วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กรมเจรจาการค้า ยัน อังกฤษออกจากอียู ไม่กระทบเอฟทีเอ

กรมเจรจาการค้า ยัน อังกฤษออกจากอียู ไม่กระทบเอฟทีเอ

  • Share:

กรมเจรจาการค้า ยันอังกฤษออกจากอียู ไม่กระทบกรอบเจรจาการค้า ระบุ ไม่เลียนแบบถอนตัวออกจากสมาชิกแน่ ด้าน หอการค้าไทย เผย อังกฤษทิ้งอียู กระทบตลาดเงินระยะสั้น แต่อาจทำให้การส่งออกไทยดีขึ้น หลังค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็ง ค่าเงินบาทอ่อน ...

วันที่ 24 มิ.ย.59 นางสาวศิรินารถ ใจมั่น อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรณีที่อังกฤษลงประชามติถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) นั้น อังกฤษต้องดำเนินการภายในอีกอย่างน้อย 2 ปี จึงจะออกจากอียูได้จริง แต่ไม่น่ามีผลกระทบต่อการเจรจาการค้า หรือการเจรจาจัดทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ของไทยกับอังกฤษ หรือกับอียู โดยในส่วนของ เอฟทีเอไทย-อียู ขณะนี้ สองฝ่ายได้เจรจากันในส่วนของเจ้าหน้าที่เท่านั้น เพราะคณะกรรมาธิการยุโรป ยังไม่เจรจากับไทยจนกว่าไทยจะมีรัฐธรรมนูญใหม่ ส่วนเอฟทีเออาเซียน-อียู ยังไม่เริ่มการเจรจา หลังจากหยุดการเจรจามาหลายปี 

ส่วนในกรอบของความร่วมมือเอเชีย-ยุโรป (อาเซม) ไม่น่าจะได้รับผลกระทบเช่นกัน เพราะส่วนใหญ่เป็นความร่วมมือด้านการเมือง และการต่างประเทศ ในส่วนด้านเศรษฐกิจ ไม่มีความร่วมมือมาหลายปีแล้ว สำหรับกรอบขององค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) อยู่ที่ว่า เมื่ออังกฤษออกไปแล้ว จะปรับระบบภาษีศุลกากรอย่างไร หากปรับขึ้นภาษีมากกว่าภาษีของอียู และสินค้าไทยที่ส่งออกไปอังกฤษได้รับผลกระทบ อังกฤษจะต้องเจรจาชดเชยความเสียหายให้กับไทย แต่ถ้าอังกฤษปรับลดภาษีศุลกากรลง จะไม่ส่งผลกระทบใดกับไทยแน่นอน

อย่างไรก็ตาม เมื่ออังกฤษออกจากอียูแล้ว เริ่มมีการมองกันว่า อนาคตของอาเซียนจะเป็นอย่างไร สมาชิกอาเซียน อาจถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกหรือไม่นั้น นางสาวศิรินารถ กล่าวด้วยว่า คาดว่า อาเซียนคงไม่ถึงขนาดนั้น เพราะอาเซียนแต่ละประเทศยังมีความเป็นเอกเทศในการบริหารประเทศ มีกฎหมายของตนเอง ไม่ได้ใช้เงินสกุลเดียวกัน ที่สำคัญ ประเทศสมาชิกเก่า (ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และบรูไน) ไม่ได้ใช้งบประมาณของตนเองช่วยเหลือสมาชิกใหม่ (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ที่พัฒนาน้อยกว่าเหมือนกรณีของอียู

ด้าน นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กรณีที่อังกฤษลงประชามติถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) นั้น ในระยะสั้นและระยะกลาง จะไม่เป็นผลดีต่อการค้าขายระหว่างประเทศ เพราะจะมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นจากความกังวลต่างๆ โดยเฉพาะจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ที่จะเป็นปัจจัยหลักต่อการทำธุรกิจ หากเป็นผู้ซื้อรายใหม่ที่ต้องการจะสั่งซื้อสินค้าก็จะรอดู ไม่ตัดสินใจซื้อสินค้าในช่วงนี้ แต่ในหากมองแง่บวก ค่าเงินปอนด์ที่อ่อนค่าลงไปแล้ว 9-10% ส่งผลทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้นมา และทำให้ค่าเงินบาทที่ผูกติดกับเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงไปด้วย ก็จะทำให้การส่งออกอาจจะดีขึ้น เพราะเอาเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ไปแลกเป็นเงินบาทได้มากขึ้น

ส่วนผลกระทบระยะยาว ขณะนี้ทุกคนกำลังรอดูว่าอังกฤษ จะมียุทธศาสตร์ อย่างไรในการปรับตัว เพื่อยังคงการเป็นศูนย์กลางการเงินเช่นเดิม และอียูจะมีมาตรการอย่างไร คงต้องจับตาเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้