วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขนมบ้า ยาบ้า

ขนม “บ้าบิ่น” ทำด้วยแป้งข้าวเหนียว ผสมมะพร้าว น้ำตาลทราย ปิ้งด้วยไฟ กินอร่อยแล้วก็มักคิดว่า คนธรรมดา จะกลายเป็นคน “บ้าบิ่น” ไปตามชื่อขนมด้วยหรือเปล่า?

สมัยก่อน เป็นขนมชั้นดี ถูกเลือกไปใช้ในพิธีขนมขันหมาก และติดกัณฑ์เทศน์

ส.พลายน้อย เขียนไว้ใน “เรื่องข้างสำรับ” (สำนักพิมพ์พิมพ์คำ พ.ศ.2559) ว่า ชื่อ “บ้าบิ่น” มีคนสงสัย ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เขียนไปถาม ก.ศ.ร.กุหลาบ ในหนังสือพิมพ์สยามประเภท

อาจารย์ตอบฉาดฉานว่า ที่เรียกขนมบ้าบิ่น ก็เพราะ “ป้าบิ่น” แกเป็นคนทำขึ้นเป็นครั้งแรก

ครั้งนั้น ชื่อเสียง ก.ศ.ร.กุหลาบ ยังดี จึงมีคนเชื่อเรื่องนี้กันมาก แต่ต่อมา เมื่อผู้ใหญ่ในแผ่นดิน จับไต๋ได้ว่า หลายเรื่องในประวัติศาสตร์พงศาวดาร ที่อาจารย์เขียนไว้นั้น “ไม่ใช่เรื่องจริง”

“กุ” กลายเป็นคำแสดงความหมาย ของเรื่องโกหก หรือเรื่องไม่จริง

เมื่อไม่เชื่อกันเสียแล้ว ก็พาลไม่เชื่อเรื่องชื่อขนมบ้าบิ่นโดยเชื่อว่า ชื่อบ้าบิ่น มาจากขนมต่างประเทศ ที่ชื่อ “บาร์บิล”

แต่ขนมบาร์บิล หน้าตาเป็นไง รสชาติแบบไหน ก็ไม่มีใครแจกแจงแสดงให้เห็น

ส.พลายน้อย บอกว่า คุณสุดารา สุจฉายา สัมภาษณ์ คุณยายเป้า (ประสาทพร) มณีประสิทธิ์ เชื้อสายพวกโปรตุเกส กุฎีจีน เก่งทำขนม ตอนอายุกว่า 80 ปี ท่านว่า มีญาติผู้ใหญ่ฝ่ายแม่คนหนึ่ง ชื่อ “บิ่น”

แม่บิ่นเป็นผู้ประดิษฐ์คิดทำขนมบ้าบิ่น เรียกกันตั้งแต่สมัยนั้นว่า “ขนมป้าบิ่น” แล้วจึงกลายเป็น “ขนมบ้าบิ่น” ถ้าเรื่องนี้เป็นจริง ก็กู้ชื่อ ก.ศ.ร.กุหลาบ ไว้ได้

ขนมบ้าบิ่น กินอร่อย ความมันของมะพร้าว ความหวานของน้ำตาล ทราย...ให้ความชื่นใจ ไม่เคยมีข่าวใครกินแล้วออกฤทธิ์อุ้มเด็กไปเอามีดจ่อคอ เหมือนคนกินยาบ้า เลย

ยาบ้า...เดิมที เป็นยาแอมเฟตามีน เด็กรุ่นผมเคยซื้อกินแก้ง่วง ตอนดูหนังสือสอบ เม็ดละไม่กี่สตางค์ พอคนขับรถสิบล้อ เอาไปกินบ้าง ดูเหมือนยาจะมีตราม้า จนแพร่หลาย ชื่อยาแก้ง่วง ก็เปลี่ยนเป็นยาม้า ขายกันเม็ดละ 5 บาท

ต่อมา เมื่อมีข่าวสิบล้อเมายาม้า ขับรถชนคนตาย...หนาหู ตำรวจก็เริ่มจับ ยาม้าก็แพงขึ้นเป็นเม็ดละ 20 บาท จนกระทั่ง...นักการเมืองคนดัง เห็นว่าเรียกยาม้าต่อไป คนเสพไม่กลัว

ปรับระดับจากวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท เป็นยาเสพติด เปลี่ยนชื่อเป็นยาบ้า

โทษทางกฎหมายก็แรง โทษทางสังคมก็แรง ยาบ้าก็จึงแพงขึ้นไปตามกลไกการตลาด เป็นเม็ดละ 100 บาท

รัฐบาลทักษิณ เล่นหนัก ใช้คนมีสีอุ้มคนค้ายาบ้าไปฆ่าเสียกว่าสามพัน ราคายาบ้า พุ่งขึ้นไปเม็ดละ 200 บาท

ราคายิ่งแพง ก็ยั่วใจคนผลิต จนยาบ้าเป็นยายอดฮิตติดลมบน แพร่หลายไปทั้งโลก

ตัวเลขล่าสุด เมืองไทย มีทั้งผู้ค้า ผู้เกี่ยวข้องและคนเสพ หมุนเวียนเข้าคุกปีละกว่า 1.5 ล้านคน สร้างปัญหาให้กรมราชทัณฑ์ สร้างคุกเพิ่มแค่ไหน ก็ยังไม่พอ

ท่าทีของท่านรัฐมนตรียุติธรรม ท่านก็เดินตามกระแสโลก เมื่อโลกเริ่มเห็นว่า ยิ่งเล่นไม้แข็ง เพิ่มโทษยาบ้ายิ่งขายดี ทำไม ไม่ใช้ไม้นวมลองเปลี่ยนวิธี ...ประนีประนอม

ผู้ค้ายังโทษหนัก เครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง หาวิธีผ่อนปรนนอกคุก ส่วนผู้เสพนั้น ให้อยู่ในฐานคนป่วย ต้องดูแลรักษา

แนวคิดนี้ ผมเห็นดีด้วย ช่วยให้คุกว่าง ช่วยลดดีมานด์ ราคายาบ้าจะถูกลง ปริมาณการผลิตก็จะลดลง

ส่วนประเด็น จะเอาสารตั้งต้น ถ้าเป็นแอมเฟตามีน ไปใช้ในการแพทย์ ก็ทำไป แต่ต้องแยก สารตั้งต้น เม็ดแอมเฟตามีน ออก เพราะแพทย์บอกว่า สารผสมยาบ้าราวร้อยละ 20 ตัวนี้ มีผลทำลายสมอง

คนที่เสพติดหนัก จนออกท่า บ้าบิ่น...ทำให้หวาดเสียวกันนั้น มีอยู่ 2-3 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น

ส่วนที่เหลืออีก 97-98 เปอร์เซ็นต์ ฤทธิ์แอมเฟตามีนบวกคาเฟอีน เหมือนกินกาแฟเข้มข้น มีคนกินทุกวัน ที่ทำท่าซึมเซาเหงาง่วง ก็กลายเป็นรื่นเริงบันเทิงแจ่มใส ไม่ยอมหลับยอมนอน

แยกข้อดี ข้อร้าย ข้อน่ารัก น่าชัง ออกจากยาบ้า หรือจะเลิกชื่อยาบ้า มาเรียกยาดี ก็ยิ่งดี ผมไม่ได้ประชดนะ ถ้าทำจริง ปัญหายาบ้า จะค่อยๆทุเลาลง.

กิเลน ประลองเชิง

23 มิ.ย. 2559 11:21 23 มิ.ย. 2559 11:21 ไทยรัฐ