วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

6ชาติอียูถกด่วน! เร่งขับออกอังกฤษ

(ภาพจาก : AP)

ไม่รอนายกฯใหม่ สหรัฐขู่ตัดการค้า

ควันหลงสหราชอาณาจักรมีประชามติถอนตัวจากสหภาพยุโรป (อียู) “มูดีส์” ฟันฉับ ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงิน จาก “Aa1” เป็น “Aa1-” ชี้มีปัจจัยความไม่แน่นอนสูง ขณะที่ 6 ประเทศก่อตั้งอียูถกด่วนกระบวนการถอดจากสมาชิกภาพ ชี้ไม่ควรต้องรอให้อังกฤษมีนายกฯคนใหม่ พร้อมเปรียบเป็นการหย่าร้างที่จบไม่สวย ด้านกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ยันการค้าไทยกระทบน้อย แต่ทุนไทยในสหราชอาณาจักร-อียูอาจเสียโอกาส ด้าน “อดีตนายกฯปู” ยกย่องผลการประชามติ Brexit ถือเป็นตัวอย่างของวิถีประชาธิปไตยที่รับฟังสองฝ่าย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้ากรณีประชามติช็อกโลก ภายหลังสหราชอาณาจักรถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปหรืออียู โดยเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. หรือ 1 วันหลังจากรู้ผลสรุปนั้น บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือทาง การเงิน “มูดีส์” ได้ปรับลดค่าความน่าเชื่อถือของสหราชอาณาจักร จาก “Aa1” เป็น “Aa1-” เนื่องจากทางบริษัทคาดคะเนว่า ในช่วงเวลา 2-3 ปีนี้ ที่สหราชอาณาจักรต้องเจรจาเงื่อนไขข้อตกลงการค้ารอบใหม่กับสหภาพยุโรป จะส่งผลกระทบต่ออัตราการเติบโตของประเทศ ทั้งมีปัจจัยความไม่แน่นอนสูง เกิดการสูญเสียความเชื่อมั่น ไปจนถึงการลงทุนและการใช้จ่ายในประเทศที่ลดลง นอกจากนี้ ในระยะยาวหากสหราชอาณาจักรยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงทางเลือกใหม่กับอียูได้ ก็จะส่งผลลบต่ออัตราการเติบโตมากขึ้นไปอีก

ขณะที่ประเทศสมาชิกก่อตั้งสหภาพยุโรป 6 ชาติ ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก และเนเธอร์แลนด์ เข้าประชุมหารือวาระเร่งด่วนที่กรุงเบอร์ลินของเยอรมนี ในวันเดียวกันนี้ โดยเป็นการพิจารณากระบวนการถอนสหราชอาณาจักรออกจากการเป็นสมาชิกอียู ว่าจะดำเนินการเช่นไร และจะใช้ความรวดเร็วแค่ไหน พร้อมหาแนวทางรับมือไม่ให้ประเทศอื่นๆ ถอนตัวจากอียูอีก ซึ่งนายแฟรงค์ วอลเตอร์-สไตน์เมเออร์ รมว.ต่างประเทศเยอรมนี เปิดเผยว่า อียูจะต้องไม่กลายเป็นอัมพาต และตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า หลังสหราชอาณาจักรถอนตัวออกไป

ส่วนนายณอง โคลด-ยุงเคอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ได้กล่าวย้ำว่า การแยกตัวของสหราชอาณาจักรครั้งนี้ ถือเป็นการหย่าร้างกัน

อย่างไม่ค่อยดี แต่เดิมทีเราก็ไม่ได้รักหวานชื่นกันขนาดนั้น และเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา ประชาชนสหราชอาณาจักรได้ตัดสินใจแล้วว่าจะแยกตัวจากอียู ดังนั้น จึงเป็นเรื่องไม่สมเหตุผลที่จะรอไปเจรจาการแยกตัวในเดือน ต.ค. รอนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษ ตามที่นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษบอก

ขณะที่นายมาร์ติน ชูลซ์ ประธานรัฐสภายุโรป ระบุว่า เรื่องนี้เกิดจากความแตกแยกภายในพรรคอนุรักษนิยมของนายคาเมรอน แต่กลับจับยุโรป

ทั้งทวีปมาเป็นตัวประกัน ทั้งนี้ อียูยังเตรียมจัดการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ แต่ไม่เชิญนายคาเมรอนเข้าร่วม

วันเดียวกัน เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เดอะเทเลกราฟของอังกฤษ รายงานว่า หลังจากผลการจัดทำประชามติออกมา ได้มีประชาชนเข้าไปร่วมลงรายชื่อในเว็บไซต์ของรัฐสภาอังกฤษ ขอให้รัฐบาลจัดทำประชามติใหม่อีกครั้ง โดยภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง มีคนเข้าไปร่วมลงนามมากกว่า 1 ล้านชื่อ ซึ่งตามปกติแล้วประเด็นใดที่มีผู้ลงรายชื่อมากกว่า 100,000 คน จะต้องนำไปพิจารณากันในสภา

นอกจากนี้ ในเว็บไซต์ Change.org สำหรับรวบรวมรายชื่อรณรงค์สร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม ได้มีผู้ตั้งประเด็นเรียกร้องให้นายซาดิก ข่าน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน แยกกรุงลอนดอนเป็นเอกราช และสมัครเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปรวมถึงเขตเศรษฐกิจเชงเกนโซนด้วย โดยมีผู้ร่วมลงรายชื่อแล้วมากกว่า 100,000 คน

ต่อมาโฆษกทำเนียบขาวสหรัฐฯ เปิดเผยว่านายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้โทรศัพท์ สายตรงถึงนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ระบุรู้สึกผิดหวังที่นายคาเมรอนตัดสินใจจะลาออกจากตำแหน่ง เพราะนายคาเมรอนถือเป็นเพื่อนและเป็นมิตรที่ตนไว้เนื้อเชื่อใจ พร้อมให้คำยืนยันกับผู้นำอังกฤษว่า สหรัฐฯจะยังยึดถืออังกฤษว่าเป็นเพื่อนที่ขาดไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ต่อมาโฆษกทำเนียบขาวระบุด้วยว่า นายโอบามาจะยังคงทำตามคำขู่

ที่พูดไว้ก่อนหน้านี้ ว่าหากสหราชอาณาจักรออกจากอียูแล้ว จะสูญเสียสิทธิพิเศษและต้องกลับไปต่อคิวตามปกติหากอยากจะทำการค้ากับสหรัฐฯ

ขณะที่นายการ์เซีย มาร์กาลโล รักษาการ รมว.ต่างประเทศสเปน ออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลอังกฤษ ขอมีอธิปไตยร่วมเหนือเขตปกครองยิบรอลตา ทางตอนใต้ของสเปน หลังผลประชามติเขตยิบรอลตาปรากฏว่าสนับสนุนให้อยู่กับอียู 95.9 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ เขตยิบรอลตาถือเป็นเขตปกครองของสหราชอาณาจักรมาตั้งแต่ พ.ศ.2256 แต่รัฐบาลสเปนยังอ้างสิทธิอธิปไตยเหนืออาณาเขตเรื่อยมา

ด้านไทย นางสาวศิรินารถ ใจมั่น อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า หลังจากการลงประชามติออกจากสหภาพยุโรป (อียู) แล้ว สหราชอาณาจักรต้องดำเนินการตามมาตรา 50 ของ Lisbon Treaty ที่กำหนดให้ต้องแจ้งความจำนง ขอออกจากสมาชิกอย่างเป็นทางการต่อมนตรียุโรป หลังจากนั้น อียูและสหราชอาณาจักรต้องมีการเจรจา เพื่อจัดทำความตกลงเกี่ยวกับรูปแบบ และเงื่อนไขความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างกันในอนาคต ซึ่งจะใช้เวลา ไม่เกิน 2 ปี โดยในช่วงระยะเวลา 2 ปีนี้ สหราชอาณาจักรยังคงผูกพันภายใต้สนธิสัญญา และกฎหมายของอียู แต่ไม่มีอำนาจตัดสินใจใดๆในอียู

อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ยังกล่าวถึงทางเลือกสำหรับรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างอียูและสหราชอาณาจักรที่อาจตกลงกัน ได้แก่ รูปแบบนอร์วีเจียน โดยสหราชอาณาจักรเข้าร่วมเป็นสมาชิกเขตเศรษฐกิจยุโรป ซึ่งจะทำให้สหราชอาณาจักรเข้าร่วมเป็นตลาดเดียวของอียูได้ ยกเว้นสาขาบริการทางการเงินบางสาขา โดยที่ไม่ต้องผูกพันภายใต้กฎระเบียบของอียูว่าด้วยการเกษตร ประมง ยุติธรรม และมหาดไทย หรือนอกจากนี้ ยังอาจตกลงกันในรูปแบบสวิส โดยสหราชอาณาจักรดำเนินการเช่นเดียวกันสวิตเซอร์แลนด์ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกอียู แต่เจรจาสนธิสัญญาทางการค้ากับอียูเป็นรายสาขา หรืออาจเป็นรูปแบบตุรกี โดยเข้าร่วมสหภาพศุลกากรกับอียู ซึ่งจะทำให้สหราชอาณาจักร เข้าสู่ตลาดเสรีด้านสินค้าได้ แต่ไม่รวมถึงบริการทางการเงิน รวมถึงสหราชอาณาจักรอาจจัดทำความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับอียู ซึ่งคล้ายกับรูปแบบสวิส แต่จะไม่รวมถึงการเข้าสู่ตลาดบริการทางการเงิน และสามารถเจรจาเกี่ยวกับการดำเนินการตามกฎเกณฑ์ และมาตรฐานต่างๆ ได้ด้วย หรืออาจจะตัดขาดความสัมพันธ์กับอียูโดยสิ้นเชิง และใช้ประโยชน์จากการเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) เป็นพื้นฐานในการทำการค้าต่อไป อย่างไรก็ตาม คาดว่ารูปแบบที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือ การทำความตกลงเขตการค้าเสรีกับอียู หรือการจัดทำความตกลงในรูปแบบสวิส

สำหรับผลกระทบต่อไทยนั้น นางสาวศิรินารถ กล่าวว่า ในด้านการส่งออกสินค้าไทยไปสหราชอาณาจักร อาจมีไม่มากนัก เพราะไทยส่งออกไปสหราชอาณาจักรประมาณร้อยละ 2 ของการส่งออกรวม โดยในปี 58 ไทยส่งออกมูลค่า 3,824 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ไทยนำเข้า 2,550 ล้านเหรียญฯ โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ รถยนต์และอุปกรณ์ ไก่แปรรูป อัญมณีและเครื่องประดับ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ รถจักรยานยนต์ อาหารทะเลกระป๋อง เครื่องปรับอากาศ และผลิตภัณฑ์พลาสติก โดยสินค้าที่สหราชอาณาจักรเป็นตลาดใหญ่ของไทยในโลก ได้แก่ ไก่แปรรูป ไทยส่งออกไปสัดส่วนร้อยละ 27.26 ของการส่งออกไปตลาดโลก และรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ สัดส่วนร้อยละ 8.66

นางสาวศิรินารถกล่าวต่ออีกว่า ส่วนการเจรจาเอฟทีเอไทย-อียู ที่หยุดการเจรจาตั้งแต่ช่วงกลางปี 57 เพราะสถานการณ์การเมืองของไทยนั้น อาจได้รับผลกระทบ เพราะไม่รวมถึงสหราชอาณาจักรด้วย และไทยต้องพิจารณาแนวทางความสัมพันธ์ทางการค้ากับสหราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะ แต่คงต้องรอผลการเจรจารูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรและอียูที่จะเสร็จภายใน 2 ปีนี้ด้วย

ขณะที่ผลกระทบทางอ้อมอื่นๆ นางสาวศิรินารถ ระบุว่าเมื่อค่าเงินปอนด์อ่อนค่าลง ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น อาจทำให้ราคาสินค้าส่งออกของไทยไปสหราชอาณาจักรสูงขึ้น ขณะเดียวกัน อาจมีผลต่อเงินสำรองระหว่างประเทศที่ไทยมีสำรองไว้ในรูปสกุลเงินปอนด์หากมีกันสำรองไว้จำนวนมาก นอกจากนี้ อียูอาจมีนโยบายปกป้องตลาดภายในมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้มาตรการที่ไม่ใช่มาตรการทางภาษี และการใช้ มาตรการเยียวยาทางการค้ามากขึ้น ซึ่งจะเป็นอุปสรรค ต่อการส่งออกของไทยในระยะต่อไป

อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ยังวิเคราะห์ถึงกิจการของไทยที่ลงทุนในสหราชอาณาจักร เช่น โรงถลุงเหล็กของบริษัท สหวิริยา กลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่มของซีพีเอฟ กลุ่มสิงห์ กลุ่มไทยเบฟ หรือกลุ่มธุรกิจโรงแรม เช่น กลุ่มแลนด์มาร์ค หรือร้านอาหารไทย ต้องสูญเสียโอกาสทางการตลาดในเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวจากอียูที่ลดลง ส่วนกลุ่มธุรกิจกระดาษของดั๊บเบิ้ลเอ ที่มีโรงงานในฝรั่งเศสจะสูญเสียโอกาสในการทำตลาดในสหราชอาณาจักรเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสสำหรับสินค้าไทย เพราะช่องว่างทางการตลาดที่มีมากขึ้นในช่วงที่ภาวะการค้าระหว่างอียูและสหราชอาณาจักรชะงักงันหลังจาก Brexit อาจเป็นโอกาสที่ดีที่ไทยจะหาลู่ทางในการนำสินค้าและภาคบริการที่มีศักยภาพเข้าไปทดแทน

นอกจากนี้ วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กถึงผลประชามติสหราชอาณาจักรออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ว่า ถือเป็นตัวอย่างของการนำวิถีทางประชาธิปไตยมาใช้ในการตัดสินปัญหาที่สำคัญของประเทศ ที่การลงประชามติเป็นไปตามหลักการที่ถูกต้อง ชอบธรรม เปิดเผย โปร่งใส การมีส่วนร่วม มีการ แลกเปลี่ยนความเห็นทั้งฝ่ายที่ต้องการให้อยู่ต่อกับฝ่ายที่ต้องการให้ออก ผลประชามติไม่ได้ชนะทิ้งห่างกันอย่างขาดลอย แต่นัยของประชามติคือ เคารพเสียงคนส่วนใหญ่ ซึ่งตนเห็นด้วยกับคำกล่าวของท่านนายกฯเดวิด

คาเมรอน ที่ว่า “นอกจากเราต้องเคารพเจตจำนงของเสียงส่วนใหญ่แล้ว ฝ่ายที่แพ้ ซึ่งรวมถึงตัวผมเองด้วย ต้องช่วยกันทำให้การตัดสินใจครั้งนี้นำพาประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้” แม้ว่าจากนี้ไป สถานะทางสมาชิกภาพของสหราชอาณาจักรในสหภาพยุโรป อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน แต่คงจะสร้างการเปลี่ยนแปลงหลายเรื่อง แต่เชื่อมั่นว่าสัมพันธ์ของไทยกับสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป ยังคงแน่นแฟ้น พัฒนาความร่วมมือกันในทุกๆด้านมากยิ่งขึ้น

ควันหลงสหราชอาณาจักรมีประชามติถอนตัวจากสหภาพยุโรป (อียู) “มูดีส์” ฟันฉับ ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงิน จาก “Aa1” เป็น “Aa1-” ชี้มีปัจจัยความไม่แน่นอนสูง 26 มิ.ย. 2559 00:41 26 มิ.ย. 2559 05:22 ไทยรัฐ