วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"วัยใส" เนรมิตปฏิทินเก่าสอนฟุดฟิดฟอไฟ สื่อรักจากใจสู่ "น้องน้อย"

โดย นิสิตา

สื่อ ถือเป็น “ตัวช่วย” สำคัญ ที่ทำให้การเรียนการสอนเกิดประสิทธิภาพ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงเรียนที่ด้อยโอกาส สื่อย่อมมีความสำคัญมากกว่าปกติ เพราะลองคิดดูว่าหากต้องเผชิญกับสภาพขาดแคลนสื่ออีก จะยิ่งเป็นการซ้ำเติมความด้อยโอกาสนั้นให้ทวีคูณขึ้นหรือไม่???

ด้วยคำถามข้างต้นจึงเป็นที่มาของกิจกรรม PRAC & PLAY by Centre Point ที่ผู้ใหญ่ใจดี กลุ่มโรงแรมเซ็นเตอร์ พอยต์ จับมือกับคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จัดขึ้น โดยนำปฏิทินเก่ามาสร้างสรรค์เป็นสื่อการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ในรูปแบบภาพ 3 มิติ ที่มีความสวยงามน่าสนใจ ส่งมอบให้ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนที่ยังขาดแคลนสื่อการเรียนการสอน เพื่อให้เด็กๆใช้ฝึกฟุดฟิดฟอไฟ

เห็นน้องๆ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มรภ.สวนสุนันทา ขนปฏิทินเก่าที่หมดประโยชน์แล้ว มาร่วมกันออกแบบเป็นสื่อสอนตัวอักษรและคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ที่ดูแล้วกุ๊กกิ๊กน่ารักเหมาะกับน้องน้อย ก่อนช่วยกันแต่งแต้มระบายสีให้สดใสสวยงาม ด้วยหน้าตาที่เปี่ยมสุขแล้วไม่อยากขัดจังหวะ เลยหันมาเจาะที่มาของกิจกรรมดีๆนี้ก่อน

คุณสุวรรณา พุทธประสาท กรรมการบริหาร บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เล่าว่า “บริษัทมีนโยบายในการทำประโยชน์เพื่อสังคมและส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ จึงได้ดำเนินโครงการ CSR ภายใต้ชื่อ Always Care โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือการดูแลเรื่องคน และการดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม สำหรับปีนี้ ได้จัดกิจกรรม PRAC & PLAY by Centre Point ซึ่งดูแลทั้งคนและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน โดยในส่วนของคนเป็นการช่วย เหลือนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ที่ด้อยโอกาสและขาดแคลนสื่อการเรียนการสอน ขณะที่การดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นการนำปฏิทินเก่าที่ไม่ใช้แล้ว มาสร้างสรรค์ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งช่วยลดปริมาณขยะและลดโลกร้อน”รับทราบที่มากันแล้ว “นิสิตา” หันไปเห็นบรรดาวัยใสจิตอาสา วางมือจากงานมานั่งพัก เลยรีบคว้าตัวแทนมาเปิดใจ ทำให้รู้ว่าเป็นกลุ่มซีเนียร์คณะศิลปกรรมศาสตร์ เริ่มจาก พี่โฉม... ศิริโฉม แซ่ภู่ เปิดประเด็นว่า “สื่อที่พวกเราช่วยกันออกแบบในครั้งนี้ มีประมาณกว่า 200 ชิ้น ซึ่งทำเป็นแบบป๊อปอัพที่เป็นรูปภาพ 3 มิติ มีความยากตรงการประกอบตัวการ์ตูนป๊อปอัพและการจัดวางให้ได้องค์ประกอบที่สมบูรณ์ แต่เรื่องการวาดถือว่าเป็นงานถนัดอยู่แล้ว การวาดคาแรกเตอร์ต่างๆ ก็ใช้ลายเส้นง่ายๆ เห็นแล้วน้องๆจะเข้าใจทันทีว่าคือรูปอะไร ส่วนสี จะเน้นสีสันสดใสเพื่อดึงดูดให้น้องๆ เกิดความสนใจและรู้สึกสนุกไปกับการเรียน หวังว่าสื่อที่พวกเราช่วยกันทำจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนภาษาอังกฤษให้กับน้องๆ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนได้บ้าง แค่นี้พวกเราก็ดีใจแล้ว”

พี่ป่าน...สุวรรธน์ เกษเกษม รับช่วงสานต่อชนิดไม่ให้ขาดตอนว่า “ปลื้มมากที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบสื่อการเรียนสอนให้กับน้องๆที่ด้อยโอกาส และที่สุดของความภาคภูมิใจคือผมสามารถนำความรู้ที่เรียนมาตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 มาสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ที่เป็นประโยชน์กับน้องๆได้ ที่สำคัญคือเป็นการนำปฏิทินเก่าที่หมดประโยชน์แล้วมารีไซเคิลให้เป็นสื่อการเรียนการสอน ที่จะช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้กับน้องๆ ซึ่งนอกจากผมจะได้ประสบการณ์จากการทำงานแบบมืออาชีพแล้ว ผมว่าผมยังได้บุญในการส่งต่อความรู้ให้น้องๆอีกด้วย”

ตามติดมาด้วย พัณณ์ชิตา ภัทรชัยวรพัฒน์ หรือ พี่ดี๊ เล่าว่า “รู้สึกดีใจที่ได้มีส่วนร่วมในการทำงานเพื่อสังคม และยังได้นำความรู้ที่เรียนมาประยุกต์ใช้กับการทำงานจริง ตั้งแต่การรับโจทย์จากอาจารย์ การนำโจทย์ที่ได้ไปคิดและออกแบบจนออกมาเป็นรูปร่าง ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนๆ อยากให้มีโครงการนี้ต่อไป เพราะนอกจากจะเป็นการ ช่วยเหลือน้องๆที่ขาดโอกาสแล้ว ยังทำให้เยาวชนคนรุ่นใหม่รู้จักการแบ่งปันและทำอะไรเพื่อคนอื่น แทนที่จะใช้เวลาหมดไปกับเทคโนโลยีและกิจกรรมที่ไม่มีประโยชน์”

ปิดท้ายด้วยเกสต์ของโครงการ เจ้าของตำแหน่ง มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ 2015 ที่มาตอกย้ำการเป็นนางงามรักเด็ก แนท...อนิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ นักศึกษาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ บอกว่า “แนทมีโอกาสไปทำกิจกรรมค่ายอาสาหลายครั้ง ซึ่งกิจกรรมส่วนใหญ่ต้องใช้ทุนทรัพย์ บางครั้งต้องทำเสื้อขายเพื่อหาทุนซื้อสิ่งของไปบริจาค แต่กิจกรรมนี้ทำให้รู้ว่าความจริงแล้วหากเราจะช่วยเหลือน้องๆ ที่ขาดโอกาสไม่จำเป็นต้องมีกำลังทรัพย์มากมาย แค่มีหนึ่งสมองกับสองมือก็เพียงพอแล้ว เราสามารถมองหาของเหลือใช้รอบตัวแล้วนำมาทำให้เกิดคุณค่า ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะช่วยน้องๆ ได้ รู้สึกมีความสุขที่ได้มีส่วน ร่วมในการระบายสีสื่อการเรียนการสอน ซึ่งถือว่าเป็นของที่มีคุณค่าทางจิตใจมาก เพราะเกิดจากการร่วมมือร่วมใจของหลายๆคน อยากให้น้องๆ ที่ได้รับสื่อการเรียนการสอนนี้ไป ตั้งใจศึกษาหาความรู้จากสื่อการเรียนการสอนเหล่านี้อย่างเต็มที่ และรักษาเอาไว้ให้ดีเพื่อส่งต่อสิ่งดีๆนี้จากรุ่นสู่รุ่นต่อไปเรื่อยๆ”

หลังช่วยกันเนรมิตปฏิทินเก่าให้กลายเป็นสื่อที่สวยงามทรงคุณค่า ก็ถึงเวลาส่งมอบให้กับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่ง พ.ต.อ.นพคุณ บำรุงพงศ์ ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ 7 กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เป็นตัวแทนเดินทางมารับมอบด้วยตัวเอง พร้อมเอ่ยปากขอบคุณบรรดาเยาวชนจิตอาสา ก่อนทิ้งท้ายว่า “ที่ผ่านมานักเรียนของเราได้รับโอกาสทางการศึกษาจนได้เป็นแพทย์และจบปริญญาเอกหลายคน สื่อการเรียนการสอนที่มอบให้ในวันนี้อาจเป็นสื่อที่ช่วยสร้างเด็กให้เติบโตเป็นหมอหรือเป็นด็อกเตอร์ที่มีคุณภาพในอนาคต”

แม้จะเป็นเพียงจุดเล็กๆ ที่ได้ช่วยกันทำความดีตอบแทนสังคม แต่ก็ทำเอาพี่ๆจิตอาสาสุดแสนจะแฮปปี้

ได้ความสุขทั้งผู้รับและผู้ให้ “อิ่มใจ” และ “อิ่มบุญ” ไปตามๆกัน !!!

นิสิตา

25 มิ.ย. 2559 09:58 25 มิ.ย. 2559 09:58 ไทยรัฐ