วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กต๊อก' ถกปมล้มละลายข้ามชาติ สานพลัง SME

"บิ๊กต๊อก" นั่งหัวโต๊ะถกหารือระหว่างประเทศ ปมล้มละลายข้ามชาติ ระบุการใช้ ก.ม. ช่วยให้เกิดการลงทุนภายใน สร้างความมั่นใจให้นักลงทุน สานพลัง SME พลิกฟื้นยืนได้ ใส่ใจผู้ประกอบการ

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.59 ที่โรงแรมเดอะ เบิร์กลีย์ โฮเต็ล ประตูน้ำ กทม. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เป็นประธานเปิดการประชุมระหว่างประเทศ ว่าด้วยการล้มละลายข้ามชาติ เพื่อเป็นเวทีในการส่งเสริมการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในเรื่องแนวโน้มของคดีล้มละลายข้ามชาติ ความเชื่อมโยงระหว่างกฎหมายล้มละลายและกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ และความร่วมมือระหว่างกันในด้านการบังคับคดีล้มละลาย โดยมี น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี และผู้บริหารเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

โดย พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ความสามารถในการแก้ไขปัญหาโดยใช้ พ.ร.บ.ล้มละลายดังกล่าวจะช่วยให้เกิดการลงทุนภายในประเทศไทย และสร้างอาชีพงานให้กับแรงงานที่จะมีงานทำจากการลงทุน ซึ่งปัจจุบันสามารถเคลื่อนย้ายทรัพยากรได้ง่าย ดังนั้นหากต่างชาติที่มาลงทุนในประเทศไทย หรือลูกหนี้มีบริษัทอยู่ในต่างชาติอาจเกิดปัญหาล้มละลาย ซึ่งจะไม่เพียงแต่มีนักธุรกิจต่างชาติที่จะมาลงทุนในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังมีคนไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศ จึงจำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการล้มละลายข้ามชาติ เพื่อมารองรับกรณีปัญหาต่างๆ ดังกล่าวในอนาคต

"ทั้งนี้ หากไม่มีกฎหมายว่าด้วยเรื่องดังกล่าวขึ้นมารองรับ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติ ก็จะไม่สามารถไปเรียกร้องทรัพย์สินจากผู้ลงทุน ที่มีทรัพย์สินอยู่ในต่างประเทศได้ นอกจากนี้กฎหมายดังกล่าวจะทำให้นักลงทุนต่างชาติ รายที่ประกอบธุรกิจในไทยแล้วล้มละลาย เขาก็จะมีความมั่นใจว่าสามารถฟื้นฟูกิจการได้เร็ว โดยในการประชุมครั้งนี้มีตัวแทนจาก 16 ประเทศเข้าร่วมประชุมด้วย และตัวแทนธนาคารโลก (World BANK) ก็มาร่วมให้คำแนะนำอีกด้วยสำหรับกฎหมายว่าด้วยการล้มละลายข้ามชาติ เป็นกฎหมายที่นายกรัฐมนตรีและรองนายกฯ ต่างเล็งเห็นว่าเป็นกฎหมายพันธกรณีระหว่างประเทศ ที่มีความสำคัญต่อการค้า การลงทุนระหว่างประเทศที่ต้องดำเนินการแก้ไขให้ดีที่สุด โดยที่ผ่านมา ได้มีการแก้ไขกฎมายไปแล้ว 10-20 ฉบับ และในส่วนของกระทรวงยุติธรรม ก็ได้แก้ไขกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของนายกฯในเรื่องดังกล่าวด้วย" พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า กฎหมายว่าด้วยการล้มละลายข้ามชาติ ถือว่ามีความสำคัญ เพราะรายได้ 42 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ไทยก็มาจากกิจการ SME และเชื่อว่าขณะนี้หลายประเทศเพื่อนบ้านของไทยก็มีรายได้ส่วนใหญ่มาจากกิจการ SME ซึ่งจากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ธนาคารโลก ทราบว่ากฎหมายลักษณะนี้มีมานานแล้ว ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าก่อนหน้ารัฐบาลนี้จึงไม่มีการเร่งรัดให้เกิดขึ้น ทั้งที่ชักชวนให้ต่างชาติมาลงทุนในไทย แต่เราไปเน้นการสร้างสาธารณูปโภคขณะที่กฎหมายนี้จะสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนในไทย เพราะหากเกิดปัญหาต่างๆ ขึ้นสุดท้ายเรื่องก็ต้องไปจบว่าด้วยเรื่องกฎหมาย

ด้าน น.ส.รื่นวดี กล่าวว่า การจัดประชุมครั้งนี้นับเป็นเวทีที่กระทรวงยุติธรรมและกรมบังคับคดีได้ให้ความสำคัญจึงเปิดการประชุมเพื่อย้ำการลงทุนระหว่างประเทศ โดยประเด็นคือโครงสร้างกฎหมายของแต่ละประเทศว่าจะสามารถดึงดูดความสนใจด้านการลงทุนแล้วก็ต้องตอบโจทย์ในการสร้างความเชื่อมั่นหากเกิดการฟ้องร้องคดีเกิดขึ้นก่อนมีคำพิพากษาจนไปสู่กระบวนการล้มละลาย สิ่งเหล่านี้จะเป็นโครงสร้างระบบความเชื่อมั่นกับผู้ลงทุนทั้งในและนอกประเทศ

"สหประชาชาติได้ดูแลรับผิดชอบในหลายด้าน และเรื่องกฎหมายการค้าระหว่างประเทศก็ได้เข้ามาเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ พร้อมกำหนดกฎหมายแม่แบบว่าด้วยการล้มละลายข้ามชาติ ตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งประเทศไทยจะใช้กฎหมายตัวนี้มาเป็นกฎหมายแม่แบบ รวมทั้ง ประเทศไทยจะได้ความสัมพันธ์เครือข่ายของผู้ปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องของกฎหมายล้มละลาย ซึ่งมีรูปแบบหลากหลายทั้ง องค์กรรัฐหรือเอกชน ทั้งนี้ ประเทศไทยน่าจะเป็นประเทศที่ 3 ในอาเซียนต่อจากประเทศฟิลิปปินส์และประเทศสิงคโปร์ที่นำกฎหมายแม่แบบดังกล่าวใช้" น.ส.รื่นวดี กล่าว

"บิ๊กต๊อก" นั่งหัวโต๊ะถกหารือระหว่างประเทศ ปมล้มละลายข้ามชาติ ระบุการใช้ ก.ม.ช่วยให้เกิดการลงทุนภายใน สร้างความมั่นใจให้นักลงทุน สานพลัง SME พลิกฟื้นยืนได้ ใส่ใจผู้ประกอบการ 23 มิ.ย. 2559 20:31 23 มิ.ย. 2559 22:07 ไทยรัฐ