วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สุดยอดเอสเอ็มอีฯ สอนรุ่นน้องหนีเจ๊ง

ในวันที่หลายธุรกิจตกอยู่ในสภาพหืดจับ Start Up, Rising Star และ Turn Around ทั้ง 3 คำนี้ อาจเป็นกรณีศึกษาที่มากค่า ต่อหลายธุรกิจที่กำลังตกอยู่ในสภาพร่อแร่

วันก่อน อรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม ไปเป็นประธานแถลงผลความสำเร็จของ “โครงการสุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด” (SMEs Provincial Champions) ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์

เธอบอกว่า เอสเอ็มอี หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่สำคัญอย่างยิ่งยวดต่อระบบเศรษฐกิจไทย นายกรัฐมนตรีจึงได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. และอีกหลายหน่วยงาน ร่วมกันหาทางส่งเสริมพัฒนาเอสเอ็มอีทั้งหลาย ให้สามารถเริ่มทำธุรกิจ และเติบโตต่อไปได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

“สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด” เป็นโครงการที่มีขึ้น เพื่อต้องการให้เอสเอ็มอี ที่เป็นดาวเด่นในแต่ละจังหวัดและภูมิภาค เป็นทั้งแรงบันดาลใจ และแบบอย่าง ให้แก่อีกหลายเอสเอ็มอี ที่กำลังประสบปัญหา หรือท้อแท้สิ้นหวัง ได้มีพลังใจที่จะเดินหน้าสู้ต่อ

ล่าสุด มีผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี สนใจเข้าร่วมกับโครงการนี้ทั้งสิ้น 222 กิจการ จาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ จังหวัดละ 3 กลุ่ม กลุ่มละ 1 กิจการ

มีทั้ง กลุ่มผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มดำเนินธุรกิจ หรือที่เรียกว่า Start Up ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการตลาด (Rising Star) และ ผู้ประกอบการที่อยู่ในช่วงกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง (Turn Around)

ซึ่งทางกระทรวงอุตสาหกรรมแจ้งว่า ได้มีส่วนช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการกลุ่ม Start Up พัฒนาผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และระบบบริหารจัดการองค์กรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จนสามารถเพิ่มยอดขายและผลกำไรได้เฉลี่ยราว 16%

ผลักดันให้กลุ่ม Rising Star หรือผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการตลาดอยู่แล้ว ให้มีศักยภาพในการแข่งขัน สามารถเพิ่มยอดขายและผลกำไรจากการดำเนินงานได้เฉลี่ย 15%

ส่วน Turn Around หรือผู้ประกอบการที่อยู่ในช่วงฟื้นตัว ได้รับการช่วยเหลือให้สามารถพลิกฟื้นธุรกิจจากช่วงวิกฤติ และลดความสูญเสียจากการดำเนินงานต่างๆได้เฉลี่ยกิจการละ 11%

รัฐมนตรีอรรชกาบอกว่า เอสเอ็มอีทั้ง 3 กลุ่ม ล้วนได้รับการฝึกอบรม พัฒนาความรู้ วิธีวางกลยุทธ์ รวมทั้งได้รับคำปรึกษาแนะนำในเรื่องแผนฟื้นฟูกิจการ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะออกไปให้ความช่วยเหลือ

ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ จึงออกมาในรูปความสำเร็จของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า 30 กิจการ ที่นำมาเป็นแบบอย่างช่วยกระตุ้นให้เอสเอ็มอีอื่นๆ เกิดแรงบันดาลใจที่จะพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพ หรือเติบโตจากผู้ประกอบการขนาดเล็ก ไปเป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่ และก้าวต่อไปสู่ความเป็น Global Supply Chain

อย่างที่ใครบางคนว่าไว้ กว่าที่ใครสักคนจะได้ก้าวขึ้นไปยืนบนแท่นแห่งความสำเร็จอย่างภาคภูมิ...คุณอาจไม่ทราบว่า พวกเขาต้องผ่านขวากหนามอะไรมาบ้าง หรืออย่างที่มักพูดกันว่า...ชีวิตจริง บางสิ่งยิ่งกว่าหนัง บางครั้งยิ่งกว่าละคร ประมาณนั้น

ดูอย่างเส้นทางการต่อสู้ของ กฤษณ์ แจ้งจรัส กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม.วาย.อาร์ คอสเมติคส์ โซลูชั่น จำกัด หนึ่งในผู้ประกอบการเอสเอ็มอี จากกลุ่ม Rising Star ที่มีศักยภาพในการทำตลาด เป็นตัวอย่าง

ชายผู้นี้เล่าถึงบทเรียนการฝ่าฟันอุปสรรคของเขา ให้ผู้ร่วมประชุมฟังว่า แม้เขาจะผ่านร้อนผ่านหนาวในการทำธุรกิจมาอย่างโชกโชน แต่บางครั้งก็แทบล้มทั้งยืน เพราะปัจจัยภายนอกที่เขาคาดไม่ถึง ทำให้ไม่ได้เตรียมแผนสำรองไว้ยามฉุกเฉิน

กฤษณ์เล่าว่า เมื่อปี 2557 เขาได้เจอเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างย่ำแย่ สินค้าหรือของที่ผลิตออกมาขายไม่ได้ มีอยู่ล้นตลาด ยิ่งมาเจอกับปัญหาการเมืองในประเทศ ทำให้รายได้ของบริษัทเขาลดวูบลงมาเกือบครึ่ง การที่สินค้าเครื่องสำอางที่ผลิตออกมาขายไม่ได้ ผู้คนไม่มีอารมณ์จับจ่ายใช้สอย ทำให้เขาขาดสภาพคล่องทางการเงินรุนแรง

“ผมกัดฟันสู้ ด้วยการหาทางแก้ทุกหนทาง เช่น หาทางลดต้นทุนจากทุกกระบวนการ และอีกหลายช่องทาง เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด โดยไม่คิดที่จะทิ้งลูกน้อง Lay off พนักงาน หรือลดเงินเดือนพนักงาน ที่เคยร่วมสู้ฝ่าฟันด้วยกันมา”

กฤษณ์บอกว่า เขาใช้เวลาคิดหลายเดือนกับปัญหาที่เกิดขึ้น และมองตัวเองมากขึ้น ในที่สุดจึงคิดได้ว่า ต้องหาช่องทางส่งออกสินค้าไปขายที่ต่างประเทศ เพราะสภาพในประเทศเราแย่ แต่ประเทศอื่นอาจไม่ได้แย่ตาม เขาจึงเลือกตลาดส่งออกไปยังจีนเป็นอันดับแรก เพราะเห็นว่าเป็นตลาดใหญ่ เติบโตเร็ว และคนจีนยอมรับในสินค้าไทย

“นอกจากตลาดจีน ผมยังหาทางเข้าไปเจาะตลาดเพื่อนบ้านอาเซียน ยอมรับว่ามันไม่ง่ายเลย ขนาดสินค้ารายใหญ่ๆ ยังต้องใช้เวลา 2-3 ปี กว่าจะเข้าไปปูพื้นฐานและเจาะตลาดได้สำเร็จ แต่เราเข้าไปแค่ปีกว่า ก็สามารถทำตลาดได้แล้ว นับว่าได้ผลตอบรับที่เร็วมาก”

กฤษณ์บอกว่า สินค้าที่เขาผลิตขึ้นเป็นเครื่องสำอางแบรนด์ไทย ผลิตจากสมุนไพรมีคุณค่า เช่น น้ำมันสำหรับนวดผิว และเซรั่มสำหรับใช้กับผิวและตามจุดซ่อนเร้นต่างๆ ทั้งของบุรุษและสตรี สกัดมาจากกวาวเครือแดง และกวาวเครือขาว เป็นต้น

“สินค้าเหล่านี้ บางทีหลายคนอาจมองว่าเป็นแค่สินค้าโอทอป เพราะคนไทยคุ้นชินกับสมุนไพรไทย จนกลายเป็นของธรรมดาในสายตา แต่ผมคิดกลับด้านนะ ต่างชาติเขาจะมองอย่างเห็นคุณค่าว่าเป็นสินค้ามีเกรด มีระดับ ที่สำคัญเราต้องใส่นวัตกรรมลงไปในผลิตภัณฑ์ของเราให้ยากต่อการเลียนแบบ และมีงานวิจัยทางวิชาการสนับสนุน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ”

กฤษณ์บอกว่า ทำอะไรต้องมองไปข้างหน้าให้ยาวๆ หาให้เจอ คิดให้ต่าง และก้าวให้เร็วกว่าคนอื่น การเป็นเจ้าของกิจการ เก่งอย่างเดียวไม่พอ ยังต้องรักในสิ่งที่ตัวเองทำ เพราะถ้าไม่รักธุรกิจที่ทำ เราจะไม่มีพลังพอที่จะฟันฝ่าอุปสรรค แม่ทัพที่ดี ยังต้องคิดบวกให้เป็นแรงผลัก และคิดลบเพื่อหาทางกันไว้ล่วงหน้า...ถ้าคิดและทำได้เช่นนี้ จะช่วยให้ธุรกิจของเราเดินหน้าไปได้อย่างยั่งยืน

ยังมีอีกหลายเรื่องราวการฝ่าฟันอุปสรรคของเอสเอ็มอีดาวเด่น ที่เคยล้มลุกคลุกคลาน แต่กลับมาฟื้นคืนชีพได้อีกครั้ง อย่างเช่น ธุรกิจเครื่องดื่มรังนกของ กิตติสัณห์ และ ประพิณศรี กิจค้า 2 สามีภรรยาที่กัดฟันสู้จนธุรกิจฟื้น และได้เป็นเอสเอ็มอีดาวเด่นของ จ.กระบี่ หรือเส้นทางการต่อสู้ของ อาภา วราภิวัฒนกุล เจ้าของผลิตภัณฑ์เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ที่ประสบความสำเร็จจนได้เป็นดาวเด่นของ จ.ภูเก็ต เป็นต้น

สำหรับเจ้าของเอสเอ็มอีที่ล้มเหลวในธุรกิจ หรือกำลังคิดสั้น...ช้าก่อน ลองเข้าไปศึกษาเส้นทางการต่อสู้จนประสบความสำเร็จของเอสเอ็มอีเหล่านี้ กับทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โทร. 0–2202–4493 หรือเว็บไซต์ www.DIP.GO.TH เพราะท้ายสุดแล้ว ท่านอาจได้พบกับแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์.

23 มิ.ย. 2559 11:34 23 มิ.ย. 2559 11:35 ไทยรัฐ