วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยุทธหัตถีรอบ 16 ทีม

ยุทธหัตถีรอบ 16 ทีม

โดย จ่าแฉ่ง
26 มิ.ย. 2559 05:01 น.
  • Share:

ในบรรดา 8 คู่ของรอบ 16 ทีมที่จะเตะกันแบบน็อกเอาต์ใครดีใครอยู่ที่เริ่มมาแล้วตั้งแต่วันเสาร์ และจะไปจบลงในวันจันทร์นั้น คู่ที่แฟนลูกหนังทั่วโลกรอคอยมากที่สุดก็คือคู่ “ขุนพลอัซซูรี” อิตาลี กับ “กระทิงดุ” สเปน นั่นเอง

เพราะเป็นทีมระดับมหาอำนาจลูกหนังของโลก และมีศักดิ์ศรีถึงขนาดได้ครองทั้งแชมป์ยุโรปและแชมป์โลกมาด้วยกันทั้งคู่

เปรียบประดุจศึก “ยุทธหัตถี” หรือ ศึกชนช้าง แบบไทยๆ ฉันใดก็ฉันนั้น

อิตาลี ได้แชมป์โลกมาเชยชมแล้วถึง 4 สมัย แถมแชมป์ยุโรปอีก 1 สมัย...ในขณะที่ สเปน เคยเป็นแชมป์โลก 1 สมัย แต่คว้าแชมป์ยุโรปมาครองได้ถึง 3 ครั้ง 3 ครา

รวมทั้งครั้งล่าสุดเมื่อปี 2012 หรือ “ยูโร2012” แชมป์ก็เป็นของสเปนนี่เอง ท่านผู้อ่านคงจะพอจำกันได้

ที่สำคัญคู่ชิงแชมป์เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ที่ยูเครนเป็นเจ้าภาพก็คู่นี้แหละครับ จะใครที่ไหนเสียอีกล่ะ

ซึ่งผลที่ออกมา...หวังว่าท่านผู้อ่านคงจะจำได้เช่นกัน...กระทิงดุ ไล่ขวิด มะกะโรนี กระจุยถึง

4-0 กลายเป็นนัดชิงแชมป์ยุโรปที่หมดสนุก เพราะขาดลอยเกินเหตุคู่หนึ่งของประวัติศาสตร์ฟุตบอลยูโร

ทั้ง 2 ทีมอยู่ในกลุ่มเดียวกันของการเตะรอบแรกบอลยูโรครั้งที่แล้ว และเสมอกันไปอย่างสุดมัน 1-1 ก่อนจะแยกย้ายกันไปปราบทีมอื่นๆในรอบน็อกเอาต์ แล้วกลับมาเจอกันอีกครั้งในรอบชิงแชมป์

ซึ่งกลายเป็นหนังคนละม้วน กระทิงดุโชว์ฟอร์มการเล่นแบบ “ติ๊กต๊อก” หรือ “ติกิ–ตาก้า” เขมือบขม้ำมะกะโรนีอย่างเอร็ดอร่อยดังได้กล่าวไว้แล้ว

การกลับมาเจอกันอีกหนของคู่นี้ในวันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน เวลา 23.00 น. จึงถือเป็นรายการ “ล้างตา” ไปด้วยในตัว และกลายเป็นคู่เอกของรอบ 16 ทีมไปโดยอัตโนมัติ

จริงๆแล้วคู่นี้ไม่ควรจะมาเจอกันในรอบนี้เลย ควรจะแยกไปคนละทาง และถ้าหากปราบคนอื่นได้หมด ค่อยมาเจอกันในนัดชิงแชมป์แบบหนที่แล้ว

แต่เพราะสเปนดันไปพ่ายแพ้ตาหมากรุก โครเอเชีย อย่างล็อกถล่มในการเล่นนัดสุดท้ายรอบแรก ส่งผลให้กระทิงดุไม่ได้ที่ 1 ของกลุ่มดี ตามที่คาดกันไว้

จึงต้องระเห็จมาอยู่ทางซีกนี้ และต้องเจอกับมะกะโรนีในฉับพลันทันควันด้วยประการฉะนี้แล

กุนซือ บิเซนเต เดล บอสเก จากแดนกระทิง ก็ยอมรับว่าผิดแผนไปบ้าง เพราะไม่มีใครที่ไหนอยากเจอกับอิตาลีรวดเร็วแบบนี้ แต่เราก็พร้อมเสมอสำหรับทุกสถานการณ์

เดล บอสเก คือกุนซือที่นำทัพกระทิงดุชนกับอิตาลีถึง 2 ครั้ง 2 ครา ในฟุตบอลยูโร 2012รวมทั้งนัดชนะขาดลอย 4-0 ในรอบชิงแชมป์

จึงดูเหมือนว่าเขาจะคุ้นเคยรู้ข้อมูลและรู้ตื้นลึกหนาบาง ตลอดจนจุดอ่อนจุดแข็งของอัซซูรีอย่างดียิ่ง

แต่กระนั้นก็ต้องระมัดระวังและประมาทมิได้เลย เพราะกุนซือของอิตาลีครั้งนี้ได้แก่ อันโตนิโอ คอนเต มิใช่ เซซาเร ปรันเดลลี คนเดิม ที่เคยแพ้เขามาแล้วแบบหมดรูป

ต้องบอกว่า คอนเต มีอะไรที่ลึกล้ำกว่า ปรัน-เดลลี หลายขุม และได้ชื่อว่าเป็นจอมวางหมากชั้นเยี่ยมอีกคนหนึ่งของยุโรป

ขณะเดียวกันเมื่อลองชำเลืองไปดูนักเตะของทั้ง 2 ทีมก็จะเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงจาก 4 ปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะไม่ถึงกับเปลี่ยนแบบลุทิ้งทั้งหมดก็ตาม

สเปนยังมีตัวเก่าที่ลงเล่นนัดชิงแชมป์กลับมาเล่นหนนี้ถึง 8 คน โดยเฉพาะ 3 กองหลังอย่างเซร์คิโอ รามอส, เคราร์ด ปิเก และ จอร์ดี อัลบา ยังมาครบ พร้อมกับกองกลางที่ทำประตูได้ด้วยอย่าง อันเดรส อิเนียสตา, เชส ฟาเบรกาส และ ดาบิด ซิลบา

อิตาลีเหลือตัวเก่าติดทีมมาด้วย 7 คน เริ่มตั้งแต่นายทวารผู้อาวุโส จานลุยจิ บุฟฟอน ไปจนถึงกองหลังเก่าอย่าง จอร์โจ คิเอลลินี, อันเดรีย บาร์ซายี, เลโอนาร์โด โบนุชชี

ส่วนกองกลางมีเก่ามาแค่ 2 คน ได้แก่ติอาโก มอตตา กับ ดานิเอเล เด รอสซี

ที่เปลี่ยนยกเซตก็คือกองหน้าทั้งแผง ที่มองไม่เห็นรายชื่อคนเก่าเลย

ก่อนเดินทางมานักวิจารณ์ส่วนใหญ่บอกว่าอิตาลีทีมนี้ขี้เหร่ที่สุด แต่เมื่อมาจริงๆกลับโชว์ฟอร์มได้ไม่เลว ไปแพ้ไอร์แลนด์ในนัดส่งท้าย เพราะเห็นว่าเป็นที่ 1 เรียบร้อยเลยจัดตัวสำรองเป็นกระบิ

สำหรับการพบกับสเปนในวันจันทร์นี้ เซียนส่วนใหญ่โดยเฉพาะเซียนนอก ยังวางให้สเปนเป็นต่อ

ส่วน “จ่าแฉ่ง” ชอบการพลิกล็อก ขอแอบเอาใจช่วยนักเตะมะกะโรนี โดยฝันว่าจะมีการต่อเวลาแล้วยิงลูกโทษ และผู้ชนะคือทีมอายุเฉลี่ยสูงสุด “อิตาลี”...แฮ่ม! บอกแล้วไงครับว่าฝันไป!

“จ่าแฉ่ง”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้