วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แจกเอกสารกกต. ยัดไส้โหวตโน

กลุ่มปชต.แสบ ตบตาตร.ทหาร จับได้ตอนหลัง เทือกโหวตรับ!

“จตุพร” นำทีม นปช.บุกร้อง กสม. สอบ คสช.ขัดขวางตั้งศูนย์ปราบโกงฯ กร้าวเป็นการใช้อำนาจที่กระจอก ไร้เกียรติผู้นำทหาร ขู่ฟ้องดะ “บุญยอด-ภาคีเครือข่ายฯ” หมิ่นประมาท คสช.ย้ำ 19 แกนนำ นปช.มีพฤติกรรมเข้าข่ายฝ่าฝืนคำสั่ง ขู่ซ้ำเดินสายร้องเรียนระวังถูกมองกระทำเชิงสัญลักษณ์ “วิษณุ” เย้ยพวกรักสนุกที่จะเสี่ยงต้องรอรับผล เตือนอย่าเสี่ยงจะดีที่สุด กรธ.ชี้ตั้งกล้องแอบถ่ายถือว่ามีเจตนาแอบแฝง พล.ร.4-ครู ค. ขยับเดินรณรงค์ใช้สิทธิ์ที่พิษณุโลก พท.จี้ถามแนวทางหลังประชามติ “สุเทพ” เดินหน้าเต็มสูบปลุกแฟนคลับหนุนร่าง รธน. “ประยุทธ์” นำทีมแจงงบฯ 60 ฉลุย 189 ต่อ 0

จากกรณีที่นายทหารพระธรรมนูญเข้าแจ้ง ความต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ให้ดำเนินคดีแกนนำกลุ่ม นปช. รวม 19 คน ข้อหาฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 7/2557 กรณีชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน พร้อมออกหมายเรียกเข้ารับทราบข้อกล่าวหานั้น

“จตุพร” นำทีม นปช.บุกร้อง กสม.

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 มิ.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำโดย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พร้อมคณะ เดินทางมายื่นหนังสือต่อนางอังคณา นีละไพจิตร กสม. ขอให้ตรวจสอบกรณีรัฐบาลขัดขวางการจัดตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ โดยนายจตุพรกล่าวว่า ก่อนที่ นปช.จะเปิดศูนย์ปราบโกงฯวันที่ 5 มิ.ย. ไม่มีฝ่ายไหนขัดขวางแม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือ กกต. แต่มามีปัญหา 2 วัน ก่อนจะเปิดศูนย์ปราบโกงฯทั่วประเทศวันที่ 19 มิ.ย. โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ระบุว่าทำไม่ได้ และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาปิดล้อมไม่ให้เปิดศูนย์ดังกล่าว จนเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. มีหมายเรียกแกนนำ นปช. 19 คน โดยไม่ระบุข้อหาว่าทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ แต่กลับระบุว่าผิดประกาศ คสช.ที่ 3/2558 กรณีชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน

“ณัฐวุฒิ” ซัดลิดรอนสิทธิขั้นวิกฤติแล้ว

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า สิทธิมนุษยชนของคนไทยในขั้นตอนลงประชามติอยู่ในขั้นวิกฤติ การแสดงความเห็นของประชาชนถูกควบคุม ลิดรอน จำกัดสิทธิ ทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยถูกยัดเยียดข้อกล่าวหาเป็นจำเลย เป็นผู้ต้องขัง ซึ่งวิกฤติอย่างนี้ กสม.มีบทบาทอย่างไรบ้างในการทำหน้าที่ท่ามกลางรัฐบาลที่มาจากรัฐ-ประหาร ดังนั้นค่อนข้างแน่ใจว่าใกล้วันลงประชามติจะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างอยุติธรรมกับคนที่เห็นต่างมากขึ้น

นางธิดา ถาวรเศรษฐ กล่าวว่า ตั้งข้อสังเกตว่าการที่นายกรัฐมนตรีโทรศัพท์คุยกับนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ ยิ่งกว่าไปฟ้อง หรือนินทาพรรคการเมือง ไม่ควรเอาเรื่องในประเทศไปฟ้องใคร ที่ผ่านมาเราร้องเรียนหน่วยงานต่างๆแค่เรื่องสิทธิมนุษยชน และความจริงที่เกิดขึ้นในประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่กลุ่ม นปช.จะมาถึง กสม. กองบัญชาการตำรวจนครบาล 2 (บก.น.2) ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ จำนวน 1 หมวด หรือ 48 นาย มาดูแลความเรียบร้อยบริเวณด้านหน้าอาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯอาคารบี เนื่องจากได้รับรายงานว่า นปช.จะมาจำนวนมากเกรงว่าจะเกิดปัญหามือที่สาม

กร้าวใช้อำนาจที่กระจอกดำเนินคดี

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ยังกล่าวผ่านรายการมองไกลผ่านยูทูบ ว่า การที่ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ แจ้งความกองบังคับการปราบปราม ให้ดำเนินคดีแกนนำ นปช. 19 คน ข้อหาชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนนั้น เป็นการใช้อำนาจที่กระจอก ลืมคำพูด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่ยืนยันมาตลอดว่าตั้งศูนย์ปราบโกงได้ แต่มาเปลี่ยนคำพูดตัวเองภายหลัง เมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สั่งห้ามเด็ดขาด สงสัยว่า พ.อ.บุรินทร์ไปแจ้งเอง หรือ พล.อ.ประวิตรให้ไปแจ้งความกันแน่ แต่การเล่นงานคนอื่นแบบนี้ไม่มีเกียรติผู้นำทหารเลย ส่วนที่นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้ศาลถอนประกันตัวพวกตนในคดีก่อการร้ายนั้น การตั้งศูนย์ปราบโกงไม่ใช่การชุมนุมทางการเมือง ตนจะให้ทนายยื่นฟ้องหมิ่นประมาท รวมทั้งภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันแห่งชาติ ที่ฟ้อง กกต.ให้จัดการพวกตนด้วย ต่อไปนี้คงไม่มีการไว้หน้ากันอีกแล้ว

คสช.ย้ำ 19 นปช.มีพฤติกรรมเข้าข่าย

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีเจ้าพนักงานสอบสวนกองบังคับการกองปราบปราม ออกหมายเรียกแกนนำกลุ่ม นปช. 19 คน ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.กรณีเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ ว่า เจ้าหน้าที่อาจมีองค์ประกอบครบถ้วนทางพฤติกรรมของแกนนำ นปช.ทั้ง 19 คน ที่รวมกลุ่มตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามพฤติกรรมแกนนำมาตลอด มองว่าอาจเข้าข่ายดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ถ้าจะทำหน้าที่เพื่อเป็นหูเป็นตาให้ภาครัฐ สามารถทำได้ด้วยกลไกปกติเหมือนคนทั่วไป โดยเฉพาะถ้าพบเห็นความผิดปกติสามารถบอกกล่าวเจ้าหน้าที่ หรือร้องทุกข์กับเจ้าพนักงานได้อยู่แล้ว แต่ขณะนี้เพิ่งอยู่ในขั้นตอนการออกหมายเรียก จะมีรายละเอียดต่อไปอย่างไร คงต้องไปทีละขั้นทีละตอน

ขู่เดินสายร้องกระทำเชิงสัญลักษณ์

พ.อ.วิธัยกล่าวว่า รวมถึงการรวมตัวกันไปร้องเรียนในสถานที่ต่างๆ ต้องระมัดระวังไม่ให้สังคมมองว่าเป็นการรวมตัวกันทำกิจกรรมเช่นกัน เพราะเริ่มมีหลายฝ่ายมองว่าอาจเป็นไปในลักษณะเชิงสัญลักษณ์ เพื่อให้เป็นประเด็นทางการเมือง ส่วนการอ้างเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษย์ชนนั้น ไม่มีน้ำหนักที่จะทำให้สังคมคล้อยตามในช่วงนี้ โดยเฉพาะองค์กรต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทย ยังได้รับข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริงต่อเนื่องเป็นระยะ จากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เช่น กระทรวงการต่างประเทศ

เย้ยพวกสนุกที่จะเสี่ยงให้รอรับผล

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยคำร้องที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นให้พิจารณา พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 61 วรรคสอง ขัดต่อรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวหรือไม่ ในวันที่ 29 มิ.ย. ว่า หากดำเนินการได้เร็วประเด็นนี้จะได้จบไปไม่ว่าศาลจะตัดสินอย่างไร และการทำประชามติก็เดินต่อได้ไม่มีข้อขัดข้องอะไร ต่อให้มาตรา 61 วรรคสองทั้งวรรคเสียไป มาตรา 61 ก็ยังอยู่ เนื้อหาในวรรคหนึ่งถือว่าเพียงพอ วรรคสองเป็นเพียงการขยายความ ฉะนั้นอย่าทำอะไรที่เสี่ยงจะดีที่สุด และการกระทำเสี่ยงที่ผ่านมา มาจากกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ที่พร้อม สมัครใจ ยินดี และสนุกที่จะเสี่ยง เมื่อคิดเช่นนั้นต้องยอมรับผลที่จะตามมา ผิดหรือถูกไปว่ากัน สุดท้ายอาจถูกก็ได้ ยืนยันว่ารัฐบาลให้สิทธิเสรีภาพการแสดงความเห็น ยังไม่เห็นมีอะไรที่เป็นการห้าม พวกที่ทำโดยสุจริตไม่มีปัญหา อย่างคอลัมน์ที่เขียนกันอยู่ ถ้าไม่มีปัญหาเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร

กรธ.ย้ำเครือข่ายอย่าบิดเบือน-ชี้นำ

วันเดียวกันที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ร่วมกับ กทม. จัดสัมมนา การสร้างความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญและการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญและคำถามเพิ่มเติมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นวันที่ 2 มีตัวแทนผู้นำชุมชนในเขต กทม.เข้าร่วม 2,000 คน โดยนายธิติพันธ์ เชื้อบุญชัย กรธ. เน้นย้ำกับผู้นำชุมชน ว่า การอธิบายและการถ่ายทอดสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ต้องไม่กล่าวคำเท็จที่บิดเบือนไปจากร่างรัฐธรรมนูญ หรือใช้คำหยาบคาย สิ่งสำคัญต้องระมัดระวังอย่าไปชี้นำประชาชนให้รับหรือไม่รับ ถ้าทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้อง ก็ไม่มีสิ่งใดน่ากังวล

นายประพันธ์ นัยโกวิท กรธ. กล่าวว่า บ้านเมืองเราต้องมีขื่อแป หากไม่มีประเทศชาติก็วุ่นวาย รัฐ-ธรรมนูญคือขื่อแปของบ้านเมือง มีความสำคัญมากเพราะเป็นตัวกำหนดทิศทางต่างๆ ขอย้ำว่าร่างรัฐ-ธรรมนูญฉบับนี้ให้ความสำคัญ และคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพประชาชนเต็มที่ ไม่น้อยกว่าของเดิม

ตั้งกล้องแอบถ่ายถือว่าเจตนาไม่ดี

นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ โฆษก กรธ. กล่าวว่า ภาพรวมการชี้แจงทำความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญกับผู้นำชุมชน กทม. พบว่ามีความกระตือรือร้นและตั้งใจฟัง มีการสอบถามถึงระบบการเลือกตั้ง ส.ส. การได้มาซึ่ง ส.ว. การปฏิรูปประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจ จึงมั่นใจว่าจะสามารถนำไปถ่ายทอด และอธิบายให้ประชาชนในชุมชนเข้าใจได้มากขึ้น ส่วนการอบรมวิทยากรระดับหมู่บ้าน (ครู ค.) ภาพรวมยังไม่ได้รับรายงานปัญหาหรืออุปสรรค ส่วนกระแสข่าวมีการจับผิดโดยตั้งกล้องวีดิโอแอบถ่าย ในกรณีนี้ยังไม่เกิดขึ้นจริง เป็นเพียงข้อกังวลที่สอบถามว่าการตั้งกล้องวีดิโอสามารถทำได้หรือไม่ ทางเรามองว่าสามารถทำได้ แต่ควรต้องขออนุญาตอย่างเป็นทางการก่อน แต่หากนำไปดัดแปลงแต่งเติมให้เกิดความเสียหาย ถือว่าเข้าข่ายผิดกฎหมาย แต่ถ้ามีการแอบถ่ายจริง ถือว่ามีเจตนาแอบแฝง เป็นสิ่งที่ไม่ดี

ข้องใจไบรท์ทีวีคว้างบฯพีอาร์

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงาน กกต. ว่า กกต.ได้ประกาศผลผู้ชนะการประกวดราคาโดยวิธีพิเศษ โครงการผลิตสื่อและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติ แบ่งเป็น 2 โครงการ คือ โครงการจัดจ้างผลิตสื่อประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติ วงเงิน 5.9 ล้านบาท และโครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สื่อวงเงิน 24.7 ล้านบาท มี 6 บริษัทมีสิทธิ เสนอราคา ปรากฏว่าบริษัท ไบรท์ ทีวี จำกัด ชนะ การประกวดราคาทั้ง 2 โครงการ วงเงินงบประมาณ 28.5 ล้านบาท ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดการประกวดราคาครั้งนี้ถึงใช้การประกวดราคาโดยวิธีพิเศษ ทั้งที่มีวงเงินงบประมาณดำเนินการสูงเกือบ 30 ล้านบาท และเหตุใด กกต.ถึงเปลี่ยนไปจ้างบริษัท เอเยนซี่โฆษณาให้เข้ามารับประมูลงาน แทนที่จะเลือกซื้อสื่อโดยตรงจากหน่วยงานประชาสัมพันธ์ของ กกต.เองเหมือนอดีต

พท.แนะ “บิ๊กตู่” ฟังเสียงเลขาฯยูเอ็น

ขณะที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ให้โฆษกออกมายืนยันสนับสนุนให้ไทยกลับคืนสู่ประชาธิปไตย และอยากเห็นการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ เปิดกว้างให้คนใช้สิทธิแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี จึงอยากให้รัฐบาลและคสช. ตระหนักว่าสังคมโลกให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดเห็นส่วนบุคคลอย่างยิ่ง และคงอยากเห็นไทยมีประชา– ธิปไตยที่สมบูรณ์กลับคืนมา การที่เลขาธิการยูเอ็น ออกมาในครั้งนี้ แสดงว่าค่อนข้างมั่นใจแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเดินตามโรดแม็ปที่วางไว้แน่นอน จึงอยากฝาก พล.อ.ประยุทธ์ และ คสช.ให้คิดล่วงหน้าว่าหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการทำประชามติ เราทุกฝ่ายควรหันหน้ามาหาทางออกร่วมกันอย่างไร ประเทศชาติเสียหายมามากพอแล้ว

จี้ถามแนวทางหลังประชามติ

นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีต รมว.วิทยาศาสตร์ฯ โพสต์ลงเฟซบุ๊กว่า มีคำถามต่อ คสช.ว่า หากประชามติผ่านแล้วจะมีอะไร หากไม่ผ่านจะทำอย่างไร กลัวว่าเมื่อผ่านประชามติ คสช.อาจใช้มาตรา 44 ห้ามหาเสียง ห้ามปราศรัยในที่สาธารณะ ยกเว้นค่ายทหาร ห้ามด่ารัฐบาลท่าน ห้ามโฆษณานโยบายที่ท่านไม่ชอบ แต่ถ้าไม่ผ่านจะยิ่งยุ่งไปกว่าเดิม ท่านอาจอยู่เฉยๆ โดยแต่งเพลงใหม่ชื่อ “รอไปก่อน” หรือ ท่านอาจตั้งกรรมาธิการขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยรอเวลาอีกหนึ่งปี ประกอบเพลงรอแป๊บเดียว หรืออย่างมหาโหดก็ใช้มาตรา 44 ประกาศรัฐธรรมนูญตามความคิดท่าน ดังนั้น ขอให้ประกาศหน่อย มา จบกันแบบสวยๆ คืนประชาธิปไตยมา แล้วเรามาร่วมกันสร้างชาติบ้านเมืองดีกว่า อย่าเกลียดอย่าโกรธกัน มันไม่ได้มรรคผลอะไรสักนิด

“วัฒนา” เย้ยไม่รับ รธน.มีปัญหามั้ย

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ก เป็นภาพถ่ายนายวัฒนาใส่เสื้อยืดสีดำ ที่สกรีนข้อความว่า “ผมไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ” พร้อมทั้งเขียนข้อความประกอบว่า “กลัวว่าหลายคนจะไม่มั่นใจ ผมเลยยืนยันการไม่รับร่างรัฐธรรมนูญอีกครั้ง โดยไม่จำเป็นต้องให้เหตุผลอะไร มีปัญหาอะไรมั้ยครับ” นอกจากนี้ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กเช่นกันว่า “ผมไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ”

“สุเทพ” ใส่เกียร์เต็มสูบหนุน รธน.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) และแกนนำ กปปส. ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ตั้งแต่ 24 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป ผมจะพูดเรื่องรัฐธรรมนูญทุกวันตอนบ่ายสองโมง” พร้อมลงรูปภาพที่มีข้อความระบุว่า “ผมจะไปลงประชามติ รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้” โดยใต้รูประบุว่า จะถ่ายทอดสดผ่านแฟนเพจดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายสุเทพจะเริ่มโพสต์เฟซบุ๊กเพื่อชี้แจงเหตุผลและข้อดีต่างๆของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ผ่านเฟซบุ๊กถึงบรรดาแฟนคลับและผู้สนับสนุนโดยตรงจนถึงช่วงก่อนวันทำประชามติ

ปชป.ฉะฮิวแมนไรท์ฯอย่ามาจุ้น

ด้านนายประมวล เอมเปีย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีกลุ่มเฝ้าระวังสิทธิมนุษยชนประจำภูมิภาคเอเชีย (ฮิวแมน ไรท์ วอทซ์) ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยเปิดกว้างการแสดงความคิดเห็นในการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า ตั้งข้อสังเกตว่าองค์กรฮิวแมน ไรท์ วอทซ์ หรือองค์กรนานาชาติที่ออกแถลงการณ์ช่วงนี้ เป็นการเคลื่อนไหวในระนาบเดียวกับกลุ่มแกนนำ นปช. ที่พยายามดึงองค์กรต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของไทย ถามว่าองค์กรฮิวแมน ไรท์ วอทซ์ ไม่เคยรู้หรือ ว่าแกนนำ นปช.พวกนี้เกี่ยวโยงเหตุการณ์ในปี 2553 แต่ยังออกแถลงการณ์เสมือนรับลูกกลุ่ม นปช. และ แผนโลกล้อมประเทศของนายทักษิณ ชินวัตร แล้ว ช่วงนั้นองค์กรนี้ไปมุดอยู่ที่ไหน ขอให้เรื่องนี้เป็นการ แก้ไขปัญหาของคนไทย รัฐบาลไทยกันเองดีกว่า

สวนไม่คิดสอบเบื้องหลังบ้างหรือ

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยังไม่พบว่ารัฐบาลใช้คำข่มขู่บีบบังคับให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ส่วนการเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ เป็นเรื่องการเมืองที่อ้างประชามติบังหน้า คนไทยส่วนใหญ่รู้ทันคนหน้าเดิมเหล่านี้ มักจัดงานอีเวนต์การเมืองเสมอ นายแบรด อดัมส์ และฮิวแมน ไรท์ วอทซ์ไม่สนใจบ้างหรือ ไม่ลองตรวจสอบบ้างหรือว่าเอาเงินมาจัดได้อย่างไร

กลุ่มต้านทำแสบแอบแจกโหวตโน

ช่วงเย็นวันเดียวกัน กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ นำโดยนายรังสิมันต์ โรม พร้อมสมาชิกกลุ่มชาย-หญิง รวม 14 คน สวมเสื้อยืดโหวตโน รณรงค์แจกเอกสารการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ บริเวณท้ายตลาดเคหะบางพลี ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ โดยมี ร.อ.ทองจันทร์ ทาวันละ หน.ชป.พท.ทร.ที่ 2 พ.ต.ท.กานตภณ วรรณา รอง ผกก.สส.สภ.บางเสาธง นายณัฐกรณ์ หน่อนิล ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังเจ้าหน้าที่ราว 50 นาย เข้าพูดคุยกับนายรังสิมันต์ นาน 20 นาที พร้อมตรวจเอกสารที่นำมาแจก พบว่าเป็นเอกสารข้อมูลของ กกต. ที่เผยแพร่อยู่ในเว็บไซต์ จึงอนุญาตให้แจก โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่คอยดูแล ระหว่างนั้นนายรังสิมันต์กับพวกแอบแจกแผ่นพับโหวตโนที่ซุกซ่อนไว้ เจ้าหน้าที่ทหารจึงขอให้ยุติกิจกรรมดังกล่าว พร้อมนำตัวนายรังสิมันต์ และสมาชิก ขึ้นรถมาที่ สภ.บางเสาธง แต่ทั้งหมดยังไม่ยอมให้ปากคำ อ้างว่า รอทนายความก่อน

นายกฯแต่งกลอนอ้อนคนระยอง

อีกเรื่องที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เผยแพร่ข้อความซึ่งเป็นบทกลอนที่ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้เขียนบทกลอนถึงชาวระยองหลังจากลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความคืบหน้าการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่ 3 ของประเทศ เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ใจความระบุว่า “เป็นคนไทยใจระยองให้ผ่องแผ้ว จงคลาดแคล้วปลอดภัยทุกข์สุขเสมอ มากี่ครั้งกี่คราก็น่าเจอ รักเสมอคนระยองพี่น้องไทย” ลงชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

“วิษณุ” จ่อเรียกถกชดเชยจีที 200

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการติดตามเรียกเงินเยียวยากับบริษัทผู้ผลิตเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด จีที 200 หลังจากศาลอังกฤษมีคำสั่งยึดทรัพย์ไปก่อนหน้านี้ ว่า หลังจากนี้จะนำคำพิพากษาของศาลอังกฤษมาศึกษา รวมทั้งจะนัดหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งอัยการสูงสุด (อสส.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม หน่วยงานที่เคยจัดซื้อมาหารือร่วมกันเร็วๆนี้ ทั้งหมดที่ดำเนินการเรื่องการเรียกร้องค่าเสียหายไม่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบทุจริตจัดซื้อ เพราะเป็นเรื่องของ ป.ป.ช. และยังไม่ถึงขั้นที่จะให้เรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ ส่วนที่กระทรวงกลาโหมและศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) จะดำเนินการอย่างไรถือเป็นเรื่องของเขา แต่ตนทำเพื่อรายงานนายกฯและประสานข้อมูลร่วมกับทุกหน่วย

หาช่องร่วมวงขอเฉลี่ยเงินคืน

นายวิษณุกล่าวว่า สิ่งที่รับผิดชอบคือเราจะไปขอเฉลี่ยทรัพย์ตามคำสั่งศาลที่ยึดไว้ได้หรือไม่ ถ้าได้น้อยหรือไม่ได้เลย เราจะเรียกร้องได้อีกหรือไม่ โดยจะใช้คำพิพากษาดังกล่าวเป็นตัวตั้ง เพราะถ้าจะมีการฟ้องร้องใหม่คำพิพากษานี้จะเป็นหลักฐานหนึ่ง เบื้องต้นคงให้ อสส.เป็นผู้ดำเนินการ ต่อข้อถามว่า คดีลักษณะนี้มีอายุความหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า มีอยู่แต่ต้องไปศึกษารายละเอียดก่อน รวมถึงการตัดสินใจจะฟ้องศาลอังกฤษหรือศาลไทยนั้น คงต้องดูกันอีกครั้ง แต่ถ้าจะเฉลี่ยทรัพย์คงต้องไปที่ศาลอังกฤษ แต่มีตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ก็อาจจะฟ้องร้องได้ เมื่อถามอีกว่า เหตุที่ศาลอังกฤษมีคำพิพากษายึดทรัพย์ผู้ผลิตจีที 200 เนื่องจากประเทศที่ได้รับความเสียหายจากการซื้อมาใช้งานฟ้องร้องใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ใช่

สามเหล่าทัพฟ้อง 2 บริษัทตัวการ

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัด กระทรวงกลาโหม ที่ได้รับมอบจาก รมว.กลาโหม ให้ติดตามความคืบหน้าการฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ขายเครื่องตรวจจับสารวัตถุระเบิดจีที 200 ได้เชิญหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมที่จัดซื้อจีที 200 มาประชุม พบว่าหน่วยงานที่จัดซื้อทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกรมราชองครักษ์ ได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ กับบริษัท avia satcom ประเทศไทย และบริษัท global tecnical limited ในต่างประเทศ ซึ่งการฟ้องร้องบริษัทในต่างประเทศ จะมีแค่กองทัพอากาศเพียงหน่วยงานเดียว เพราะจัดหาตรงจากบริษัทดังกล่าว ขณะนี้ขั้นตอนทางคดีอยู่ระหว่างการดำเนินการของกรมสอบสวนสอนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อเสนอต่อพนักงานอัยการ ทุกคดีหน่วยงานที่เสียหายได้ทยอยร้องทุกข์กล่าวโทษตั้งแต่ปี 2555-2556 และพร้อมสนับสนุนข้อมูล เอกสาร หลักฐานแก่ดีเอสไอ และอัยการด้วย

ทนาย “ปู” แจงอุทธรณ์คำพิพากษา

นายนพดล หลาวทอง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการยื่นฟ้องคดีอาญาต่อนายจิรชัย มูลทองโร่ย ประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดในโครงการรับจำนำข้าวในข้อหาเป็นพนักงานผู้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ว่า นายจิรชัยมีความเห็นให้ น.ส. ยิ่งลักษณ์ รับผิดต่อความเสียหายที่เกิดจากโครงการรับจำนำข้าวเป็นเงิน 2.8 แสนล้านบาท จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า นายจิรชัยปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวโดยมิชอบขาดความเที่ยงธรรม ไม่เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ การกำหนดความเสียหายของคณะกรรมการฯชุดดังกล่าว ไม่ดำเนินการไต่สวนพยานบุคคล ไม่แสวงหาข้อเท็จจริง ไม่ตรวจสอบสินค้าคงเหลือให้ครบถ้วน ไม่สอบพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งไม่ได้นำราคาข้าวสารที่คงเหลือในสต๊อกมาคำนวณหักออกจากความเสียหายก่อนการปิดบัญชี ซึ่งในวันที่ 10 มิ.ย. ศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์ ดังนั้น โจทก์จึงจำเป็นต้องยื่นอุทธรณ์ โต้แย้งคำพิพากษาของศาลอาญาอีกครั้งในวันเดียวกันนี้

“จิรชัย” ไม่หวั่นพร้อมสู้ในศาล

นายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานสอบข้อเท็จจริง ความรับผิดทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าว กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ไม่เป็นไรถือเป็นสิทธิของเขา ตนคงเตรียมตัวเพื่อชี้แจง ส่วนจะเป็นเมื่อไหร่ขึ้นอยู่กับศาล ยืนยันว่าทำงานอย่างเต็มที่ตามขั้นตอน และคำสั่งที่ได้รับมอบหมายตามกฎหมาย ยอมรับกังวลบ้างแต่มองว่าอะไรที่ไม่เป็นปัญหาก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา ส่วนที่ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตั้งข้อสังเกตว่า ตนได้รับสิทธิพิเศษในการคัดสำเนาคำฟ้องของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ก่อนที่ศาลจะนัดตรวจรับคำฟ้องและนัดฟังคำสั่งในวันที่ 27 พ.ค.นั้น ยืนยันว่าไม่มีสิทธิพิเศษอะไรทั้งสิ้น ตนไม่เคยทราบมาก่อนว่าจะมีการยื่นฟ้องร้อง แต่เป็นทางฝ่ายทนายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะ

นัดปิดคดี “หมอเลี้ยบ” แก้สัมปทาน

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน พร้อมองค์คณะ รวม 9 คน ออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้ายในคดีหมายเลขดำ อม.66/2558 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ฟ้อง นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี หรือหมอเลี้ยบ อายุ 59 ปี อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) นายไกรสร พรสุธี อดีตปลัดกระทรวงไอซีที และนายไชยยันต์ พึ่งเกียรติไพโรจน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักกิจการอวกาศแห่งชาติ และอดีตปลัดกระทรวงไอซีที เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต กรณีที่มีการอนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทานโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ (ฉบับที่ 5) เพื่อลดสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ต้องถือในบริษัท ชิน แซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) โดยศาลได้นัดให้คู่ความทั้งสองฝ่ายส่งคำแถลงปิดคดีต่อศาลภายในวันที่ 18 ส.ค. และนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา วันที่ 25 ส.ค. เวลา 10.30 น.

“ประยุทธ์” นำทีมแจง พ.ร.บ.งบฯ 60

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 วาระแรก วงเงิน 2.73 ล้านล้านบาท ตามที่ ครม.เสนอมามีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีสมาชิก สนช.เข้าร่วมประชุมพร้อมหน้า โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. นำ ทีม ครม.ชี้แจงต่อที่ประชุม สนช.ด้วยตัวเอง โดย พล.อ. ประยุทธ์กล่าวว่า ก่อนมารายงานได้ไปสวดมนต์ไหว้พระที่ประเทศอินเดีย เพื่อให้การแถลงงบประมาณปี 60 ผ่านไปได้อย่างเรียบร้อย งบประมาณรายจ่ายปี 60 วงเงิน 2,733,000 ล้านบาท เพื่อให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ มีงบรายจ่ายเพียงพอในการขับเคลื่อนนโยบาย และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน

ฉายภาพ ศก.ขยายตัวต่อเนื่อง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า เศรษฐกิจไทยปี 2559 มีแนวโน้มขยายตัวร้อยละ 3-3.5 ปรับตัว ดีขึ้นจากการขยายตัวร้อยละ 2.8 ปี 2558 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัวในระดับสูง ส่วนอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2559 คาดว่าอยู่ที่ร้อยละ 0.1-0.6 ขณะที่เศรษฐกิจไทยปี 2560 คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.7-4.2 โดย ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้การส่งออกกลับมาขยายตัว ช่วยสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น เมื่อรวมกับความ คืบหน้าของการดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่จากภาครัฐ จะช่วยสนับสนุนการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวชัดเจน เช่นเดียวกับการผลิตภาคเกษตรมีแนวโน้มขยายตัวขึ้น ซึ่งจะสนับสนุนการขยายตัวการใช้จ่ายภาคครัวเรือนและการขยายตัวเศรษฐกิจในภาพรวม ส่วนเสถียรภาพเศรษฐกิจปี 2560 ยังมีแนวโน้มในเกณฑ์ดี คาดว่าเงินเฟ้ออยู่ที่ร้อยละ 1.7-2.2 อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างจะดีขึ้น หรือลดลง ขึ้นอยู่กับเสถียรภาพของรัฐบาล และความสงบเรียบร้อยของประเทศด้วย

เล็งโละ ขรก.ทุกหน่วยลดรายจ่าย

นายกฯกล่าวว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 แยกเป็นรายจ่ายประจำ 2.1 ล้านล้านบาท รายจ่ายเพื่อการลงทุน 548,391 ล้านบาท และรายจ่ายชำระคืนต้นเงินกู้ 81,186 ล้านบาท โดยในส่วนรายจ่ายประจำนั้น ในอนาคตต้องลดรายจ่ายนี้ให้มากที่สุด ทั้งลดข้าราชการ ปรับโครงสร้างหน่วย–งาน โดยให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักงานการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ไปพิจารณา ต้องปรับหมดทุกกระทรวง แต่จะไม่ทำให้เดือดร้อน ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณปี 60 มี 6 ยุทธศาสตร์และ 1 รายการค่าดำเนินการภาครัฐ คือ 1.ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ 157,155 ล้านบาท 2.ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ 323,656 ล้านบาท 3. ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน 231,894 ล้านบาท 4.ยุทธศาสตร์ด้านการแก้ไขปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ 241,149 ล้านบาท 5.ยุทธศาสตร์ด้านการจัดการน้ำและการ สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตร กับสิ่ง– แวดล้อมอย่างยั่งยืน 110,156 ล้านบาท 6.ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐและรายการค่าดำเนินการภาครัฐ 330,410 ล้านบาท 7.รายการค่าดำเนินการภาครัฐ 1,338,577 ล้านบาท

ถามพวกยื่นยูเอ็นเป็นคนไทยไหม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลนำการจัดอันดับจากเว็บไซต์วิกิพีเดียของนานาชาติ พบว่า มีคนอยากเกิดในประเทศไทยเป็นอันดับที่ 50 จาก 80 ประเทศ แต่วันนี้ไม่รู้ว่ายังอยากมาเกิดเป็นคนไทยหรือไม่ เพราะคนไทยไม่เหมือนชาติอื่นในโลก ทุกคนรักชาติ แต่หาจุดร่วมกันไม่ได้ ร่วมมือกันไม่ได้ มักนำเรื่องขัดแย้งมาพูดกัน ไม่รู้จักคิดว่าเรื่องใดเป็นปัญหาหลัก ปัญหารอง ดังนั้น ทุกคนต้องคิดใหม่ การจัดทำงบประมาณรัฐบาลมีข้อจำกัดมากขึ้น เพราะมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ แต่การขึ้นภาษีทำได้ยาก รัฐบาลพยายามทำทุกอย่าง วันนี้สังคมตื่นตัวเรื่องประชามติ ตนไม่ใช่ศัตรูใคร และ ประเทศไทยไม่เป็นภาระของโลกและยูเอ็น แต่มีบางคนไปสร้างภาระให้ยูเอ็น ตนไม่เข้าใจ ที่ไปร้องเรียนกันนั้นเป็นคนไทยหรือไม่ ต้องขอโทษที่พูดยืดยาว เพราะเป็นตัวตนของตน

ร่ายยาว 3 ชม.ไม่แตะน้ำสักอึก

“วันนี้ผมยอมทุกอย่าง เพราะมันคือชีวิตผม ชีวิตผมเสี่ยงทุกวันนี้ ถ้าทำไม่สำเร็จก็อยู่กันไม่ได้ ผมจะไม่ยอมให้แผ่นดินนี้มันต่ำไปกว่านี้อีกแล้ว จะเกิดอะไรก็เกิด ผมสู้ทุกอย่าง แต่ให้ถูกวิธีแล้วกัน ไม่ใช่ตะโกนบอก อยู่ต่อ อยู่ต่อ โดนทุกวัน มันต้อง เป็นไปตามกระบวนการ โรดแม็ปมันมีอยู่” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ใช้เวลาชี้แจงยาวเหยียดร่วม 3 ชั่วโมง โดยก่อนจะพูดถึงเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.ฯ นายกฯได้เกริ่นออกนอกประเด็นถึงผลงานและนโยบายต่างๆของรัฐบาล กินเวลานานถึง 1 ชั่วโมง ก่อนจะวกกลับมาพูดถึงเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.อีก 2 ชั่วโมง โดยไม่ได้ยกน้ำขึ้นดื่ม แม้แต่อึกเดียว

ผิดคิวกล่าวขอบคุณ สนช.ก่อน

จากนั้นได้เปิดให้สมาชิก สนช.ร่วมอภิปราย ทั้งหมดแสดงความเห็นสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ฯ ว่าเป็นการรักษาระเบียบวินัยการเงินการคลัง และดำเนินการ ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศเป็นหลัก อาทิ นายสมบูรณ์ งามลักษณ์ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ซึ่งบรรยากาศการอภิปรายเป็นไปอย่างราบรื่น

ต่อมาเวลา 17.35 น. พล.อ.ประยุทธ์ลุกขึ้นกล่าวว่า ขอบคุณสมาชิก สนช.ที่รับหลักการ ทำให้ มีเสียงท้วงติงจากผู้อยู่ในห้องประชุมว่า ยังไม่ได้รับ หลักการร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ จน พล.อ.ประยุทธ์มีท่าทีเขินบอกว่า ยังไม่ได้รับหลักการหรือ แต่ก็ฟังการ อภิปรายของสมาชิกตลอด การจัดทำงบประมาณปีนี้ แตกต่างจากปี 2557 และ 2558 โดยนำปัญหา ทุกมิติและปัญหาในอนาคตมาพิจารณา เพื่อจัดลำดับ ความเร่งด่วนให้สอดคล้องกับแผนพัฒนายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และยังให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนโครงสร้างราชการ ขอให้ร่วมกันแก้ปัญหา นำไปสู่ การปฏิบัติได้จริง ให้ประเทศเดินไปข้างหน้า อยากให้สร้างประเทศไทยเข้มแข็งทั้งอำเภอ จังหวัดภูมิภาคให้แข็งแรงไปด้วยกันทั้งเกษตรกรรม อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว

เทแต้มฉลุย 189 ต่อ 0 ไร้เสียงค้าน

จากนั้นที่ประชุม สนช.ลงมติเห็นชอบรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 ด้วยคะแนน 189 ต่อ 0 เสียง งดออกเสียง 3 และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฯ 50 คน โดยใช้เวลาการพิจารณาทั้งสิ้น 8 ชั่วโมง

"จตุพร" นำทีม นปช.บุกร้อง กสม. สอบ คสช.ขัดขวางตั้งศูนย์ปราบโกงฯ กร้าวเป็นการใช้อำนาจที่กระจอก ไร้เกียรติผู้นำทหาร ขู่ฟ้องดะ "บุญยอด-ภาคีเครือข่ายฯ" หมิ่นประมาท คสช.ย้ำ 19 แกนนำ นปช.มีพฤติกรรมเข้าข่ายฝ่าฝืนคำสั่ง 24 มิ.ย. 2559 07:07 24 มิ.ย. 2559 07:46 ไทยรัฐ