วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระพุทธชินวงศ์ยอมช่วย รับไปเจรจา วัดธรรมกาย

“มีแต่อาวุธธรรม” ลูกศิษย์ยืนยัน หลังนำทัพสื่อมวลชนเข้าตรวจสอบใต้พระอุโบสถวัดพระธรรมกาย ไม่พบการสะสมอาวุธตามข่าวลือ ยืนยันพระธัมมชโยเป็นผู้บริสุทธิ์เพราะอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนา “บิ๊กต๊อก” ย้ำการขอหมายค้นอีกรอบมีแน่ ขึ้นอยู่กับดีเอสไอพร้อมเมื่อใด ไม่ก้าวก่าย “สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ” รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สัมภาษณ์สยบข่าวปลด ผอ.สนง.พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ชี้ยังทำหน้าที่ได้ดี “อดุลย์ แสงสิงแก้ว” รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สั่งตรวจสอบศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีชวัลเลย์ เขาใหญ่ ของวัดพระธรรมกาย ว่าถือครองที่ดินถูกต้องหรือไม่ ข่าวดีสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง รับปากจะเจรจากับวัดพระธรรมกายแล้ว

กรณีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หามาตรการกดดันพระเทพญาณมหามุนี หรือธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เข้ามอบตัวตาม หมายจับ แต่ถูกกลุ่มลูกศิษย์วัดขัดขวาง พร้อมให้เหตุผลว่าธัมมชโยจะมอบตัวก็ต่อเมื่อประเทศเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย ต่อมาดีเอสไอตรวจสอบพบ หลักฐานการบริจาคเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น ให้วัดเพิ่มอีกกว่า 400 ล้านบาท คาดต้อง ถูกดำเนินคดี ด้านตัวแทนวัดพระธรรมกายนัดสื่อมวลชนเข้าตรวจสอบภายในวัดโต้คำครหาสะสมอาวุธ ท่ามกลางข่าวเตรียมปลด ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่ง ชาติ (พศ.)

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีพบหลักฐานการโอนเงินจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น ให้วัดพระธรรมกายเพิ่มอีกกว่า 400 ล้านบาท ว่า สั่งการให้ชุดคลี่คลายคดีพิสูจน์ว่าจำนวนเงินดังกล่าวผิดกฎหมายหรือไม่ ต้องให้ความเป็นธรรมกับวัดพระธรรมกายด้วย ไม่ทราบว่าในแง่สอบสวนผิดกฎหมายหรือไม่ ต้องไปถาม พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ทราบว่ามีคนมายื่นเรื่องและยังไม่ได้ชี้ว่าผิดจนกว่าการสอบสวนจะเป็นที่ยุติ ส่วนจะไปขอหมายค้นวัดพระธรรมกายอีกเมื่อไหร่ ไม่เคยไปถามอธิบดีดีเอสไอ ว่าขอหมายค้นเมื่อไหร่ ตามหลักการเจ้าหน้าที่สามารถขอหมายค้นได้เอง แต่พร้อมหรือยังต้องขึ้นอยู่กับดีเอสไอ

“ส่วนเรื่องตรวจสอบศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์ พีซ วัลเลย์ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่รู้ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร ไม่อยากชี้นำหรือเร่งรัด หากเกี่ยวข้องกับอะไรก็ต้องทำตามกฎหมาย” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

ด้าน พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดี ดีเอสไอ เผยว่า ดีเอสไอจะเร่งสรุปสำนวน 2 คดี ที่พบว่ามีข้อมูลเชื่อมโยงไปถึงวัดพระธรรมกาย คือ คดีนายสถาพร วัฒนาศิรินุกุล ผู้บริหารบริษัท เอส. ดับบลิว.โฮลดิ้งกรุ๊ป (ประเทศไทย) ซื้อที่ดินเพื่อนำไปสร้างโรงพยาบาลของวัดพระธรรมกาย และคดีที่บริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 จำกัด ผู้ถือหุ้นแทนนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น คาดเสร็จภายในสิ้นเดือน มิ.ย. ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าดีเอสไอจะไปขอศาลออกหมายค้นวัดพระธรรมกายอีกรอบวันใด ต้องรอช่วงเวลาที่เหมาะสม

ขณะที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนัก งานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกระแสข่าวเตรียมปลดนายพนม ศรศิลป์ ผอ.พศ. ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่สนองนโยบายรัฐบาลในกรณีนี้ว่า ยังไม่มีการย้าย ผอ.พศ.แต่อย่างใด นายพนมยังทำหน้าที่สนองงานของรัฐบาลดีอยู่ และให้ความร่วมมือกับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ ทั้งการเดินหน้าปฏิรูปและการแก้ไขปัญหาวัดพระธรรมกาย ขอยืนยันว่าการดำเนินการของ พศ.อยู่ภายใต้กฎหมายและอำนาจหน้าที่

ที่สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย เวลา 14.30 น. นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์และพระมหานพพร ปุญญชโย ผู้ช่วย ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร นำสื่อมวลชนสำรวจบริเวณใต้พระอุโบสถ วัดพระธรรมกาย หลังมีกระแสข่าวว่ามีการซ่อนอาวุธไว้ มีสื่อมวลชนเดินทางไปทำข่าวจำนวนมาก ต้องใช้รถของวัดซึ่งมีลักษณะเป็นรถนำเที่ยวสามารถนั่งได้คันละประมาณ 20 คน ถึง 6 คัน ขบวนรถนำสื่อมวลชนออกจากบริเวณหน้าสำนักสื่อสารองค์กร ไปทางประตู 6 เข้าต่อไปยังประตู 5 ถือเป็นครั้งแรกที่เปิดให้สื่อมวลชนเข้าไปในพื้นที่ประตู 5 นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มุ่งตรงไปยังพระอุโบสถ ก่อนนำสื่อมวลชนเข้ากราบพระประธาน โดยนายองอาจ กล่าวว่า การนำสื่อมวลชนเข้าสำรวจใต้ถุนพระอุโบสถ ครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ของวัด เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ทางวัดอนุญาตให้สื่อมาสำรวจตามปกติบริเวณนี้จะไม่เปิดให้คนภายนอกเข้า ต่อมาพระมหานพพรนำสื่อลงสำรวจใต้ถุนพระอุโบสถแบ่งเป็นชุด ชุดละ 30 คน พระมหานพพรคอยชี้แจงสิ่งของต่างๆ ที่พบ ส่วนใหญ่ประกอบด้วย เครื่องบวช อุปกรณ์ในการประกอบสังฆกรรม เสื่อ พรม กระเบื้องที่เก็บไว้เพื่อบูรณะพระอุโบสถ ไม่พบอาวุธตามกระแสข่าวแต่อย่างใด

หลังเสร็จสิ้นการสำรวจ นายองอาจกล่าวว่า เหตุที่ทางคณะศิษย์ยังเชื่อมั่นในตัวธัมมชโยเพราะหากเป็นผู้ที่ร่วมกันกระทำความผิดฟอกเงินและรับของโจรตามข้อกล่าวหา ผู้กระทำจะต้องรู้อยู่แล้วว่า เมื่อมีการนำเงินออกจากสหกรณ์โดยมิชอบกว่าหมื่นล้านบาท ผู้ร่วมกระทำความผิดต้องพยายามปกปิดซ่อนเร้นเส้นทางการเงิน เพื่อไม่ให้ความผิด มาถึงตัวและหาทางผ่องถ่ายเงิน แต่ธัมมชโยรับบริจาคโดยเปิดเผยท่ามกลางประชาชนจำนวนมากและรับบริจาคมาเป็นเช็คสามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด ซึ่งผู้ที่สมคบกันทำความผิดจะไม่มีใครรับเงินมาด้วยวิธีนี้แน่นอน

“เงินบริจาคที่ได้รับมาทั้งหมด ธัมมชโยไม่ได้นำไปใช้ส่วนตัวเลยแม้แต่บาทเดียวและไม่มีการผ่องถ่ายคืนไปให้นายศุภชัยเลยจึงไม่ใช่การฟอกเงิน สามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินได้ทั้งหมด เนื่องจากไม่เคยเบิกถอนเป็นเงินสดเลย แต่เป็นการโอนผ่านบัญชีไปให้วัดและมูลนิธิวัดพระธรรมกาย เพื่อก่อสร้างศาสนสถานตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาค แสดงถึงเจตนาสุจริตของธัมมชโย จึงมีผู้ศรัทธาในตัวท่านบริจาคปัจจัยเป็นการส่วนตัวแก่ท่านรวมกว่าหมื่นล้านบาทและท่านไม่เคยถอนเป็นเงินสดออกมาเพื่อใช้จ่ายส่วนตัว ปัจจัยทั้งหมดโอนผ่านบัญชีบริจาคแก่วัดและมูลนิธิเพื่อประโยชน์สาธารณะทั้งสิ้น และท่านจะมาทำความผิดทำไมกับเงิน 300 กว่าล้านบาท” นายองอาจกล่าว

นายองอาจกล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ธัมมชโยยังสร้างศาสนสถานเป็นสมบัติของพระพุทธศาสนาและประเทศชาติ รวมมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท สร้างพระภิกษุผู้ตั้งใจบวชอุทิศชีวิต 4,000 รูป สร้างอุบาสกอุบาสิกาจำนวนมาก ทำให้มีญาติโยมศรัทธาอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนาหลายล้านคน เหตุผลดังกล่าวคณะศิษยานุศิษย์จึงมั่นใจในความบริสุทธิ์ของธัมมชโย วันนี้การนำสื่อมวลชนมาสำรวจโบสถ์ครั้งนี้ ถือเป็นการนำสื่อเข้ามายังบริเวณชั้นในของ วัดมากสุดแล้ว เห็นว่าหากจะเข้าไปยังพื้นที่กุฏิสงฆ์ที่มีอยู่ประมาณ 20 หลัง และเป็นเขตสังฆาวาสยังไม่สมควร อาจจะเป็นการรบกวนก้าวล่วง จึงเห็นตรงกันว่าจะนำสื่อมาแค่พื้นที่โบสถ์เท่านั้น จากการสำรวจใต้ถุนโบสถ์ก็ชัดเจนแล้วว่าวัดไม่มีอาวุธ ถ้าจะมีก็มีแต่อาวุธทางธรรมเท่านั้น ขณะที่อาการอาพาธของธัมมชโย แพทย์ยังต้องดูแลอย่างใกล้ชิด อาการอาพาธรอบนี้หนักกว่าทุกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ นายองอาจแจกพระเครื่องเนื่องในโอกาสครบรอบ 72 ปีธัมมชโย ให้สื่อมวลชนที่มาสำรวจในครั้งนี้

อีกด้านนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการเรียกร้องให้ตรวจสอบศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิลด์พีชวัลเลย์ เขาใหญ่ ของวัดพระธรรมกาย เนื้อที่หลายพันไร่ที่ให้ประชาชนไปปฏิบัติธรรมโดยเสียค่าลงทะเบียนรายละ 1,000 บาท ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นของนิคมสร้างตนเองลำตะคอง จ.นครราชสีมา อยู่ในความดูแลของกรมพัฒนาสังคมฯ ว่า เบื้องต้นผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองลำตะคองรายงานให้ทราบสถานปฏิบัติธรรมของวัดพระธรรมกายดังกล่าว อยู่ในเขตพื้นที่นิคมสร้างตนเองลำตะคองจำนวน 480 ไร่ เป็นพื้นที่มีโฉนดถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนที่ระบุเป็นพันไร่นั้น ไม่ทราบว่าเป็นของส่วนใด อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พม. สั่งให้ตรวจสอบร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ในประเด็นความถูกต้องการใช้พื้นที่ดังกล่าว รวมทั้งสัดส่วนพื้นที่การถือครองเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่

นายพุฒิพัฒน์กล่าวด้วยว่า การใช้พื้นที่ทำกินในนิคมสร้างตนเองลำตะคองนั้น จะมีสองส่วน ส่วนหนึ่งเป็นการจัดสรรให้กับราษฎรที่ถูกอพยพขึ้นมาจากการสร้างเขื่อนลำตะคอง และมีอีกส่วนที่ราษฎรถือครองที่ดินมานานเข้ากฎเกณฑ์จนสามารถออกเป็นโฉนดที่ดินซึ่งก็ถือเป็นสิทธิ์ที่ผู้ครอบครองจะนำไปดำเนินการใดๆ

ส่วนนายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สอบถามส่วนใดในวัดพระธรรมกายเป็นศาสนสถานบ้าง แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ ว่า พศ.ขอตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง ระหว่างนี้จะตั้งคณะทำงานประกอบด้วย ผอ.สำนักงานศาสนสมบัติ ผอ.กองพุทธศาสนสถาน ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานี เร่งตรวจสอบที่ดินของวัดพระธรรมกายว่าส่วนใดเป็นของวัด มูลนิธิหรือที่ดินบริจาค เพื่อให้เกิดความกระจ่างว่าส่วนใดเป็นศาสนสถาน ก่อนแจ้งให้ ปปง.ได้รับทราบ

“ตามหลักการวัดที่ขอตั้งและได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาอย่างถูกต้องแล้ว ระบุอาณาเขตแล้ว สิ่งก่อสร้างที่อยู่ในวัดถือว่าเป็นศาสนสถาน ส่วนที่ดินของวัดนั้น แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1.ที่วัดคือ ที่ตั้งของวัดตลอดจนเขตของวัด 2.ที่ธรณีสงฆ์ คือพื้นที่ที่เป็นสมบัติของวัด อาจมีผู้ถวายกรรมสิทธิ์ ซึ่งอาจจะไม่อยู่ในพื้นที่เดียวกับวัดก็ได้ และ 3.ที่กัลปนา คือที่ซึ่งมีผู้อุทิศผลประโยชน์ให้วัดหรือพระศาสนา แต่ไม่ได้ยกกรรมสิทธิ์ให้แก่วัด ส่วนวัดซื้อที่ดินเพิ่มก็ถือว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของวัด” นายพนมกล่าว
ที่วัดพิชยญาติการาม เย็นวันเดียวกัน นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เป็นประธานฝ่ายฆราวาส จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีรายงานว่า ก่อนเริ่มพิธี นายสุวพันธุ์ นายพนม ศรศิลป์ ผอ.พศ. เข้า หารือกับสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง พระราชวิสุทธิเวที เจ้าคณะภาค 1 พระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ถึงกรณีวัดพระธรรมกาย ที่กุฏิของสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ระหว่างการหารือสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ รับปากนายสุวพันธุ์ว่าจะช่วยเข้ามาดูและเจรจาปัญหาวัดพระธรรมกาย ส่วนกรณีเรื่องของพระธรรมวินัย ขอให้เป็นเรื่องของคณะสงฆ์ โดยมีเจ้าคณะภาค 1 รับเรื่องไว้พิจารณา

“มีแต่อาวุธธรรม” ลูกศิษย์ยืนยัน หลังนำทัพสื่อมวลชนเข้าตรวจสอบใต้พระอุโบสถวัดพระธรรมกาย ไม่พบการสะสมอาวุธตามข่าวลือ ข่าวดีสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง รับปากจะเจรจากับวัดพระธรรมกายแล้ว 24 มิ.ย. 2559 04:27 24 มิ.ย. 2559 05:14 ไทยรัฐ