วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เชือด‘ปราบโกง’ 19นปช.โดนหมายเรียก

หาขัดคําสั่งคสช.ชุมนุมเกิน5คน ตู่ขยะแขยงเกมลากไปศาลทหาร มีชัยฉุนขอด่ามารดาฮิวแมนไรท์

ออกหมายเรียก 19 แกนนำ นปช. ฝ่าฝืนประกาศ คสช. ชุมนุมเกิน 5 คน สืบเนื่องจากความพยายามเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ “ตู่-เต้น-เหวง-ธิดา” โดนถ้วนหน้า อดีตแกนนำพรรคพลังประชาชน “ยงยุทธ-สงคราม” ก็ไม่รอด นัดพบ 30 มิ.ย. ถ้าไม่ไปเรียกซ้ำอีกครั้ง ก่อนเปลี่ยนเป็นหมายจับ ปชป.จี้อัยการฟันซ้ำแกนนำแดงผิดเงื่อนไขประกันตัว เคลื่อนไหวการเมืองหนักมาก ด้าน นปช.เคลื่อนต่อยื่นหนังสือ “บิ๊กป้อม” วอนยุติคุกคามเครือข่าย นปช. “ตู่” ซัดเกมน่าขยะแขยงลากเข้าสู่ศาลทหาร “เต้น” ไม่สะดุ้ง ไม่ยอมรับข้อหา แต่พร้อมไปตามหมายเรียก เล็งฟ้องยูเอ็นอีกกระทง ฮิวแมนไรท์วอทช์สะกิดแรง จี้รัฐบาลเปิดเสรีแสดงความเห็นประชามติ “มีชัย” ฉุนควันออกหู ขอไปยืนด่ามารดาหน้าสำนักงานบ้างได้มั้ย ศาล รธน.ได้ฤกษ์นัดวินิจฉัยคำร้อง ม.61 วรรค 2 29 มิ.ย. ส่วนกรณีจีที 200 สะท้านโลก “วิษณุ” ให้ อสส.เจ้าภาพเรียกเงินเยียวยา ให้ ป.ป.ช.ตั้งแท่นชงเรื่องฟ้อง แย้มหน่วยจัดซื้อไม่ผิด ด้าน ป.ป.ช.เตรียมทุบโต๊ะสรุปเดือน ก.ย.

หลังจากฝ่ายความมั่นคงปฏิบัติการปูพรมบล็อกการเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ท่ามกลางความไม่พอใจของแกนนำ นปช. และยังคงเคลื่อนไหวต่อเนื่องเรื่อยมา โดยพยายามสื่อสารไปยังองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) นั้น

ออกหมายเรียกแกนนำ นปช.ชุมนุมเกิน 5

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 มิ.ย. ที่ศาลทหารกรุงเทพ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ ได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปรามให้ดำเนินคดีกับแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในข้อหาข้อหาฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 7/2557 ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนขึ้นไป จากกรณีที่ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวศูนย์ปราบโกงประชามติ ที่อิมพีเรียลลาดพร้าว เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยพนักงาน สอบสวนกองบังคับการปราบปรามได้นัดผู้ที่ถูกกล่าวหาทั้งหมดเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในเวลา 09.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม

19 แกนนำแดงตัวพ่อโดนระนาว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.ฐิติ เปฏะพันธุ์ พงส.กก.1 บก.ป. ได้ออกหมายเรียกนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. นางธิดา ถาวรเศรษฐ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ นพ.เหวง โตจิราการ นายนิสิต สินธุไพร นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ นายยงยุทธ ติยะไพรัช นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ นายสมหวัง อัสราษี นายยศวริศ ชูกล่อม นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ นายเกริกมนตรี รุจโสตถิรพัฒน์ นายอารี ไกรนรา นายสมชาย ใจมุ่ง นายพรศักดิ์ ศรีละมุล และนายศักดิ์รพี พรหมชาติ ให้มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ที่กองบังคับการกองปราบปราม หากไม่เดินทางมาพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา จะออกหมายเรียกไปอีก 1 ครั้ง และถ้าไม่มาพบอีกพนักงานสอบสวนจะออกหมายจับดำเนินคดีต่อไป

ปชป.จี้อัยการฟันซ้ำผิดเงื่อนไขศาล

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้อัยการพิจารณาพฤติกรรมการเคลื่อนไหวของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.และพวกที่ตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติจนถูกตั้งข้อกล่าวหาว่า เป็นการกระทำที่ผิดเงื่อนไขที่ศาลเคยอนุญาตให้ประกันตัวจากคดีก่อการร้ายหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้กลุ่มบุคคลเหล่านี้เคยได้รับการประกันตัว แต่มีเงื่อนไขห้ามเคลื่อนไหวทางการเมืองใดๆ แต่วันนี้คนกลุ่มนี้ยังเคลื่อนไหวทางการเมืองโดยไม่สนใจเงื่อนไขการประกันตัว ดังนั้นอัยการควรดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง หากเห็นว่าเข้าข่ายผิดเงื่อนไข ก็ควรยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อขอถอนการประกันตัวจะได้ไม่เกิดปัญหาซ้ำซาก

ร้อง กกต.สอบเพื่อไทย-ศูนย์ปราบโกง

เมื่อเวลา 11.50 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันแห่งชาติ พร้อมคณะ ยื่นหนังสือต่อ กกต. ขอให้ตรวจสอบกรณีกลุ่ม นปช. จัดตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติทั่วประเทศ และกรณีที่แกนนำพรรคเพื่อไทยแสดงความเห็นไม่รับร่างรัฐธรรมนูญผ่านเฟซบุ๊ก เนื่องจากเห็นว่าอาจเข้าข่ายการกระทำผิด พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 (1) (3) และวรรคหนึ่ง ผิดตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 7/2557 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง และผิดตาม พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2499 ความผิดต่อความมั่นคงต่อราชอาณาจักร มาตรา 116 หรือไม่

นปช.ยื่นหนังสือ “บิ๊กป้อม” ยุติคุกคาม

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน บริเวณสำนักงาน ก.พ. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. พร้อมด้วยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ขอให้เจ้าหน้าที่รัฐหยุดคุกคามประชาชนที่เปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ โดยนายจตุพรกล่าวว่า ขอสื่อสารไปยัง พล.อ.ประวิตรในฐานะเป็นซุปเปอร์รัฏฐาธิปัตย์ และคิดจะเป็นนายกฯในอนาคต ที่มีใจนักเลงรักษาคำพูด และทราบว่าอะไรคือการรังแกประชาชน ขอให้ท่านยุติการคุกคามประชาชน การที่เจ้าหน้าที่นำเสื้อและป้ายไปแถลงข่าวเสมือนจับของผิดกฎหมายนั้น ขอให้พอได้แล้ว คนที่คิดการใหญ่จะมาเป็นว่าที่นายกฯไม่ควรจะทำตัวเล็ก ส่วนการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะแจ้งข้อกล่าวหาพวกตนชุมนุมเกิน 5 กรณีเปิดศูนย์ปราบโกงประชามตินั้น ยืนยันวันนั้นไม่ได้ชุมนุมใดๆ เพียงแค่ยืนแถลงข่าว แต่ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ แจ้งข้อหาพวกตนเพื่อลากเข้าสู่ศาลทหาร เป็นเรื่องน่าขยะแขยง หลายครั้ง พ.อ.บุรินทร์ใช้วิธีการนี้ เป็นเรื่องที่ใช้ไม่ได้เพราะไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ จึงเข้าข่ายแจ้งความเท็จ

เย้ยมีความลับอะไรกลัวจนลนลาน

“สิ่งที่รัฐบาลควรรับฟังคือคำแถลงของ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ที่ขอให้เปิดพื้นที่เสรีภาพแสดงความเห็นร่างรัฐธรรมนูญมากกว่าการโอ้อวดของนายกฯ ว่าคุยกับเลขายูเอ็นแล้ว รวมถึงการกลัวแพ้ประชามติ ของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ที่ปลุกคนไทยขจัดอันธพาล เนื่องจากถ่ายรูปครู ค. เวลาลงพื้นที่มีความลับอะไรถึงกลัวแพ้จนลนลาน พวกผมจะไปที่สำนักงานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สัปดาห์หน้า และ กกต. เพื่อตกลงว่าทำอะไรได้บ้าง” นายจตุพรกล่าว

ไม่ยอมรับข้อหาชุมนุมทางการเมือง

ขณะที่นายณัฐวุฒิกล่าวว่า การออกหมายเรียกแกนนำ นปช. ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ที่ร่วมกิจกรรมเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติเราไม่เห็นด้วย และไม่ยอมรับข้อกล่าวหาที่ปรากฏอยู่ในหมายเรียก โดยเฉพาะการชุมนุมทางการเมืองนำไปสู่ความวุ่นวาย เพราะวันดังกล่าวมีแต่การเจรจาไม่มีความเคลื่อนไหวในรูปแบบอื่น อย่างไรก็ตาม ถ้ามีหมายเรียกมาพวกเราพร้อมจะเข้าไปพิสูจน์ตัวเองในกระบวนการยุติธรรม พร้อมยืดอกไปพบกับทุกอำนาจที่กำลังกระทำกับเราอยู่ในขณะนี้ คาดว่าทุกคนที่ได้รับหมายเรียกจะทยอยกันไป ถึงจะออกหมายเรียก 20-30 ใบ แต่พวกเราไม่หวั่น มั่นใจในความบริสุทธิ์ แต่ก็เป็นสิทธิของพวกตนเช่นกันที่จะรวบรวมหมายเรียกทั้งหมด สื่อสารไปยังหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติให้ทราบความคืบหน้าของสถานการณ์ ซึ่งเป็นการนำเสนอข้อมูล ไม่ใช่ให้เข้ามาแทรกแซงก้าวก่ายกระบวนการของไทย

สับ “ประยุทธ์” พูดเอาแต่ได้

นายณัฐวุฒิยังกล่าวถึงกรณีนายกฯระบุคุยกับเลขาสหประชาชาติ 30 นาที แต่เป็นฝ่ายพูด 25 นาที ว่า สาระที่แท้จริงคือองค์การสหประชาชาติเขาไม่สนับสนุนรัฐบาลนี้ แต่สนับสนุนระบอบประชาธิปไตยที่เป็นหลักการเดียวที่พวกตนยืนยันมาตลอด ถ้ารัฐบาลนี้เดินหน้าไปสู่ประชาธิปไตยได้แท้จริง พวกเราพร้อมที่จะรอคอย แต่การออกมาในครั้งนี้เพราะเห็นว่าทิศทางมันไม่ใช่ทั้งหมด รูปแบบ วิธีการ เนื้อหา ไม่ได้นำไปสู่ประชาธิปไตย นายกฯเล่าความจริงไม่หมด เอาแต่ข้างที่จะได้ ข้างที่เขาพูดตรงไปตรงมาว่าเสรีภาพทุกคนควรมี กลับไม่ใส่ใจ

ฮิวแมนไรท์วอทช์จี้เปิดกว้างถกเถียง

วันเดียวกัน นายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการกลุ่มเฝ้าระวังสิทธิมนุษยชน “ฮิวแมน ไรท์ วอทช์” ประจำภูมิภาคเอเชีย ออกแถลงการณ์ว่า รัฐบาลทหารไทยใช้คำข่มขู่บีบให้ประชาชนสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญที่จะเปิดทางให้ทหารอยู่ในอำนาจนานขึ้น บรรดานายพลหวังว่าคนไทยจะหุบปาก เชื่อฟังคำสั่ง และสนับสนุนร่างดังกล่าวโดยไม่ต้องมีการหารือหรือการถกเถียงใดๆ ซึ่งตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนสากลได้คุ้มครองสิทธิของชาวไทยในการแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญและอิสรภาพในการลงคะแนน ดังนั้นกลุ่มเฝ้าระวังสิทธิมนุษยชนจึงขอเรียกร้องรัฐบาลทหารไทยให้ยกเลิกข้อบังคับต่างๆที่เป็นการปิดกั้นเสรีภาพแสดงความคิดเห็นโดยทันที และเปิดให้มีการถกเถียงเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงทำให้มั่นใจว่าการลงประชามติจะเป็นไปอย่างยุติธรรม ทั้งนี้ สหประชาชาติและมิตรประเทศของไทย ควรแสดงจุดยืนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าจะยอมรับการทำประชามติที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล และการจัดทำประชามติอย่างเสรีภาพยุติธรรมที่จะมากำหนดอนาคตประเทศไทยนั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากยังคงมีการปิดกั้นสิทธิการแสดงความคิดเห็นและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

กกต.ชวนลงทะเบียนนอกเขตจังหวัด

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้งแถลงว่า จากที่ กกต.เปิดให้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตจังหวัดตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. ปรากฏว่าถึงวันที่ 22 มิ.ย. มีผู้ลงทะเบียนแล้ว 48,050 คน ถือเป็นจำนวนไม่มากนักน่าจะเกิดจากความไม่เข้าใจและความไม่รู้ของประชาชนเกี่ยวกับวิธีการลงทะเบียน จึงขอให้ผู้ประสงค์จะใช้สิทธิ เลือกตั้งนอกเขตจังหวัดเร่งลงทะเบียน สามารถยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร สำนักทะเบียนท้องถิ่นได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.-7 ก.ค. ยื่นคำขอทางไปรษณีย์หรือผ่านทางอินเตอร์เน็ตเว็บไซต์ http://election.dopa.go.th ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค-30 มิ.ย.

“สมชัย” โยนแหลกตามฟอร์มเดิม

นายสมชัยกล่าวว่า วันที่ 23 มิ.ย. จะส่งหนังสือในนามส่วนตัวเชิญนายอรุณ วัชรสวัสดิ์ ผู้เขียนการ์ตูน และบรรณาธิการมติชนสุดสัปดาห์ออนไลน์ มาพบในวันที่ 30 มิ.ย. เพื่อให้ชี้แจงกรณีพบการเผยแพร่ข้อความที่มีลักษณะเป็นการ์ตูนผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ตด้วยข้อความเท็จ หลังจากสอบถามไปยัง กรธ.แล้วได้รับคำยืนยันอย่างไม่เป็นทางการว่าข้อความดังกล่าวเป็นเท็จ หากเข้าใจผิดก็ต้องแก้ไขให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง แต่ถ้ายังไม่มีการแก้ไขก็ต้องดำเนินการขั้นตอนต่อไปแต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด แต่ถ้ามีใครหยิบเรื่องนี้ไปดำเนินการทางกฎหมายก่อนก็สามารถทำได้ ส่วนกรณีที่ฮิวแมนไรท์วอทช์เรียกร้องให้เปิดพื้นที่แสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ โดยขยายการจัดเวทีชี้แจงเพิ่มเติม ต้องเอาเข้าสู่ที่ประชุม กกต.ว่าจำเป็นต้องเปิดเวทีเพิ่มหรือไม่ เป็นเรื่องของนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ เพราะเป็นผู้รับผิดชอบ

“วิษณุ” ไม่ต้อนรับยูเอ็นสังเกตการณ์

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กรณีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยื่นหนังสือขอให้องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ส่งตัวแทนร่วมสังเกตการณ์การทำประชามติว่า ไม่ขอตอบ เมื่อถามว่า ถ้าตัวแทนยูเอ็นจะเข้ามาสังเกตการณ์ต้องติดต่อกับ กกต.หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า เข้ามาโดยไม่ต้องติดต่อใครก็ได้ เหมือนนักท่องเที่ยวไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าจะมาอย่างเป็นทางการ โดยการเชิญมาเหมือนการสังเกตการณ์การเลือกตั้งที่เราต้องออกค่าใช้จ่ายให้ อำนวยความสะดวก รับรองความปลอดภัยให้นั้น เราไม่มีความคิดและตั้งใจหรือเตรียมงบประมาณสำหรับการทำเช่นนั้นไว้ แต่จะมีการเชิญผู้สังเกตการณ์ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปที่จะมีขึ้น เพราะในการทำประชามติประชาชนสามารถช่วยเป็นหูเป็นตาได้อยู่แล้ว

“มีชัย” สังเคราะห์ปัญหาใส่ร่าง รธน.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร จัดงานสัมมนา “การสร้างความ เข้าใจร่างรัฐธรรมนูญและการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญและคำถามเพิ่มเติมของ สนช.” แก่ผู้นำชุมชนทั่ว กทม. 2,000 คน นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า การร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ กรธ.ไม่ได้เอาสนุกหรือเอาความคิดฝ่ายเดียวจาก กรธ. แต่เอาจากการสำรวจปัญหาของบ้านเมืองที่เคยมีคนทำไว้ รวมทั้งความคิดเห็นประชาชน แล้วถามตัวเองว่าประเทศไทยเราอยู่สุขสบายดีหรือมีปัญหาอะไร ทำไมเราถึงต้องมาร่างรัฐธรรมนูญซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะทำอย่างไรให้ประเทศสงบ เดินไปข้างหน้า หมดความกินแหนงแคลงใจต่อกัน หลังจากรวบรวมปัญหาแล้วพบว่ามีไม่มาก แต่เป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องได้รับการแก้ไข และต้องกำหนดเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ คือ ความไม่ยุติธรรม รัฐบาลมักใช้อำนาจที่เขาอยากทำโดยไม่นึกถึงผลกระทบต่อประชาชน ประชาชนเองก็ขาดวินัย เราต้องทำให้มีกฎหมายแค่ที่จำเป็นและสำคัญ ต้องตรวจสอบด้วยว่าเวลาเราออกกฎหมายมีความสะดวกต่อเจ้าหน้าที่รัฐนิดหน่อย แต่กลับไม่สะดวกกับประชาชนทั้งประเทศหรือไม่

กลัวคนละเมอเพ้อพกโกหกหน้าตาย

“ผมเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เราเขียนในรัฐธรรมนูญจะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติในอนาคตโดยรวม และจะผลักดันให้ประเทศเดินหน้า สู้กับต่างประเทศได้อย่างมีศักดิ์ศรี ผมขอยกมือสิบนิ้วขึ้นวันทา ขอให้ทุกคนช่วยบอกต่อสาระสำคัญที่ถูกต้องของรัฐธรรมนูญ เราไม่กลัวว่าเราจะเขียนผิด แต่กลัวคนที่ไปแกล้งบอกเนื้อหาต่อคนอื่นผิดๆ แบบหน้าตายมากกว่า ผม หวังอยากให้ทุกคนนึกถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ” นายมีชัยกล่าว

ฉุนฮิวแมนไรท์วอทช์ขอไปยืนด่าบ้าง

ต่อมานายมีชัยให้สัมภาษณ์ถึงรายงานการสังเกตการณ์และประเมินผลการลงพื้นที่ชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญให้กับประชาชนว่า ยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แม้ในบางพื้นที่วิทยากรเครือข่ายจะไม่ได้ทำความเข้าใจในเนื้อหาก่อนบอกต่อประชาชน แต่ในทางปฏิบัติวิทยากรได้อ่านเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญให้ชาวบ้านฟัง ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้ อย่างไร ก็ตาม ในบางพื้นที่ที่วิทยากรมีตำแหน่งเป็นครูหรือสัสดี พบว่าได้อ่านเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญและทำความเข้าใจก่อนบอกต่อประชาชนจึงสามารถบอกเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญให้กับประชาชนโดยวิธีปากต่อปากได้ ส่วนกรณีที่กลุ่มฮิวแมนไรท์วอทช์เรียกร้องให้เปิดกว้างต่อการแสดงความคิดเห็นช่วงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ตนทำมาตลอด ไม่เห็นมีใครห้ามวิจารณ์ ทั้งฮิวแมนวอทช์ หรือไม่วอทช์ ก็พูด ก็วิจารณ์ได้ หรือคนที่รับ หรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญก็แสดงความเห็นได้ ทั้งนี้ มีสิ่งที่ห้ามทำคือ พูดจาหยาบคาย แต่หากฮิวแมนไรท์วอทช์มองว่าพูดจาหยาบคายได้ จะไปยืนด่าพ่อล่อแม่หน้าสำนักงานดูบ้าง จะได้รู้ว่าเป็นอย่างไร

งามไส้แจกอาหารกลางวันบูด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการสัมมนาครั้งนี้มีผู้นำชุมชนในเขต กทม.เข้าร่วม 2,000 คน โดยช่วงเที่ยง เจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทน ราษฎรได้นำข้าวกล่องไปแจกให้ ปรากฏว่ามีผู้ร่วมสัมมนาจำนวนมากระบุว่า ต้มจืดเสีย ทำให้นายภัทระ คำพิทักษ์ กรธ. ต้องกล่าวขอโทษผู้ร่วมสัมมนา พร้อมรับปากไม่ให้เกิดขึ้นอีก

เชื่อยูเอ็นเข้าใจสถานการณ์ไทย

นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงการออกแถลงการณ์ของนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ เน้นย้ำถึงการอภิปรายโต้เถียงแบบเปิดและกว้างขวาง ก่อนวันประชามติ 7 ส.ค. ว่า เชื่อว่าการตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โฮชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ไม่ได้ขึ้นกับ คำพูดของเลขาฯยูเอ็นอย่างเดียว แต่อยู่ที่ข้อมูลข่าวกรอง ถ้า คสช.ประเมินถี่ถ้วนแล้วว่าการเปิดให้มากขึ้น จะไม่เกิดพวกจ้องป่วน ปลุกปั่นจนขัดแย้ง คงเปิดได้ แต่หากยังมีพวกไม่เคารพกฎหมาย ท้าทายอำนาจรัฐ ยุยง ปลุกปั่น จนอุณหภูมิการเมืองแรงขึ้น คสช.คงไม่เปิดให้ ต้องชี้แจงกับนายบัน คี มูน ถึงความจำเป็น เชื่อว่าเลขาฯยูเอ็นคงเข้าใจรัฐบาล แต่ถ้าเขาไม่เข้าใจก็ช่วยไม่ได้

แนะบอกข้อมูลเชิงลึก “บัน คี มูน”

นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ ระบุอยากให้รัฐบาลไทยเปิดกว้างในการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีภาพก่อนถึงวันลงประชามติวันที่ 7 ส.ค. ว่า เข้าใจว่าการเปิดกว้าง ตามความหมายของนายบัน คี มูน เป็นไปตามทฤษฎีทั่วไป โดยไม่ทราบถึงการเมืองแต่ละฝ่ายภายในประเทศไทยดีพอ มีบางฝ่ายเจตนาไม่สุจริตเคลื่อนไหวแฝงประโยชน์ทางการเมือง ลับ ลวง พราง ตามแนวทางของนายใหญ่ที่ใช้นโยบายโลก ล้อมประเทศไทย ให้ได้รับผลกระทบทั้งภาพลักษณ์และด้านเศรษฐกิจ ฉะนั้น รัฐบาล คสช.ควรส่งคนที่มีความน่าเชื่อถือ และสามารถนั่งคุยในระดับเดียวกับนายบัน คี มูนไปชี้แจงข้อเท็จจริงและบริบทของสถานการณ์ สาเหตุของปัญหาให้ยูเอ็นและนานาชาติเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

พท.จี้ดูแบบอย่างประชามติอังกฤษ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในวันที่ 23 มิ.ย.ประชาคมโลกคงจับตาดูผลการลงประชามติของประเทศอังกฤษ หรือที่เรียกว่า Brexit ที่ประชาชนอังกฤษจะออกเสียงประชามติว่าจะอยู่ร่วมกับอียูต่อหรือไม่ ขณะนี้แนวโน้มที่จะอยู่ต่อเป็นไปได้มาก สำหรับประเทศไทยอาจจะส่งผลกระทบโดยตรงไม่มากนัก เพราะการส่งออกของไทยไปอังกฤษมีสัดส่วน เพียง 2เปอร์เซ็นต์ แต่ผลกระทบจาก Brexit อาจจะมีไปทั้งอียูได้ ซึ่งอาจทำให้การส่งออกไทยไปอียูลดต่ำลงอีกจากที่ลดต่ำอยู่แล้ว เพราะอียูไม่เจรจาเขต การค้าเสรีกับไทย เนื่องจากรัฐบาลไม่เป็นประชาธิปไตย และถ้าอังกฤษออกจริง ประเทศอื่นๆ ที่มีปัญหาทางการเงินอยู่อาจจะออกตามอังกฤษด้วย ซึ่งจะส่งผลกระทบไปทั้งโลก ทั้งนี้ อยากให้รัฐบาลและ คสช.ได้ศึกษาวิธีการทำประชามติของอังกฤษที่เป็นสากล เพื่อที่จะได้นำมาใช้กับการทำประชามติของไทย โดยต้องเปิดให้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างเต็มที่ เพื่อประชาชนจะได้รับทราบถึงข้อดีข้อเสียในทุกด้าน จะได้ตัดสินใจอนาคตของตนเองได้ถูกต้อง อย่าทำให้ประชามติเป็นเพียงแค่การฟอกขาวรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะสุดท้ายแล้วประชาชนจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุดและอาจยาวนานถึง 20 ปี

“วัฒนา” เดือดซัด “มีชัย” น่าขยะแขยง

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก “ถ้าแบบนั้นอันธพาล แบบนี้เรียกอะไร” ว่า รู้สึกขยะแขยงเมื่อได้อ่านข่าวที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ออกมาโวยวายหาว่าชาวบ้านที่จะติดตั้งกล้องถ่ายวีดิโอเป็นอันธพาล ถ้านายมีชัยเห็นว่าการติดตั้งกล้องคือการคุกคาม ลองเปรียบเทียบกับสิ่งที่รัฐบาลทำ เช่น ใช้ทหารยกกำลังมาอุ้มตนกับคนที่เห็นต่างไปกักขัง ยกกำลังไปรื้อถอนและปิดล้อมศูนย์ปราบโกงประชามติ จับประชาชนที่จะเปิดศูนย์ไปกักขัง รวมถึงการที่รัฐบาลอนุมัติงบหมู่บ้านละ 200,000 บาท สั่งตัดชุดเครื่อง แบบใหม่ให้กำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ ชุดละ 2,500 บาท สองโครงการนี้ใช้เงินไปกว่า 150,000 ล้านบาท นายวัฒนาระบุว่าถ้าสิ่งที่ชาวบ้านทำแค่นั้น นายมีชัยเรียกเป็นอันธพาลไม่มีความเป็นมนุษย์ แล้วสิ่งที่รัฐบาลทำต้องเรียกว่าอะไรมีความเป็นมนุษย์หรือไม่ อย่าลืมเอาสิ่งที่รัฐบาลทำกับประชาชนไปฟ้องหัวหน้า คสช. และ กกต.ด้วยเผื่อจะช่วยกัน สะกดคำว่าละอายเป็นบ้าง

“ยิ่งลักษณ์” ยังทำบุญวันเกิดต่อเนื่อง

ด้านความเคลื่อนไหว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ทำบุญตักบาตรในวันคล้ายวันเกิดปีที่ 49 เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา วันเดียวกันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เดินทางไปทำบุญถวายค่าบำรุงภัตตาหาร เวชภัณฑ์ และถวายดอกไม้แด่พระภิกษุ อาพาธ ที่โรงพยาบาลสงฆ์ ท่ามกลางความสนใจ จากผู้ที่มาทำบุญเช่นเคย แห่กันขอถ่ายภาพร่วมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์อย่างใกล้ชิด

ศาล รธน.นัดชี้ขัด ก.ม.ประชามติ 29 มิ.ย.

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่เอกสารข่าวระบุภายหลังการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณากรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน เสนอความเห็นขอให้ศาล รัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาตรา 61 วรรค 2 ของ พ.ร.บ.ประชามติ ขัดต่อรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 4 หรือไม่ โดยที่ประชุมได้พิจารณาคำขอของ สนช.ที่ขอให้ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สนช. ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ และนายสมชาย แสวงการ สนช. ในฐานะเลขานุการ กมธ.วิสามัญ มาแถลงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมด้วยวาจาต่อศาล ซึ่งศาลเห็นว่าเอกสารหลักฐานในสำนวนมีเพียงพอที่ศาลจะวินิจฉัยได้แล้ว จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตตามคำขอ และแจ้งให้ประธาน สนช.ทราบ จากนั้นศาลได้มีการอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัย และได้นัดแถลงด้วยวาจาพร้อมลงมติในวันพุธที่ 29 มิ.ย. เวลา 13.30 น.

“วิษณุ” ให้ อสส.เรียกเงินเยียวยาจีที 200

สำหรับกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องรับผิด ชอบเรียกเงินเยียวยาจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องตรวจจับ วัตถุระเบิดจีที 200 หลังศาลอังกฤษมีคำพิพากษาให้ยึดทรัพย์และสั่งให้บริษัทดังกล่าวเยียวยาผู้เสียหาย เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า นายกฯมอบหมายตนในที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ให้พิจารณาใน 2 ประเด็นคือการเรียกร้องค่าเสียหายตามที่ศาลอังกฤษได้ยึดทรัพย์ไว้ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่สำหรับตน จึงสอบถามไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่ซื้อ 7-8 หน่วยงาน และจะหาหน่วยงานให้มารับผิดชอบการเรียกเงินเยียวยา คาดว่าให้สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เป็นเจ้าภาพ เพราะดูกฎหมายด้านความร่วมมือระหว่างประเทศอยู่ รวมทั้งให้ดูความรับผิดในส่วนของเรา เพราะเมื่อซื้อของมาแล้วประสิทธิภาพไม่ตรงกับที่คิด เราจึงเป็นผู้เสียหาย สามารถเรียกเงินเยียวยาอย่างที่หลายประเทศได้ทำ

แย้มหน่วยจัดซื้อไม่ผิดถ้าไม่ทุจริต

นายวิษณุกล่าวว่า ส่วนผู้จัดซื้อจะมีความผิดหรือไม่นั้น มีสื่อมวลชนบางแห่งนำเสนอว่าผู้จัดซื้อมีความผิดด้วย ข้อเท็จจริงคนซื้อจะมีความผิดก็ต่อ เมื่อมีการทุจริต ส่วนจะมีหรือไม่ขณะนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และแม้คดีดังกล่าวจะยังไม่เสร็จ ก็ไม่เป็นปัญหากับการเรียกเงินเยียวยา สามารถดำเนินการคู่ขนานกันได้ เพราะ ป.ป.ช.ดูเฉพาะคดีอาญา แต่การขอเงินเยียวยาเราจะตั้งรูปคดีเป็นการฉ้อโกง หลอกลวง ผิดสัญญา ซึ่งเป็นเรื่องทางแพ่ง

ป.ป.ช.ชงฟ้องเรียกค่าเสียหาย

นายวิษณุกล่าวด้วยว่า ความเสียหายของหน่วยงานต่างๆ ที่จัดซื้อเครื่องจีที 200 รวมกันมีมูลค่าประมาณ 600-800 ล้านบาท มากกว่าทรัพย์สินของบริษัทผู้ผลิตที่ถูกศาลมีคำสั่งยึดประมาณ 400 ล้านบาท อีกทั้งจำนวนเงินดังกล่าวยังต้องมีการเฉลี่ยให้ประเทศที่ได้รับความเสียหายอีก อย่างไรก็ตามใครเป็นคนหลอกเรา ก็ฟ้องคนนั้น หรือใครเป็นต้นเหตุในฝ่ายเรา ก็ต้องเรียกให้รับผิด ส่วนจะฟ้องศาลเราหรือศาลอังกฤษต้องใช้เวลาตรวจสอบ ต้องดูข้อกฎหมายความได้เปรียบเสียเปรียบ โดยยึดผลประโยชน์ของรัฐเป็นตัวตั้ง เมื่อถามว่า การดำเนินการ เรื่องนี้ เกรงว่าจะเจอตอหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่เจอ แม้จะเจอก็ไม่ใช่ว่าต้องผิดอย่าเพิ่งไปตั้งหลักแบบนั้น วันนี้ ป.ป.ช.คือคนที่ดูตอใหญ่ที่สุด รัฐไม่สามารถไปตรวจทุจริตได้ เมื่อถามอีกว่า เรื่องนี้จะ เรียกเป็นค่าโง่ได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า คงต้องแล้วแต่สื่อแต่มันไม่ดี เพราะทำให้เกิดความรู้สึกว่า อะไรที่ควักเงินซื้อดูจะเรียกเป็นค่าโง่ทั้งหมด

“บิ๊กหมู” ลั่นกองทัพทำถูกถ้วน

พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. กล่าวถึงความคืบหน้าการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อบริษัทเครื่องตรวจระเบิดปลอม จีที 200 ภายหลังศาลโอลด์ เบลีย์ ประเทศอังกฤษ มีคำตัดสินให้ยึดทรัพย์ผู้ผลิตเครื่องตรวจวัตถุระเบิดปลอมจีที 200 กว่า 375 ล้านบาทว่า ในส่วนของกองทัพบกให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการแล้ว เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องขั้นตอนทางกฎหมาย ส่วนที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จะตรวจสอบเรื่องความโปร่งใสก็เป็นเรื่องของ สตง. ยืนยันว่า การจัดซื้อจัดจ้างของกองทัพบกถูกต้องตามระเบียบทางราชการทุกอย่าง แต่ว่าขั้นตอนต่างๆ เหล่านั้นเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ดังนั้นต้องติดต่อหลายหน่วยงาน ขณะนี้ได้ดำเนินการแล้ว

เรียกฝ่าย ก.ม.เหล่าทัพหารือคดี

พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 มิ.ย. เวลา 13.30 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม ได้มอบหมายให้ตนเป็นประธานประชุมฝ่ายกฎหมายของเหล่าทัพ เพื่อติดตามความคืบหน้าภายหลังเหล่าทัพได้ส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ฟ้องร้องทั้งทางเพ่งและอาญาจากบริษัทจัดจำหน่ายบริษัทเครื่องตรวจวัตถุระเบิด จีที 200 ไปแล้ว

ป.ป.ช.เค้นปมซื้อจีที 200 แพงเวอร์

นายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 ว่าคดีดังกล่าวมีหลายสำนวนอยู่ระหว่างการตรวจสอบของ ป.ป.ช. เพราะมีหน่วยงานเกี่ยวข้องหลายหน่วย อย่างไรก็ตามสำนวนหลักในคดีนี้จะเกี่ยวข้องกับกระทรวงกลาโหมที่อยู่ในความรับผิดชอบของนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการ ป.ป.ช. สำหรับประเด็นหลักในการตรวจสอบของ ป.ป.ช. จะดูเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างว่าซื้อในราคาแพงเกินจริงหรือไม่ เพราะแต่ละหน่วยงานจัดซื้อเครื่องจีที 200 ในราคาไม่เท่ากัน ส่วนเรื่องประสิทธิภาพของเครื่องจีที 200 ที่ซื้อแล้วใช้งานไม่ได้ เป็นประเด็นที่พิสูจน์ลำบากว่ามีการทุจริตหรือไม่ เพราะหลายประเทศที่ซื้อเครื่องดังกล่าวต่างก็ถูกหลอกทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม ในผู้ถูกกล่าวหากรณีดังกล่าว เท่าที่ทราบไม่พบว่ามีรายชื่ออดีต ผบ.เหล่าทัพมีส่วนเกี่ยวข้อง รายชื่อผู้เกี่ยวข้องส่วนใหญ่เป็นหัวหน้าหน่วยงานที่จัดซื้อเครื่องจีที 200 เท่านั้น

ทุบโต๊ะได้ข้อสรุปเดือน ก.ย.

นายวิทยา อาคมพิทักษ์ กรรมการ ป.ป.ช.กล่าวว่า กรณีการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 มีการรายงานให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ทราบความคืบหน้าเป็นระยะๆ ขณะนี้สำนวนการจัดซื้อเครื่องจีที 200 ในส่วนกระทรวงกลาโหมมีความคืบหน้ามาก ใกล้จะสรุปข้อเท็จจริงเสร็จแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่นาน นโยบายของคณะกรรมการ ป.ป.ช.กำหนดว่าคดีใหญ่ที่คั่งค้างมานาน อยู่ในความสนใจของประชาชน จะต้องให้ได้ข้อสรุปชี้ขาดภายในเดือน ก.ย.นี้

กห.จัดซื้ออื้อ 747 เครื่อง 683 ล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสำนวนการไต่สวนการจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด จีที 200 ที่ ป.ป.ช.กำลังตรวจสอบอยู่ มีทั้งหมด 4 สำนวนประกอบด้วย 1.กรณีการจัดซื้อเครื่องตรวจจับสารเสพติด และวัตถุระเบิดจีที 200 ของกรมสรรพาวุธทหารบก ปีงบประมาณ 2550-2552 ที่ไม่มีการตรวจสอบราคาที่หน่วยราชการอื่นเคยจัดซื้อ ทำให้กองทัพบกต้องจัดซื้อเครื่องมือดังกล่าวในราคาแพงเกินจริง เป็นเหตุให้ราชการได้รับความเสียหาย ใน 12 สัญญา จำนวน 747 เครื่อง วงเงิน 683.9 ล้านบาท มีผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 39 ราย 2.กรณีการจัดซื้อเครื่องจีที 200 ของกรมศุลกากร กระทรวงการคลัง โดยวิธีประกวดราคาทางอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 6 เครื่อง วงเงิน 2.5 ล้านบาท ในราคาแพงเกินจริง 3.กรณีการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 ของกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท จำนวน 1 ชุด วงเงิน 5.5 แสนบาท ในราคาแพงเกินจริง 4.กรณีการจัดซื้อเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม จำนวน 6 เครื่อง วงเงิน 6.7 ล้านบาท ในราคาแพงเกินจริง

พท.ฝากความหวัง “บิ๊กตู่” ทวงค่าโง่

ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้ฟังคำชี้แจงของผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินแล้วผิดหวังมาก ที่บอกว่าการจัดซื้อเครื่องจีที 200 นั้นหน่วยราชการที่จัดซื้อไม่มีความผิด ทั้งที่เงินหลวงเสียหายไปกว่า 1,000 ล้านบาท แต่ยังดีที่ดีเอสไอสรุปส่งเรื่องไปให้อัยการแล้ว และ ป.ป.ช. ชี้แจงว่าได้สอบสวนข้อร้องเรียนในเรื่องนี้ใกล้เสร็จแล้วเช่นกัน จะได้ไปขอส่วนแบ่งคืนจากศาลอังกฤษ และจะได้รู้ด้วยว่าค่าโง่ต่อเครื่องที่หลอกขายให้ไทยแพงกว่าที่ประเทศอื่นๆเท่าไหร่ ทั้งนี้เรียนถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ว่าถ้าเป็นแบบนี้ เราพอจะมีโอกาสได้เงินกลับมาใช้คืนหลวงและหาคนผิดได้หรือไม่ ขอฝากความหวังไว้ให้ท่านช่วยทวงคืนค่าโง่ที่เราถูกเขาหลอกลวงไปกลับคืนมาด้วย และถ้าทำได้ คสช.จะได้รับการยอมรับได้ว่าการปราบการทุจริต ประพฤติมิชอบกำลังจะหมดสิ้นไปจากผืนแผ่นดินไทย

“บิ๊กตู่” ผ่านเเผนท่าเรืออู่ตะเภา สัตหีบ

ด้านความเคลื่อนไหวนายกรัฐมนตรี เมื่อเวลา 08.00 น. ที่กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก (ขส.ทบ.) ดอนเมือง กทม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. นำคณะเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง เพื่อลงพื้นที่ติดตามผลการปฏิบัติราชการ เร่งรัดแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน โดยนายกฯเห็นชอบแผนพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ ให้เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ขอให้รับฟังความเห็นประชาชนในพื้นที่ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนายกฯเข้าตรวจเยี่ยมศูนย์ซ่อมอากาศยานแห่งที่ 2 (อู่ตะเภา) ของบริษัท การบินไทยจำกัด (มหาชน) ช่างซ่อมบำรุงได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนว่า ถูกไล่ที่อยู่อาศัยในที่ราชพัสดุ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จากการจัดระเบียบของภาครัฐ นายกฯจึงให้ รมว.มหาดไทยรับไปพิจารณา ก่อนออกจากศูนย์ซ่อมบำรุง พล.อ.ประยุทธ์ได้ร่วมถ่ายภาพกับบรรดาช่างซ่อมบำรุง ท่ามกลางเสียงตะโกนให้กำลังใจ ให้อยู่ต่ออีก 10 ปี นายกฯจึงชี้มายังสื่อมวลชนและบอกว่าต้องบอกสื่อ

หยอด “อ.น้อง” 32 ปีรักเหมือนเดิม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอย่างอารมณ์ดีภายหลังการให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ว่า “ขอบคุณทุกคน ขอให้มีความสุข ผมนี่ไม่ได้มาทะเล 2 ปีกว่า ไม่เคยได้ไปเที่ยวไหนได้เลย” เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าวันที่ 22 มิ.ย.ครบรอบการแต่งงานกับนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา ได้ให้ของขวัญหรือมีเซอร์ไพรส์อะไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ยิ้มตอบอย่างอารมณ์ดีว่า “มีความสุขมีความรักกันทุกวันอยู่แล้วตลอด 32 ปีที่ผ่านมา วันนี้ก็ยังรักเท่าเดิม”

กระทั่งเวลา 15.25 น. นายกฯและคณะเดินทางต่อมายังอาคารอเนกประสงค์เทศบาล ต.บ้านฉาง อ.บางฉาง จ.ระยอง เยี่ยมชมนิทรรศการ และพบปะประชาชนที่มารอต้อนรับกว่า 2,000 คน นายกฯขึ้นเวทีกล่าวว่า ทำให้คนรักมันง่าย แต่ทำให้คนรักตลอดไปยาก พูดแล้วต้องทำให้ได้ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลฝันไว้ อย่าเชื่อสิ่งที่บิดเบือน รัฐบาลไม่ได้ดูถูกคนจน ต้องการยกระดับรายได้พอเพียง ไม่ใช่แจกจ่ายเรื่อยเปื่อยจนเป็นภาระรัฐบาลเหมือนที่ผ่านมา สำหรับโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคไม่เคยคิดแก้ การศึกษาขั้นพื้นฐานเรียนฟรี 15 ปีไม่ยกเลิก ปัญหาเด็กแว้นไล่ตีฟันกัน ไม่ได้แล้ว ทรัพยากรต้องรักษาไว้ให้ลูกหลาน การตั้งบริษัทประชารัฐทุกจังหวัด เพื่อหาตลาดเชื่อมโยง ชุมชนบริหารเอง อย่าให้ใครมาบิดเบือนว่าเอื้อประโยชน์ให้บริษัทใหญ่

สวมกอดสาวระยองร้องถูกไล่ที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายการเปิดให้ประชาชนร้องเรียนเรื่องเดือดร้อน ส่วนใหญ่ร้องเรียนปัญหาที่อยู่อาศัย ผลผลิตทางการเกษตร ขณะที่ น.ส.ธิดา สุขเนียม ชาวบ้าน อ.แสมสาร อายุประมาณ 40 ปี ลุกขึ้นพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเคลือ น้ำตาคลอว่า ชีวิตนี้อยากเจอนายกฯมานานแล้ว ตอนนี้ถูกไล่ที่ในหมู่บ้านแสมสาร นายกฯจึงได้เรียกให้ขึ้นมาบนเวที พอขึ้นเวทีได้เข้าสวมกอดนายกฯเล่าให้ฟังถึงปัญหา นายกฯจึงสั่งให้ ผวจ.จ.ระยอง รับไปแก้ไข หญิงคนดังกล่าวถึงกับก้มลงกราบนายกฯ ทำให้นายกฯต้องรีบดึงตัวขึ้นมา

นายกฯพร้อมต้อนรับ “ซูจี” ไม่มีปัญหา

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการเดินทางมาประเทศไทยของนางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา ว่า มาเยี่ยมเยือนกันในฐานะรัฐบาล และตนต้อนรับในฐานะรัฐบาล เปลี่ยนแปลงจากครั้งที่ผ่านมา ครั้งนั้นมาในฐานะของความเป็นประชาธิปไตย วันนี้มาในฐานะรัฐบาลเมียนมา ซึ่งไม่มีปัญหา รัฐบาลเมียนมาที่แล้วก็ฝากดูแลรัฐบาลนี้ ส่วนเรื่องของผู้อพยพลี้ภัยได้หารือกันนานแล้ว ตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว ต้องให้เวลาเมียนมาด้วย เขาต้อง เตรียมความพร้อม เขาเข้าใจ เราเองต้องเข้าใจเขาเหมือนกัน เรามีหน้าที่ด้านมนุษยธรรมด้วย ถึงแม้เป็นภาระก็ต้องทำ

วางกำลังเข้มตลอด ถ.พระราม 2

ที่ศาลากลาง จ.สมุทรสาคร นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าฯสมุทรสาคร เป็นประธานการประชุมคณะทำงานเตรียมความพร้อมต้อนรับนางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐสาธารณรัฐแห่งสภาพเมียนมา ที่จะเดินทางมาที่ตลาดทะเลไทย ต.ท่าจีน อ.เมืองสมุทรสาคร ช่วงเย็นวันที่ 23 มิ.ย. โดยมาตรการรักษาความปลอดภัย จะวางกำลังตำรวจทุกจุด ตั้งแต่จุดเชื่อมต่อระหว่าง จ.สมุทรสาคร กับ กทม. ตลอดเส้นทางถนนพระราม 2 จนเข้าถึงบริเวณห้องประชุมตลาดทะเลไทย ส่วนการตรวจบุคคลที่เข้าไปร่วมให้การต้อนรับต้องสแกนในหลายๆขั้นตอน ช่วงเย็นวันเดียวกัน พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม ผบก.ภ.จ. สมุทรสาคร พ.ต.อ.สุระพรรณ นาทวรทัต ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร ชักซ้อมความเข้าใจ ก่อนตรวจสถานที่ภายในตลาดทะเลไทย โดยภาพรวมมีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์

“อองซาน” เลิกเยี่ยมศูนย์พักพิง

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ล่าสุดได้มีการยกเลิกกำหนดการเดินทางไปเยี่ยมที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากพม่า ที่บ้านถ้ำหิน จ.ราชบุรี ของนางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ และรัฐมนตรีต่างประเทศของพม่า ในวันที่ 25 มิ.ย.นี้แล้ว เนื่องจากปัญหาทางด้านสภาพอากาศที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง

“สมชัย” ดึงแกนนำ พท.ออกทีวี

วันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยผลการจัดสรรตารางออกอากาศ การแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนออกเสียงประชามติว่า จะแบ่งจัดรายการออกอากาศ 13 ครั้ง เวลา 17.30-18.00 น. ของทุกวันจันทร์และวันพุธ เริ่มตั้งแต่ 27 มิ.ย. ถึง 6 ส.ค. แม้จากเดิม กกต.จะให้สิทธิอิสระกับทางสถานีแต่หลังจากตนเห็นผังรายการแล้ว บุคคลที่เชิญมายังขาดความหลากหลาย เหมือนไม่มีข้อมูลสองด้านอย่างเท่าเทียม จึงประสานไปยังสถานีโทรทัศน์ ที่จัดรายการครั้งที่ 8-10 โดยครั้งที่ 8 ช่อง 9 รับผิดชอบประเด็นองค์กรอิสระ ตนเสนอให้เชิญนายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ครั้งที่ 9 ช่อง 11 รับผิดชอบประเด็นท้องถิ่น เสนอให้เชิญนายชูศักดิ์ ศิรินิล หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย และครั้งที่ 10 ช่องไทยพีบีเอสรับผิดชอบประเด็นการปฏิรูปประเทศ เสนอให้เชิญนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรคเพื่อไทย มาร่วมออกรายการ

ออกหมายเรียก 19 แกนนำ นปช. ฝ่าฝืนประกาศ คสช. ชุมนุมเกิน 5 คน สืบเนื่องจากความพยายามเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ “ตู่-เต้น-เหวง-ธิดา” โดนถ้วนหน้า... 23 มิ.ย. 2559 08:14 ไทยรัฐ