วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชมวัด ชิมขนมโบราณ ที่สมุทรสงคราม

จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กที่สุดของประเทศไทย แต่เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ทั้งทางธรรมชาติและด้านวิถีชีวิตไทยแบบดั้งเดิม รวมทั้งมีของอร่อยมากมายหลายอย่าง

ผมและทีมงานรายการครอบจักรวาล เคยเดินทางไปถ่ายทำรายการที่จังหวัดสมุทรสงครามนับครั้งไม่ถ้วน เพราะมีเรื่องราวที่น่าสนใจมากมาย เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาก็เพิ่งไปมาอีกครั้งหนึ่ง

การเดินทางท่องเที่ยวในสมุทรสงครามนั้น สถานที่หลายแห่งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง หากต้องการสัมผัสบรรยากาศวิถีชีวิตชาวบ้านริมฝั่งแม่น้ำแม่กลอง การใช้เรือหางยาวเป็นพาหนะก็เหมาะสำหรับคนที่ร่างกายแข็งแรง แข้งขายังดี ลงบันไดท่าน้ำ ลงเรือ ขึ้นเรือสะดวก แต่ถ้าสังขารไม่เอื้ออำนวย เดินทางโดยรถยนต์จะเหมาะสำหรับผู้สูงวัยมากกว่า

ไปคราวนี้ ผมได้มอบหมายให้ คุณยอดมนู ภมรมนตรี ทำหน้าที่ดำเนินรายการ โดยมี คุณณภฎล ประมวล เจ้าหน้าที่โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ เป็นผู้นำไปชมความงามของ เรือนไม้สักทอง ที่วัดภุมรินทร์กุฎีทอง

คุณณภฎล เล่าให้ฟังถึงเรื่องราวความเป็นมาของ วัดภุมรินทร์กุฎีทอง โดยย่อว่า เดิมชื่อวัดบางลี่บน เศรษฐีทองและ

นางสั้น ผู้เป็นภรรยามาทำบุญที่วัด ท่านสมภารทำนายทายทักว่าธิดาของเศรษฐีเป็นผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ จะได้เป็นพระราชินี เศรษฐีทองจึงกล่าวกับท่านสมภารว่าหากเป็นจริงตามนั้น จะมาสร้างกุฎีทองถวาย

นางสาวนาค ธิดาของเศรษฐีทอง ได้ออกเรือนกับ นายทองด้วง ซึ่งต่อมาได้ปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์เป็นปฐมกษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ คุณนาค จึงได้รับสถาปนาเป็น สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี เมื่อเป็นไปดังคำทำนายของท่านสมภาร ท่านทอง และ ท่านสั้น จึงสร้างกุฎีทองถวายเมื่อปี พ.ศ.2325

กุฎีทองที่สร้าง เป็นเรือนไม้ทรงไทยสามหลัง สร้างด้วยไม้สักทอง ตกแต่งลวดลายทั้งภายนอกและภายในด้วยลายรดน้ำปิดทอง ต่อมาภายหลังวัดบางลี่บนได้กลายเป็นวัดร้าง เนื่องจากตำแหน่งที่ตั้งของวัดอยู่ตรงบริเวณคุ้งน้ำหักศอก จึงถูกกระแสน้ำกัดเซาะตลิ่งพังกินพื้นที่วัดเข้ามาเรื่อยๆ กุฎีทองพังทลายเสียหายลงไปสองหลัง คงเหลืออยู่เพียงหนึ่งหลัง

ประมาณปี พ.ศ.2468 เจ้าอาวาสวัดภุมรินทร์ ได้รื้อกุฎีทองที่เหลืออยู่หลังสุดท้ายมาปลูกไว้ที่วัดภุมรินทร์ ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ปากคลองบางลี่ ฝั่งตะวันตกของอำเภออัมพวา และเก็บรวบรวมศาสนวัตถุต่างๆจากวัดบางลี่บน ได้แก่ พระประธานภายในพระอุโบสถ รอยพระพุทธบาทจำลอง และพระพุทธรูปต่างๆ มาประดิษฐานไว้ที่วัดภุมรินทร์ด้วย จึงนำคำว่ากุฎีทองมาต่อท้ายชื่อวัดภุมรินทร์ เป็นวัดภุมรินทร์กุฎีทองมาตั้งแต่บัดนั้น

ปัจจุบันทางวัดเปิดให้ผู้สนใจขึ้นไปชมบนกุฎีทอง ซึ่งยังสามารถมองเห็นความงดงามของลวดลายทองบนเพดาน ผนัง บานประตู หน้าต่าง และเสา แม้จะผ่านกาลเวลามานานถึง 234 ปีแล้ว นอกจากนี้ยังมีโบราณวัตถุที่รวบรวมมาจัดแสดงไว้ในห้องต่างๆ มีพระพุทธรูป เครื่องลายคราม ถ้วยชามเบญจรงค์ เครื่องทองเหลือง เป็นต้น

หลังจากชมวัดภุรินทร์กุฎีทองแล้ว คุณณภฎลได้พาทีมงานลงเรือหางยาวไปยังที่ทำการ กลุ่มวิสาหกิจชุมชมขนมไทยโบราณ และจักสานก้านมะพร้าวบางช้าง ที่ตำบลบางช้าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อชม การทำขนมจ่ามงกุฎ

คุณอรพิน ประชานิยม ประธานกลุ่มฯ บอกว่า เมื่อเอ่ยชื่อ ขนมจ่ามงกุฎ คนส่วนใหญ่จะนึกถึงขนมสีเหลืองทอง มีแผ่นแป้งรอง ตกแต่งด้วยเมล็ดแตงโมกวาดน้ำตาล มียอดปิดทองลักษณะคล้ายมงกุฎ อันที่จริงขนมนั้นมีชื่อว่า ดาราทอง หรืออีกชื่อหนึ่งคือ ทองเอกกระจัง เป็นขนมที่มีผู้คิดทำขึ้นเพื่อประกวดในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี

ส่วนขนมจ่ามงกุฎแบบที่ทางกลุ่มผลิตนั้นเป็น ขนมจ่ามงกุฎแบบดั้งเดิม ที่มีชื่อปรากฏในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 ทำจากวัตถุดิบ 5 อย่าง ได้แก่ แป้งข้าวเหนียว กะทิ น้ำตาลทราย น้ำใบเตย เมล็ดแตงโมกะเทาะเปลือก


แป้งข้าวเหนียวที่ใช้ทำขนม ทางกลุ่มยังใช้วิธีการแบบโบราณ คือนำเมล็ดข้าวเหนียวดิบไปแช่น้ำ แล้วนำไปโม่ ขั้นตอนการทำขนมจ่ามงกุฎ ต้องนำกะทิมากวนกับน้ำตาลทราย แป้งข้าวหนียว และน้ำใบเตย ต้องกวนอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลากวนนานประมาณสองชั่วโมง เมื่อได้ที่แล้วจะมีความเหนียวคล้ายกะละแม ตักหยอดลงบนใบตองตานีที่เตรียมไว้ ใส่เมล็ดแตงโมที่กะเทาะเปลือกลงไป ห่อให้สวยงาม กลัดด้วยไม้กลัด แบบโบราณ

ห่อเสร็จแล้วยังมีขั้นตอนต่อไปอีก คือต้องนำขนมไปผึ่งแดด เพื่อให้เนื้อขนมในห่อนั้นแห้ง กรอบนอกนุ่มใน ไม่เหนียวติดใบตอง

แม้วัตถุดิบต่างๆจะหาไม่ยาก แต่กระบวนการทำต้องใช้เวลาและแรงงานค่อนข้างมาก จึงไม่ค่อยมีใครทำขาย ขนมจ่ามงกุฎของทางกลุ่มส่งไปจำหน่ายสามแห่งในจังหวัดสมุทรสงคราม ได้แก่ ตลาดน้ำท่าคา ร้านเจ๊หมวย ปากทางเข้าวัดจุฬามณี และที่ร้านค้าชุมชนโครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์

สำหรับผู้ที่สนใจอยากหัดทำขนมจ่ามงกุฎแบบดั้งเดิม โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ ส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์ขนมไทยโบราณ โดยจะเชิญคุณอรพินมาสอนให้ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเรื่องการเรียนทำขนมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-3475-2245

และสำหรับครั้งนี้ขอขอบคุณโครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปถ่ายทำรายการ

เรื่องราวดีๆ สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในจังหวัดสมุทรสงครามยังมีอีกมาก โอกาสหน้าจะได้นำมาเล่าสู่กันฟังอีก

.....สวัสดี

ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์

25 มิ.ย. 2559 11:22 ไทยรัฐ