วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใครๆ ก็เปรียบหนูกับพี่บุ๊คโกะ 'เบลเยี่ยม ภาวินี' อึดอัด นอยด์ ในใจ

ตามรอยพี่ชาย (หรืออาจจะเรียกพี่สาว) เข้าวงการเต็มตัว สำหรับ เบลเยี่ยม ภาวินี บูรณาชีวาวิไล น้องสาวของ ดีเจบุ๊คโกะ ธนัชพันธ์ บูรณาชีวาวิไล โดยตอนนี้ เบลเยี่ยม นั่งแท่นนักแสดงเต็มตัวกับ ภาพยนตร์เรื่อง มหาลัยเที่ยงคืน ที่กำลังจะเข้าฉาย 28 ก.ค.นี้

แต่ภายใต้คาแรกเตอร์ความสดใส เฮฮา บวกกับรูปร่างหน้าตา ที่โขลกมาเด๊ะกับพี่แท้ๆ อย่าง บุ๊คโกะ บางครั้งก็แอบทำให้ เบลเยี่ยม นอยด์เล็กๆ ที่เธอต้องโดนเปรียบอยู่ใต้เงาของพี่ตลอดเวลา มุมมองนี้ที่หลายๆ คน มองข้ามไป วันนี้รายงานพิเศษโดยทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ได้นั่งคุยกับเบลเยี่ยมอย่างเปิดใจ 

ก่อนอื่นต้องถามว่าหนังที่เล่น ในเรื่องรับบทเป็นอะไร
"ในมหาลัยเที่ยงคืน รับบทเป็นอ้วนพายค่ะ คาแรกเตอร์ของอ้วนพายในเรื่องนี้ก็คือ เรามีไอดอลคนหนึ่งในมหา'ลัยเดียวกันชื่อว่าสตาร์ ที่รับบทโดยมาร์กี้ (ราศรี บาเล็นซิเอก้า) อ้วนพายชอบสตาร์มาก เลยก๊อบปี้ทุกอย่าง ทั้งการแต่งตัว สไตล์การพูด การเดิน"

เรายังใหม่ หนักใจไหมกับงานภาพยนตร์ที่นักแสดงหลายๆ คนบอกว่าเป็นงานที่ปราบเซียน 
"ไม่ค่ะ ตอนแรกดีใจมาก ตื่นเต้นมาก แต่ตอนแรกคือเหมือนเขาโทรมาติดต่อเราก่อน แล้วก็โทรไปติดต่อพี่เรา (บุ๊คโกะ) แล้วก็คือต้องทะเลาะกันเองว่าสรุปแล้วจะยังไง (หัวเราะ) คือพอเขาโทรมาติดต่อใช่ป่ะ เบลก็ เฮ้ย พี่บุ๊ค M39 มาติดต่อหนังเรื่องนี้ๆ อะไรอย่างนี้ เขาบอก อ้อหรอ ดีใจด้วย

สักแป๊บนึงผ่านไปเขาก็เงียบไป เราก็เลยงงว่า เอ๊ะ คือยังไง ไม่เอาแล้วเหรอ สักพักหนึ่งพี่บุ๊คเขาบอก แกๆ หนังที่แกเล่นอะ เล่นเป็นชื่อนี้หรือเปล่า เขาโทรมาติดต่อฉัน สรุปเขาจะเอาฉันเว่ย แบบฉันชนะแกอะไรอย่างเนี้ย คือเป็นการบลัฟกัน (หัวเราะ) พี่ที่เขาติดต่อเล่นเขาก็โทรมาบอกว่าเบลคือตอนนี้ทางทีมเครียดมาก เขายังเลือกไม่ได้ระหว่างเบลกับพี่บุ๊ค พี่ก็เลยยังไม่คอนเฟิร์มใครทั้งนั้นนะ เบลก็คิดว่าสรุปเราไม่ได้แล้ว ก็ไม่ได้อะไร พอมาตอนหลังเหมือนเขาขอคิว ขอไปขอมา ขอมาขอไป แล้วพี่บุ๊คคิวไม่ได้ สรุปต้องตกเป็นของหนูนะคะ (ยิ้มกริ่ม) แล้วคือจริงๆ นะเบลได้อ่านบทแล้วรู้สึกว่า เฮ้ยเบลอยากลอง ไม่หนักใจค่ะที่จะเล่น"

เบลเคยผ่านงานแสดงไหม
"เคยค่ะ เบลเคยเล่นละคร แล้วอีกอย่างหนึ่งเบลเรียนละครเวทีมาด้วย แต่หนังยังไม่เคยค่ะ นี่คือครั้งแรก แล้วเป็นเรื่องแรกที่ได้เล่น"

ตอนแรกที่ M39 ติดต่อไป เขารู้หรือไม่ว่าเราเป็นน้องของบุ๊คโกะ 
"อาจจะรู้มั้ง หรือไม่รู้ อันนี้ไม่แน่ใจนะคะ เพราะว่าตอนนั้นเขาแค่หาผู้หญิงที่อ้วนหน่อยอะไรอย่างเนี้ย แล้วเหมือนพี่ที่ติดต่อเขาเคยดูรายการที่หนูทำมั้ง ที่หนูเต้น ประมาณนั้น เขาก็เลยเสนอชื่อไป แล้วหนูก็ลองเข้าไปแคสต์ดู ไปลองแอ็กติ้งให้เขาดู แล้วเขาก็ชอบ"

เรื่องนี้ต้องร่วมงานกับ มาร์กี้ ต้องจูนกันเยอะไหม
"จูนไหม ก็จูนนะ แต่ด้วยความที่ตอนแรกคิดว่าแบบ เบลต้องมาเล่นกับมาร์กี้ มาร์กี้เหรอวะ แล้วเขาจะเรื่องมากไหม หรือว่าเขาจะจับต้องยากไหม หรือเขาจะอะไรยังไงไหม คิดสารพัด แต่พอได้ร่วมงานกันแล้วรู้สึกว่า ไม่เลย พี่กี้เป็นผู้หญิงที่ชิลมาก ไม่ใช่ผู้หญิงจ๋า เป็นผู้หญิงลุยๆ แมนๆ แล้วด้วยความที่เบลเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงจ๋าเหมือนกัน แล้วพออยู่กันเรื่อยๆ เราก็เฮ้ยฮ้า (ทำท่าคึกคักประกอบ) อะไรกันอย่างนี้ แล้วมันคลิกกันพอดี พอเวลาเข้าฉากกัน ก็ช่วยกัน เราก็ชอบเขาน่ารัก เขาช่วยแนะนำหลายอย่าง"

แล้วการแสดง เราต้องผลักดันตัวเยอะไหม เพื่อให้เป็นที่น่าพอใจกับหนังเรื่องแรก
"ในเรื่องของการแสดงใช่มั้ยคะ คือเหมือนพี่อ๊อฟ (มณฑล อารยางกูร โปรดิวเซอร์) ก็ชอบพูดว่าทำไมติดเล่นเหมือนบุ๊คโกะ ซึ่งบางทีทำไมทุกคนถึงไม่คิดว่าบุ๊คโกะเล่นเหมือนน้องบ้าง คือทำไมเกิดทีหลังแล้วจะต้องเหมือนพี่เหรออะไรอย่างเนี้ย บางทีมันก็เป็นเหมือนสิ่งที่เบลนอยด์ๆ เหมือนกันนะ

เบลไม่เคยมีภาพจำพี่ตัวเองเลยในการแสดงแม้แต่ครั้งนึง คืออ่านบทแล้วทำความเข้าใจเอง เบลศึกษาตัวละครเอง ปูมหลังนู่นนี่นั่นโน่นเอง แล้วก็แสดงออกมา มันเป็นแบบนี้ แต่บางคนอาจจะติดภาพว่า เอ้ย เล่นเหมือนบุ๊คโกะ เพราะว่าหน้ามันเหมือนกันไงคะ มันเลยคล้ายๆ กันรึเปล่าอันนี้เบลไม่รู้ แต่อินเนอร์ข้างในเบลไม่ได้เหมือนกัน"

มันเป็นยังไงที่พี่อ๊อฟ โปรดิวเซอร์บอกว่าเหมือน
"เช่น การพูดการจา อะไรอย่างเนี้ย แต่เบลจริงๆ เป็นคนติดพูดไว อันนี้คือเบลต้องแก้ พี่อ๊อฟบอก โอ๊ย เบลอย่าพูดไว ค่อยๆ พูด เบลก็โอเค ค่อยๆ พูด เพราะเรื่องพูดไวเนี่ย เบลเป็นมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว แต่เล่นละครเวที ครูก็จะคอมเมนต์ตลอดเวลาว่า เอ๊ย เบลพูดไวนะ พูดไม่รู้เรื่อง พูดไม่ชัด เบลก็ ค่ะๆ ปรับปรุงตัว แล้วพอมาเล่นอย่างนี้เบลก็อยากทำให้มันดีที่สุด คือเบลก็เต็มที่ ตอน workshop โห โคตรเครียดค่ะ"

ทั้งๆ ที่เราก็เรียนการแสดงมายังเครียดอีกเหรอ
"ใช่ คือเบลอค่ะ เวลาไปทำงานที่ไหนเบลจะไม่พูดบอกเลยว่าจบการแสดงมา เบลแค่บอกว่าจบ มศว แล้วเขาก็จะถามว่าคณะอะไร เบลก็จะบอกเขา อ๋อ ศิลปกรรมค่ะ เบลก็จะบอกเขาแค่นี้ เบลจะไม่บอกเขาว่าเบลจบการแสดง เพราะถ้าเบลบอกว่าเบลจบการแสดงปุ๊บ ทุกคนก็จะคาดหวังว่า อ๋อต้องแอ็กติ้งได้ดีสิ แบบว่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้วแล้วสิ ไม่ฟังอะไรใคร ตอน workshop มหาลัยเที่ยงคืนเบลเครียดมากเลยนะ ครูบอกว่าเล่นเหมือนกะเทยเลย เขาบอกว่าทำไมถึงแอ็กติ้งเป็นไลน์กะเทยขนาดนี้ล่ะ

คือเบลกลับบ้านไปร้องไห้ อันนี้ไม่มีใครรู้ แล้วก็เอาคอมเมนต์ที่ครูพูดมาโทรไปหาครูที่สอนแอ็กติ้งเบลที่มหา'ลัย ครูบอกใช่เบลเป็น ต้องแก้นะ เบลเครียดมากเลย ครูแนะนำให้เบลต้องไปทำความเข้าใจปูมหลังตัวเองใหม่ คือตอนแรกเราไม่ได้ใส่ใจปูมหลัง เข้าใจว่าก็แอ็กติ้งมันก็ไม่ได้ยากอะไรนี่หน่า แต่พอกลับไปแก้ไขตัวเอง ทำความเข้าใจกับตัวเองใหม่ แล้วพอกลับมามันก็ดีขึ้นนะ"

ที่ครูบอกว่าเบลแอ็กติ้งเหมือนกะเทยมันจี้จุดเราเรื่องพี่ใช่ไหม
"ใช่ค่ะ คือแอ็กติ้งกะเทย มันเท่ากับว่ามันโยงไปเหมือนพี่เรา แล้วด้วยความที่เรามีปมตรงนี้ในใจตลอดเวลาอยู่แล้ว เบลก็รู้สึกว่า เหรอวะ มันขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วด้วยความที่ในหนังมันต้องเล่นเป็นเหมือนการ์ตูนด้วย ต้องตื่นตัว ต้องอเลิร์ตตลอดเวลา ดังนั้นเบลก็เลยต้องพยายามและเรียนรู้มากขึ้นจนผ่านมาได้"

ความอึดอัดเรื่องที่คนมองเราเหมือนพี่นี่เราเคยคุยกับพี่บุ๊คโกะไหม
"ไม่เคยคุยค่ะ แต่เบลรู้สึกว่าเขารู้อยู่แล้ว แต่เบลไม่เคยคุยกับพี่บุ๊คตรงๆ ว่าเฮ้ย เบลอึดอัดมากเลย ที่ทุกคนทำไมต้องพูดว่าเบลหน้าเหมือนบุ๊คโกะ แต่คือเบลเคยพูดเรื่อง แก ฉันหน้าเหมือนแกตรงไหนวะ บางทีพูดขำๆ นางบอกว่า เออ ก็งงเหมือนกันเนี่ย หรือเพราะว่าเรานอนด้วยกันเกินไปวะ แล้วแบบหน้ามันก็เลยไหลรวมกันหรอวะ หรือว่าเราจ้องหน้ากันบ่อย เราก็เลยเหมือนกันเหรอ (หัวเราะ) ก็เป็นพี่น้องกันหน้าก็ต้องเหมือนกันสิ อีกอย่างนึง หมอก็หมอทำที่เดียวกัน (หัวเราะ) มันก็เหมือนๆ กันหมด เบลก็เลยไปโทษหมอ บอกว่าก็พี่ปั้นหน้าหนูให้เหมือนกันหมอ"

ณ ตอนนี้ความรู้สึกโอเคหรือยัง
"โอเคค่ะ โอเค เบลก็คือแค่อยากให้มองว่าเราเป็นเบล ไม่ใช่เหมือนบุ๊คโกะ โอเคถ้าจะมองว่าเหมือนเบลไม่ว่าอะไรเลย แต่เบลอยากให้ดูการแสดงของเบลมากกว่า ดูก่อนดูแล้วอาจจะเห็นว่าเบลก็คือเบล"

เบลเยี่ยม ภาวินี จำชื่อนี้ไว้ให้ดี ณ ก้าวแรกทุกคนอาจจะจำว่าเธอคือ "น้องสาวบุ๊คโกะ" แต่ด้วยความสามารถทางการแสดง เชื่อเหลือเกิน วันหนึ่งสิ่งที่เธอหวังให้ทุกคนจำจดว่า "เบลคือเบล" คงเกิดขึ้นอีกไม่นาน

บางครั้งความอึดอัดของสาวน้อยคนนี้อาจบ่งบอกสิ่งหนึ่งในสังคมเรา คนไทยจดจำนักแสดงจากคาแรกเตอร์มากกว่าความสามารถทางการแสดง

ดาราไทยที่โด่งดังเพราะข่าวจึงมากมายกว่านักแสดงไทยที่โด่งดังเพราะฝีไม้ลายมือ.

ภายใต้คาแรกเตอร์ความสดใส เฮฮา ของ เบลเยี่ยม ภาวินี บวกกับรูปร่างหน้าตา ที่โขลกมาเด๊ะกับพี่แท้ๆ อย่าง ดีเจบุ๊คโก๊ะ เด็กสาวคนนี้แอบแฝงความนอยด์เล็กๆ เพราะทุกคนเปรียบเธอเหมือนพี่ของตัวเองตลอดเวลา 23 มิ.ย. 2559 23:08 ไทยรัฐ