทศแล้ว

“เทพเทือก” สดุดีร่าง รธน.ฉบับปฏิรูปของแท้ ย้ำโหวตประชามติ รับชัวร์ แอบดักคอต้องบรรลุผลภายใน 5 ปี พร้อมระบุ 4 เดือนแรก ก.ม.วางกรอบปฏิรูปต้องเสร็จสิ้นและทุกฝ่ายต้องเดินตาม “จตุพร” ไม่ยอมนั่งดูฝ่ายเดียว 26 มิ.ย. 2559 00:43 26 มิ.ย. 2559 05:31 ไทยรัฐ