วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุ้นระทึก! ประชามติชี้ชะตา จะเกิดอะไรขึ้นหากยูเคออกจากอียู

ชาวสหราชอาณาจักรเริ่มการลงคะแนนเสียงประชามติเพื่อตัดสินว่าอนาคตของประเทศว่า ควรอยู่หรือแยกจากสหภาพยุโรปแล้ว ในเวลา 07:00 น. วันที่ 23 มิ.ย. หรือเวลา 13:00 น. วันเดียวกันตามเวลาไทย และจะสิ้นสุดลงในเวลา 22:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นหรือ 04:00 น. วันศุกร์ที่ 24 มิ.ย. ตามเวลาไทย

การลงประชามติครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงเตือนจากนานาประเทศว่า การออกจากอียูอาจทำให้เกิดผลกระทบร้ายแรงตามมา ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นพบว่า ฝ่ายหนุนให้อยู่ต่อ กับฝ่ายหนุนให้ออก มีจำนวนใกล้เคียงสูงสีกันอย่างมาก จึงไม่อาจคาดเดาได้ว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะออกมาเช่นไร จนกว่าการนับคะแนนจะเสร็จสิ้นลงในวันศุกร์

แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น มาดูกันก่อนว่ามีอะไรที่อาจเกิดขึ้นบ้าง หากประชาชนโหวตเลือกให้สหราชอาณาจักร ออกจากสหภาพยุโรป

สิ่งที่อาจเกิดขึ้นหากฝ่ายโหวต 'ออก' ชนะ

หากฝ่ายโหวตออก ได้เสียงข้างมาก นี่จะถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีประเทศถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ทำให้ไม่มีใครรู้กระบวนการที่แน่ชัด แต่เป็นที่คาดกันว่า นายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน แห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งสนับสนุนให้ยูเคอยู่ร่วมกับอียูต่อ จะใช้ มาตรา 50 ของสนธิสัญญาณลิสบอน ซึ่งเป็นกลไลสำหรับประเทศใดๆ ที่ต้องการออกจากอียู

มาตรา 50 จะกำหนดวิธีการเจรจากรอบเวลาที่สหราชอาณาจักรจะออกจากสหภาพยุโรป โดยบริเตนจะไม่เจรจาโดยตรงกับประเทศสมาชิกอียู แต่สมาชิกอียูจะหารือกันเองในที่ประชุมคณะกรรมการยุโรป (อีซี) และกำหนดกรอบเวลาออกมา จากนั้นฝ่ายยูเคจึงจะเข้าไปเจรจาเกี่ยวกับรายละเอียดทางเทคนิกับคณะกรรมการยุโรป โดยที่ข้อตกลงดังกล่าวจะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภายุโรป (อีพี) ด้วย

มาตรา 50 ยังระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ข้อตกลงในการออกจากสหภาพยุโรปต้องเกิดขึ้นภายในระยะเวลา 2 ปี และในระหว่างนั้นประเทศที่ต้องการจะออกจากการเป็นสมาชิกจะต้องบริหารประเทศภายใต้กฎหมาย และสนธิสัญญาต่างของอียูต่อไปก่อน แต่เส้นตายดังกล่าวสามารถถูกเลื่อนออกไปได้ หากสมาชิกอียูทั้งหมดเห็นชอบ และเมื่อเข้าสู่กระบวนการถอนตัวของมาตรา 50 จะไม่อาจหันหลังกลับได้อีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม ผลการลงประชามติไม่มีข้อผูกมัดในตัวเอง และข้อตกลงใดก็ตามต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาสหราชอาณาจักร ซึ่งหมายความว่า ส.ส.ฝ่ายสนับสนุนให้อยู่ต่อ ซึ่งครองเสียงข้างมาก อาจพยายามขัดขวางกระบวนการนี้ ซึ่งอาจนำไปสู่การเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งใหม่ และนายกรัฐมนตรีคาเมรอน อาจต้องลาออก

แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่นายคาเมรอนจะไม่ใช้มาตรา 50 ทว่าหันไปใช้กฎหมายประชาคมยุโรปปี 1972 แทน เพื่อถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่การทำเช่นนี้จะสร้างความไม่พอใจให้แก่ชาติสมาชิกสหภาพยุโรปยิ่งขึ้นไปอีก และอาจส่งผลให้ยูเคถูกบีบให้ทำข้อตกลงเพื่อออกจากอียู และแก้กฎหมายโดยไม่มีช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน ซึ่งจะส่งผลร้ายมากกว่าดี

ผลกระทบต่อสหราชอาณาจักร

ฝ่ายสนับสนุนให้สหราชอาณาจักรเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปต่อไป เตือนว่าการออกจากอียูจะทำให้ประเทศอยู่ในภาวะไม่แน่นอนนานนับทศวรรษ เพราะพวกเขาจะต้องทำข้อตกลงทางการค้ารอบใหม่กับอียู และอีก 52 ประเทศที่ทำข้อตกลงกับอียู ซึ่งที่ผ่านมาเคยครอบคลุมถึงยูเคด้วย และพวกเจาต้องแก้กฎหมายซึ่งเคยอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายสหภาพยุโรปทั้งหมด ซึ่งกระบวนการเหล่านี้อาจต้องกินระยะเวลาล่วงเลยไปจนถึงปี 2021

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า การออกจากสหภาพยุโรปอาจทำให้การเติบโตของราคาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศชะลอตัวหรือลดลง อันเป็นผลจากการลดลงของคนต่างด้าว เช่นจากประเทศสมาชิกอียู ที่จะเดินทางเข้ามาในยูเค ซึ่งถือเป็นข่าวร้ายสำหรับนักลงทุน แต่กลับเป็นข่าวดีสำหรับผู้ซื้อที่จะได้ซื้อบ้านในราคาถูกลง โดยเฉพาะในกรุงลอนดอนซึ่งเป็นหนึ่งเมืองที่ราคาอสังหาริมทรัพย์แพงที่สุดในโลก

ด้านการเดินทางไปมาระหว่างสหราชอาณาจักรและชาติสมาชิกอียู เชื่อว่าไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมมากนัก เนื่องจากยูเคอยู่นอกเขตไร้พรมแดน 'เชงเกน' ดังนั้น ชาวบริเตนต้องแสดงหนังสือเดินทางเมื่อเข้าสู่ชาติสมาชิกอียูอยู่แล้ว สิ่งที่อาจเพิ่มขึ้นมาหลังออกจากอียูคือ ชาวบริเตนต้องให้เจ้าหน้าที่ประทับตราหนังสือเดินทาง และเข้าแถวสำหรับนักเดินทางที่ไม่ใช่พลเมืองอียูเท่านั้น

ส่วนผลกระทบต่อการเคลื่อนย้ายเสรีซึ่งอนุญาตให้พลเมืองของชาติสมาชิกอียู เข้าไปหางานในสหราชอาณาจักร หรือในทางกลับกัน จะยังไม่เกิดขึ้นจนกว่ายูเคจะออกจากสหภาพยุโรปโดยสมบูรณ์ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี

ขณะที่ชาวอียูที่อาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักรกังวลว่าพวกเขาอาจถูกไล่กลับประเทศ หากชาวบริเตนเลือกที่จะออกจากอียู แต่แกนนำนักการเมืองฝ่ายหนุนให้ 'ออก' เคยออกมาบอกว่า ชาวอียูในประเทศจะได้รับอนุญาตให้อาศัยอยู่ต่อไป ส่วนคนอื่นๆ ที่ต้องการเข้ามา จะต้องผ่านระบบใหม่ ซึ่งอาจเป็นการระบุแรงงานที่ต้องการในอุตสาหกรรมเฉพาะ และอนุญาตให้คนเหล่านี้ทำงานและอาศัยในประเทศ

ขณะเดียวกัน มีชาวสหราชอาณาจักรราว 4.5 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ และมากกว่า 1.5 ล้านคนในจำนวนนี้อยู่ในชาติอื่นๆ ที่เป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งชาวบริเตนกลุ่มนี้ก็กังวลเช่นเดียวกันว่า พวกเขาอาจต้องกลายเป็นผู้อพยพผิดกฎหมายทันทีที่ยูเคออกจากอียู ขณะที่ชาวบริเตนที่ต้องการไปอาศัยอยู่ในชาติสมาชิกอียูจะต้องเจอข้อจำกัดมาขึ้นกว่าเดิม เช่นจำเป็นต้องใช้วีซ่าในการหางาน และไม่ได้รับสิทธิด้านสุขภาพที่เคยได้อีกแล้ว หากไม่มีการทำข้อตกลงใดๆ เพิ่มเติม

ผลกระทบต่อตลาดการเงิน

การถอนตัวจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักรจะทำให้เกิดความไม่แน่นอนเป็นเวลานาน และความไม่แน่นอนเป็นสิ่งที่ตลาดการเงินไม่ชอบ หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า ค่าเงินปอนด์จะลดลงทันทีในวันศุกร์ที่ 24 มิ.ย. ผลการลงประชามติออกมาว่าชาวบริเตนเลือกที่จะออก โดยจอร์จ โซรอส นักลงทุนเจ้าของฉายาพ่อมดการเงินชี้ว่า ค่าเงินปอนด์อาจดิ่งลงระหว่าง 15-20% ขณะที่ค่าเงินยูโรก็จะลดลงในช่วงสั้นๆเป็นอย่างน้อย

ขณะที่คาดว่าตลาดหุ้นก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยนายจอร์จ ออสบอร์น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหราชอาณาจักรออกมาระบุว่า เขาจะงดทำการซื้อขายในตลาดหุ้นลอนดอนในวันศุกร์ หาชาวบริเตนเลือกออกจากสหภาพยุโรป โดยผลกระทบจากเรื่องนี้มีแนวโน้มจะส่งผลกระทบไปทั่วโลก

นอกจากนี้ หากค่าเงินปอนด์และตลาดหุ้นอังกฤษได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้มากเกินไป ธนาคารกลางยูเค 'แบงก์ ออฟ อิงแลนด์' อาจเขามาแทรกแซงโดยมีหลายวิธีให้เลือกใช้เช่น พยุงค่าเงินด้วยการซื้อเงินปอนด์ด้วยเงินสกุลต่างประเทศมากขึ้น หรือขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะกระทบต่อการจำนองและการกู้เงินต่างๆ ในยูเค

ผลกระทบต่อสหภาพยุโรป

การลงประชามติครั้งนี้ของสหราชอาณาจักร อาจกลายเป็นชนวนให้นักการเมืองฝ่ายต่อต้านสหภาพยุโรปทั่วทั้งทวีปเริ่มมีปากมีเสียงมากขึ้น โดยผลสำรวจความคิดเห็นในช่วงไม่นานมานี้แสดงให้เห็นว่า ในหลายประเทศเช่นฝรั่งเศสและอิตาลี ต้องการให้รัฐบาลของพวกเขาจัดการลงประชามติเกี่ยวกับสถานภาพความเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป

ขณะที่ผลกระทบในด้านอื่นๆ ยังไม่ชัดเจน แต่อย่างน้อยที่สุด เรื่องนี้จะทำให้สหภาพยุโรปเผชิญปัญหาด้านการขนส่งเพิ่มขึ้น การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะล่าช้า ท่ามกลางปัญหาอีกมากมายที่ต้องจัดการทั้ง วิกฤติผู้อพยพ, ปัญหาเศรษฐกิจยูโรโซน และความก้าวร้าวของรัสเซีย

ความเคลื่อนไหวของสกอตแลนด์

มีความเป็นไปได้ว่า กลุ่มชาตินิยมในสกอตแลนด์อาจเรียกร้องให้มีการจัดการลงประชามติเพื่อขอออกจากสหราชอาณาจักรอีกครั้ง หลังจากล้มเหลวไปในปี 2014 หากชาวบริเตนเลือกที่จะออกจากสหภาพยุโรป โดยผลสำรวจความคิดเห็นชี้ว่า ชาวสกอตต์ส่วนใหญ่สนับสนุนให้ยูเคเป็นส่วนหนึ่งของอียูต่อไป ขณะที่ ส.ส.ของสกอตแลนด์ถึงกับระบุว่า พวกเขาจะพิจารณาหันไปใช้สกุลเงินยูโร หรือค่าเงินปอนด์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ริชาร์ด วิตแมน จาก 'ราชสถานบันกิจการระหว่างประเทศ' หรือ 'แชตแฮม เฮาส์' ระบุว่า ช่วงเวลาเป็นสิ่งสำคัญ หลังสหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป พรรคชาตินิยมสกอตแลนด์สามารถรอเพื่อดูว่ายูเคจะมีข้อตกลงแบบใดกับสหภาพยุโรป ก่อนจะตัดสินใจว่าจะเรียกร้องการลงประชามติอีกรอบหรือไม่ พวกเขาจะรอช่วงเวลาที่มีโอกาสมากที่สุด หรือสกอตแลนด์อาจฉวยโอกาสนี้เจรจากับรัฐบาลกลางเพื่อขออำนาจปกครองเพิ่มขึ้นแทนก็ได้

แล้วถ้าฝ่ายโหวตให้ 'อยู่ต่อ' ชนะจะเกิดอะไรขึ้น?

ในทางทฤษฎี จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป ตลาดหุ้นซึ่งตกอยู่ในความกังวลมาหลายสัปดาห์อาจปรับตัวสูงขึ้น ค่าเงินปอนด์และดัชนี FTSE 100 ก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ขณะที่อาจเกิดปัญหาในภายในพรรคอนุรักษนิยมของนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน เพราะการทำประชามติครั้งนี้ทำให้เกิดความแตกแยกอย่างชัดเจน ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับคณะรัฐมนตรี

แต่หากฝ่ายอยู่ต่อชนะแบบฉิวเฉียด นายคาเมรอนอาจต้องเผชิญการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะที่ไนเจล ฟาเรจ แกนนำหนุ่นให้สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป อาจเรียกร้องให้มีการลงประชามติเป็นครั้งที่ 2 แม้นักการเมืองคนอื่นจะระบุว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ก็ตาม

ชาวสหราชอาณาจักรเริ่มการลงคะแนนเสียงประชามติเพื่อตัดสินว่าอนาคตของประเทศว่า ควรอยู่หรือแยกจากสหภาพยุโรป ในวันที่ 23 มิ.ย. โดยคาดว่าจะมีการประกาศผลการลงคะแนนในวันศุกร์นี้... 24 มิ.ย. 2559 04:55 24 มิ.ย. 2559 14:18 ไทยรัฐ