วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นกไม่มีคอนเกาะ

นกไม่มีคอนเกาะ

  • Share:

World Beyond เดินทางสร้างชาติ ช่อง 3 เสาร์พรุ่งนี้ 06.00-06.30 น. รับใช้เรื่องของกรุงหริหราลัย ในส่วนที่เกี่ยวกับอิทธิพลจากชวาและรัฐทมิฬนาฑูของอินเดีย น่าชมครับ

ศุกร์วันนี้ ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ พูดรับใช้ผู้บริหารท้องถิ่น ที่สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย 13.00-16.00 น.

ติดตามการหาเสียงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครแข่งขันเป็นประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน ทำให้หลายคนนึกถึงนายจอร์จ วอลเลซ อดีตผู้ว่าการรัฐอลาบามาที่สมัครแข่งขันเป็นประธานาธิบดีแบบอิสระ เมื่อ ค.ศ.1968 ซึ่งไม่เคยมีใครคิดมาก่อนดอกครับ ว่าแกจะได้คะแนนเสียงมาก เพราะแกหาเสียงว่าจะปราบปรามนิโกรด้วยดาบปลายปืน และจะทิ้งระเบิดเวียดนามเหนือให้หนักขึ้น

ตอนนายวอลเลซพูดหาเสียงช่วงแรกๆไม่มีใครชอบแกเลย แถมดูแกเป็นผู้สมัครจอมโหด แต่ผลการเลือกตั้งนายวอลเลซกลับได้คะแนนจากประชาชนมากถึง 9,906,473 คน และ 45 คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งประธานาธิบดี มีคนทำนายทายว่าถ้าแกได้เป็นผู้สมัครของพรรคใดพรรคหนึ่งในสองพรรคใหญ่ คือรีพับลิกันหรือเดโมแครต
แกจะต้องได้เป็นประธานาธิบดีชัวร์ กระแสคนอเมริกันสมัยนั้นคล้ายกับสมัยนี้ครับ คือชอบคนแรง แรงอย่างนายทรัมป์นี่ใช่เลย

หลายครั้งที่คนอเมริกันไม่รู้จะเลือกใคร เพราะผู้เสนอตัวให้เลือกอยู่บนเวทีมีคุณสมบัติไม่เจ๋ง แต่ขึ้นไปได้เพราะความพยายามซ้ำๆ ที่เห็นชัดก็อย่างนายริชาร์ด นิกสัน ที่แพ้เลือกตั้งประธานาธิบดีไปแล้วรอบหนึ่งเมื่อ ค.ศ.1960 อีก 2 ปีต่อมา ก็ไปสมัครเป็นผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย แต่ก็สอบตก ไม่มีงานทำก็ไปเป็นทนายความแล้วก็เสนอตัวเป็นผู้สมัครของพรรครีพับลิกันใหม่ ถูไถเก็บคะแนนรัฐโน้นรัฐนี้มาเรื่อยจนได้เป็นผู้สมัคร แล้วก็ชนะเลือกตั้งด้วยคะแนนคิดเป็นร้อยละ 43.4 ในขณะผู้สมัครของเดโมแครตที่ได้ที่สองหายใจรดต้นคอได้ร้อยละ 42.7

ความโกลาหลอลหม่านของสังคมอเมริกันมีสูงมากในทศวรรษ 1960 อดีตประธานาธิบดีจอห์นสัน พรรคเดโมแครตก็อ่อนล้าซะจนประกาศว่า ข้าพเจ้าไม่เอาแล้วการเมือง ขอเป็นสมัยเดียวพอ ข้าพเจ้าเหนื่อยใจ และไม่ขอลงสมัครประธานาธิบดีเป็นครั้งที่สอง

ในสภาคองเกรส ทั้งสภาล่างสภาบนมีแต่สมาชิกพรรคเดโมแครต เมื่อนิกสันชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดี จึงทำงานลำบากมาก คนที่ประคองให้รัฐบาลนิกสันยังพอทำงานไปได้ก็คือรัฐมนตรีต่างประเทศคนเก่งที่มีชื่อว่านายเฮนรี คิสซิงเจอร์ แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอดครับ นายนิกสันเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐฯ ที่ต้องลาออกจากตำแหน่ง

50 ปีต่อมา วันนี้เป็นที่แน่ชัดแล้วนะครับ ถ้าไม่ใช่นางคลินตัน ก็ต้องเป็นนายทรัมป์ที่จะชนะเลือกตั้ง 8 พฤศจิกายน 2559 ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทั้งสองคนไม่สด เป็นผู้ที่เคยสมัครมาก่อน และก็สอบตกจนช้ำแล้ว หลายคนเริ่มกังวลว่าสหรัฐฯจะกลายเป็นดินแดนวุ่นวายขายปลาช่อนเหมือนเมื่อสมัยทศวรรษ 1960 ซึ่งในยุคนั้นคนหนุ่มสาวออกมาต่อต้านวัฒนธรรม ต่อต้านบรรพบุรุษที่ยึดหลักทำงานหนักเพื่อความก้าวหน้าในชีวิต ต้องมีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ต้องมีความมัธยัสถ์ ต้องขยันทำมาหากินเพื่อเอาชนะความยากจน ต้องเคารพกฎหมาย ยึดมั่นกับครอบครัว และต้องมีความนับถือตัวเองสูง

เมื่อผู้นำเป็น “ตัวอย่างที่ดี” ไม่ได้ สังคมจึงลอยเหมือนนกไม่มีคอนเกาะ วัยรุ่นอเมริกันในยุคทศวรรษ 1960 เป็นโรคซึมเศร้ากันเยอะ จำนวนไม่น้อยเข้าหากัญชาและเฮโรอีน ยาเสพติดระบาดเข้าไปในทุกมหาวิทยาลัย

คนอเมริกันสมัยนั้นเบื่อการเมือง คนจำนวนหนึ่งเริ่มทำตัวเป็นฮิปปี้ส์ ไม่สนใจตัวเองแล้ว ไม่อาบน้ำ แต่งตัวสกปรกซอมซ่อ ไว้ผมหนวดเครายาวเฟื้อย ใส่รองเท้าแตะ ไม่ผูกเนกไท ไม่ใส่รองเท้าเด็กหนุ่มสาวกลายเป็น flower children หรือบุปผาดรุณ พวกผู้ใหญ่ก็กลายเป็น flower people หรือบุปผาชน ที่ไม่สนใจประเพณี ปล่อยตัวตามสบายและเลิกสนใจการเมือง เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่จริงใจต่อกัน เป็นเรื่องของไอ้พวกบ้าอำนาจ

มีคนทำนายทายว่า

ถ้านายทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดี

สังคมอเมริกันจะเป็น “อะไรสักอย่างหนึ่ง” แบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในยุคของจอห์นสัน และนิกสัน

ไม่มีใครบอกได้ว่าคืออะไร

แต่เชื่อกันว่าแนวโน้มอย่างนั้นจะเกิดขึ้นแน่นอน.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th 
www.nitipoom.media 
www.facebook.com/nitipoom.thailand 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้