วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรธ.สั่งห้ามบิดเบือน ชี้นำ 'รับ-ไม่รับ' ร่าง รธน.

กรธ. ชี้แจงร่าง รธน. ให้ผู้นำชุมนุม กทม. วันที่ 2 สั่งห้ามบิดเบือน ชี้นำ "รับ-ไม่รับ" ย้ำพบคนทำผิด ก.ม.แจ้ง กกต.ตรวจสอบได้ทันที ด้านตัวแทนชุมชน ชงเขียนบทเฉพาะกาล ห้ามนักการเมืองตัวการความวุ่นวาย ลงสมัครรับ ลต. พร้อมเขียนห้ามทหารยุ่งเกี่ยวการเมือง ทำรัฐประหารซ้ำอีก

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 59 ที่หอประชุมภัทรมหาราช มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) จัดสัมมนา "การสร้างความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญ และการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญและคำถามเพิ่มเติมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นวันที่ 2 โดยมีตัวแทนของผู้นำชุมชนในเขต กทม. เข้าร่วมกว่า 2,000 คน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 มาดูแลรักษาความปลอดภัย ทั้งในและนอกเครื่องแบบ จำนวน 250 นาย ทั้งนี้ การเปิดสัมมนาเริ่มต้นด้วยการฉายวีดิทัศน์ของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ที่ได้กล่าวเปิดการสัมมนาไปเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา 

จากนั้นสมาชิก กรธ.ได้อธิบายสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญให้กับผู้นำชุมชน เริ่มจาก นายธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย สมาชิก กรธ.ซึ่งได้เน้นย้ำกับผู้นำชุมชนว่า การอธิบายและการถ่ายทอดสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ต้องไม่กล่าวคำเท็จที่บิดเบือนไปจากร่างรัฐธรรมนูญ หรือใช้คำหยาบคาย และสิ่งสำคัญคือต้องระมัดระวังอย่าไปชี้นำให้ประชาชนรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าหากทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้องตรงตามความเป็นจริง ก็ไม่มีสิ่งใดที่น่ากังวล 

ขณะที่ นายประพันธ์ นัยโกวิท สมาชิก กรธ. กล่าวว่า บ้านเมืองเราต้องมีขื่อมีแป หากไม่มี ประเทศชาติก็จะวุ่นวาย ดังนั้น รัฐธรรมนูญ คือขื่อแปของบ้านเมือง ซึ่งมีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นตัวกำหนดทิศทางต่างๆ และขอย้ำว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ความสำคัญ และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างเต็มที่ ไม่น้อยกว่าของเดิมแน่นอน ส่วนระบบการเลือกตั้งก็มีการออกแบบเพื่อให้คะแนนเสียงของประชาชนทุกคนมีความหมาย ขณะที่ การได้มาซึ่ง ส.ว.ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยตรง ซึ่งประชาชนทุกคนไม่ว่าจะมีอาชีพใด มีสิทธิสมัครเป็น ส.ว.ได้ ทั้งนี้ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นครั้งแรกที่กำหนดให้มีการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ ไว้ เพื่อให้สามารถเดินหน้าประเทศ และประชาชนมีความสงบสุข

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการสัมมนาในช่วงบ่าย ได้เปิดโอกาสให้ผู้นำชุมชน กทม.ได้ตั้งคำถาม โดยมี กรธ.คอยชี้แจงเป็นระยะ มีคำถามที่น่าสนใจ อาทิ การส่งข้อมูล หรือแชร์ข้อความที่เป็นเท็จในโลกโซเชียล เช่น การยกเลิกบัตร 30 บาท รักษาทุกโรค หรือ บัตรทอง สามารถดำเนินคดีหรือไปแจ้งความได้หรือไม่ โดย นายภัทระ คำพิทักษ์ กรธ. ชี้แจงว่า คนที่จะเอาผิดคือ กกต. เพราะ กรธ.ไม่ได้มีหน้าที่ดำเนินคดีกับใคร แต่ถ้าพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดก็แจ้งให้ กกต.ตรวจสอบได้ เช่นเดียวกับประชาชน หากพบเห็นการกระทำสิ่งใดที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ก็สามารถแจ้งเรื่องไปให้ กกต.ดำเนินการตรวจสอบได้เช่นกัน ซึ่งที่ผ่านมา กรธ.ก็แจ้งให้ กกต.ตรวจสอบ 2-3 ราย ทั้งนี้ ขอให้ทุกคนจำไว้ว่าสิ่งที่ห้ามเด็ดขาด มีด้วยกัน 3 ข้อ คือ 1. ห้ามพูดเท็จ 2. ห้ามใช้คำหยาบ และ 3. ห้ามพูดพาดพิง หรือบังคับผู้อื่น

นอกจากนี้ มีคำถามที่น่าสนใจอีก คือ ควรจะมีบทเฉพาะกาลห้ามนักการเมืองที่เป็นต้นเหตุของการรัฐประหาร และการก่อความวุ่นวาย ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. รวมทั้งเหตุใดจึงไม่มีเขียนห้ามทหารเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง และไม่ให้ทำรัฐประหารอีก โดย นายภัทระ ชี้แจงว่า การห้ามนักการเมืองลงสมัคร ส.ส.มันโหดเกินไป ส่วนการห้ามทหารนั้น ถ้าเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญตามที่เสนอ แต่เมื่อถึงเวลาทำรัฐประหาร รัฐธรรมนูญก็ถูกฉีกทิ้งเท่ากับว่าก็กลับไปเหมือนเดิม 

ช่วงท้ายของการจัดสัมมนา ได้มีการซักถามว่า หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้แล้ว จะมีอายุนานแค่ไหน และถ้าจะแก้ไขทำได้หรือไม่ นายชาติชาย ณ เชียงใหม่ กรธ. ชี้แจงว่าแก้ไขได้ แต่มีอย่างเดียวที่แก้ไขไม่ได้ คือรูปแบบของรัฐ และการปกครองที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

กรธ. ชี้แจงร่าง รธน. ให้ผู้นำชุมนุม กทม. วันที่ 2 สั่งห้ามบิดเบือน ชี้นำ "รับ-ไม่รับ" ย้ำพบคนทำผิด ก.ม.แจ้ง กกต.ตรวจสอบได้ทันที ด้านตัวแทนชุมชน ชงเขียนบทเฉพาะกาล ห้ามนักการเมืองตัวการความวุ่นวาย ลงสมัครรับ ลต. 23 มิ.ย. 2559 18:48 ไทยรัฐ