วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โอละพ่อ ‘พ.ต.อ.สมจิต’ ปลอมตัวปิ้งปลาหมึก! จบป.4-แค่หวังเพิ่มยอดขาย


เฉลยแล้ว ‘ลุงสมจิต’ ที่อ้างเป็น พ.ต.อ.สังกัดกองปราบฯ ปลอมตัวมาขายปลาหมึกที่พิษณุโลกเพื่อ สืบข่าวตามจับคนร้าย ความจริงจบป.4 แต่พอมีนักข่าวมาสัมภาษณ์ไปออกข่าวแล้วปลาหมึกปิ้งขายดี จึงเลยตามเลย ขอโทษตำรวจ รับปากจะไม่ทำอีก...  

จากกรณีที่ลุงขายปลาหมึกแห้งบดให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าเป็นอดีตตำรวจกองปราบปรามที่เข้ามาฝังตัวในเมืองสองแควเพื่อหาข่าวบ่อนการพนันและยาเสพติดยาวนานตั้งแต่ครองยศ ร.ต.อ.เมื่ออายุได้ 35 ปี จนเป็น พ.ต.อ. ก่อนอำลาชีวิตตำรวจสายลับ แต่ยังฝังใจอาชีพขายปลาหมึกบดเพราะทำให้มีรายได้ถึง 4 หมื่นบาทต่อเดือน('ลุงสมจิตร' อดีตตร.หลงอาชีพ ขายหมึกบดย่าง ชาวพิษณุโลกติดใจแห่ซื้อตรึม)

ต่อมา พล.ต.ต.อดิศักดิ์ น้อยประเสริฐ ผบก.ภ.จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.นนทวร สีอินทร์ รอง ผกก.(ป) สภ.เมืองพิษณุโลก ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีชายที่ขายปลาหมึกแห้งบดโดยใช้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างเป็นร้านค้า บริเวณหอนาฬิกา ย่านใจกลางเมืองพิษณุโลก อ้างตนว่าคือ พ.ต.อ.สมจิต อายุ 69 ปี เคยอยู่สังกัดกองปราบฯ ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวสารทางสื่อต่าง ๆ ไปแล้วนั้น

พบว่าชายคนดังกล่าวมีชื่อนามสกุลจริงคือ นายสมจิต แจ่มสว่าง อายุ 63 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 13/65 ซอยพรรณเพียร หมู่ 2 ต.วัดจันทร์ อ.เมืองพิษณุโลก บ้านเดิมเป็นคนพิจิตรจริง มีบุตรชายคนโตทำงานอยู่องค์การโทรศัพท์ และบุตรสาวขายปลาหมึกแห้งบดอยู่ปากซอยถนนบรมไตรโลกนารถ 29 และยอมรับสารภาพว่าไม่ได้เป็นตำรวจแต่อย่างใด

ผบก.ภ.จ.พิษณุโลก เปิดเผยต่อว่า หลังจากมีการพูดคุยแล้วนายสมจิตเล่าว่า เรื่องนี้เริ่มจากมีนักข่าวท้องถิ่นรายหนึ่งไปทำข่าวและขอสัมภาษณ์ ด้วยความที่เคยมีลูกพี่ลูกน้องเป็นตำรวจยศ ร.ต.อ. และเป็นทหารด้วยอีกคน ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ทำให้นายสมจิตใฝ่ฝันอยากที่จะเป็นตำรวจ เลยให้สัมภาษณ์ว่าเป็นตำรวจกองปราบฯปลอมตัวมาขายปลาหมึกแห้งบดเพื่อหาข่าว และได้ความดีความชอบได้เลื่อนยศเป็น พ.ต.อ. โดยไม่ได้คิดว่าจะมีผลเสียต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นแค่พร่ำเพ้อไปตามความฝันของตนเท่านั้น และขณะที่ พ.ต.ท.นนทวร เข้าไปตรวจสอบที่บ้านพักพบว่ามีรองเท้าคอมแบตและรองเท้าคัตชูสีดำอยู่ในบ้าน เนื่องจากนายสมจิตจะสวมใส่เวลาออกไปขายปลาหมึกแห้งบด

"นายสมจิตนั้นเรียนจบแค่ชั้น ป.4 เท่านั้น มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่ จ.พิจิตร ต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่ จ.พิษณุโลก และประกอบอาชีพขายปลาหมึกแห้งบดมาโดยตลอด ซึ่งพอนักข่าวนำคำให้สัมภาษณ์ไปลงในยูทูบ ส่งผลให้ยอดขายปลาหมึกแห้งบดดีขึ้น จากเดิมขายได้วันละประมาณ 1,000 บาท ก็เพิ่มขึ้นเป็น 3,000 บาททันที จากนั้นเมื่อนักข่าวหลายสำนักเริ่มเข้ามาทำข่าว จึงให้สัมภาษณ์เหมือนเดิมตามที่เคยให้สัมภาษณ์กับนักข่าวคนแรก โดยหวังว่าจะทำให้ยอดขายปลาหมึกเพิ่มขึ้นไปอีก ไม่คิดว่าจะส่งผลเสียต่อกองปราบปรามแต่อย่างใด"

พล.ต.ต.อดิศักดิ์ ผบก.ภ.จ.พิษณุโลก กล่าวด้วยว่า เมื่อนายสมจิตให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามกฎหมายตามมาตรา 367 ที่ให้ข้อมูลกับเจ้าพนักงานตำรวจโดยมิได้ปิดบังซ่อนเร้นหรือบิดเบือน ก็คงจะเอาผิดอะไรไม่ได้ จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนว่า การกระทำเช่นนี้จะทำให้เกิดความเสียหาย ทำให้ประชาชนที่เสพข่าวเกิดความสับสนได้ ก็ขอให้หยุดการกระทำดังกล่าวตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ซึ่งนายสมจิตรับปากกับตำรวจว่าจะปฏิบัติตาม โดยจะไม่ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวหรือพูดกับบุคคลอื่นว่าเป็นตำรวจอีกต่อไปแล้ว พร้อมขอโทษประชาชนทุกคนที่ทำให้หลงเชื่อและขอโทษสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย.

เฉลยแล้ว ‘ลุงสมจิต’ ที่อ้างเป็น พ.ต.อ.สังกัดกองปราบฯปลอมตัวมาขายปลาหมึกที่พิษณุโลกเพื่อสืบข่าวตามจับคนร้าย ความจริงจบป.4 แต่พอมีนักข่าวมาสัมภาษณ์ไปออกข่าวแล้วปลาหมึกปิ้งขายดี จึงเลยตามเลย ขอโทษตำรวจ รับปากจะไม่ทำอีก... 24 มิ.ย. 2559 18:20 ไทยรัฐ