วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่รับคืน 700 ล. สมาชิกคลองจั่นจี้ DSI เชือดธัมมชโย-ธรรมกาย คดีฟอกเงิน

สมาชิกสหกรณ์ฯคลองจั่นผู้เสียหายเข้าพบ “ไพสิฐ” สอบถามความคืบหน้า คดีเผยไม่ไว้ใจคณะทำงานของสหกรณ์ เพราะพยายามไกล่เกลี่ยยอมรับเงินคืนอย่างเดียว ไม่เน้นดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ยันสมาชิกกว่า 400 คนไม่รับเงินจากกลุ่มศิษย์วัดพระธรรมกาย ที่จะคืนให้ 700 ล้านบาท วันที่ 23 มิ.ย.นี้ เพราะต้องการดำเนินคดีกับพระธัมมชโยและวัดพระธรรมกายในคดีฟอกเงิน รับครอบครัวเหยื่อก็เสียงแตกเพราะมีศิษย์ธรรมกายรวมอยู่ด้วย “บิ๊กต๊อก” ยันไม่มีการเข้าไปกระชากลากถูจับกุมพระธัมมชโยแน่ แต่ติง พศ.ต้องมีบทบาทควบคุมพฤติกรรมพระสงฆ์และผู้เข้ามาปฏิบัติธรรมมากกว่านี้ ส่วนกระแสการย้าย ผอ.พศ.พูดแปลก “ถ้าอยู่ในหน้าที่แล้วแก้ปัญหาไม่ได้ ก็ต้องไป” ขณะที่ศิษย์วัดพระธรรมกายแถลงประเด็นพบยอดบริจาคเพิ่มอีก 400 ล้าน ถ้ามีจริงจะยอมเยียวยา พร้อมเตรียมนำผู้สื่อข่าวเข้าไปดูโบสถ์ที่ถูกกล่าวหาว่าเก็บอาวุธ เพื่อความบริสุทธิ์ใจ อัดคดี “พุทธะอิสระ-ไพบูลย์” ข้อหากบฏ คดี 2 ปีแล้วแต่ยังเงียบ

กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินคดีพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร หลังรับเงินบริจาคจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯกว่า 2,000 ล้านบาท มีการต่อรองให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาหลายครั้งแต่ยังไม่เข้ามอบตัว จนดีเอสไอขอหมายค้นวัดพระธรรมกาย แต่มีลูกศิษย์จำนวนมากรวมตัวกันขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นในส่วนกุฏิที่เชื่อว่าพระธัมมชโยอยู่ ดีเอสไอจึงถอยกลับมาประชุมตัดสินใจดำเนินการตามหมายจับศาลตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 มิ.ย. นายธรรมนูญ อัตโชติ ตัวแทนสมาชิกผู้เสียหายสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด พร้อมสมาชิกจำนวนหนึ่ง เข้าพบ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ และ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร ดีเอสไอ เพื่อสอบถามความคืบหน้าการดำเนินคดีกับผู้ที่รับเช็คจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯคลองจั่น พร้อมให้ข้อมูลสภาพปัญหาและผลกระทบที่ได้รับจากการถูกยักยอกเงิน

นายธรรมนูญกล่าวว่า พวกตนฐานะผู้เสียหายโดยตรงขอเข้ามามีส่วนร่วมรับทราบข้อมูลคดี เนื่องจากสมาชิกไม่เชื่อมั่นคณะกรรมการสหกรณ์ฯชุดเก่า เพราะมีท่าทีพยายามทำให้สำนวนคดีกับพระธัมมชโยและวัดพระธรรมกายอ่อนลง โดยไกล่เกลี่ยกับกลุ่มลูกศิษย์และยอมรับเงินจากกองทุนลูกศิษย์ แทนที่จะเป็นเงินจากพระธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย แม้ปัจจุบันจะเลือกตั้งกรรมการสหกรณ์ฯชุดใหม่มาดำเนินการติดตามคดีแล้ว แต่สมาชิกอยู่ระหว่างติดตามพฤติกรรมของคณะกรรมการฯชุดนี้ เพราะจากข้อมูลดีเอสไอระบุว่า ต้องให้คณะกรรมการฯชุดปัจจุบันแจ้งความดำเนินคดีทุกคดี แสดงให้เห็นว่า คณะกรรมการฯยังไม่แจ้งความหลายคดี ทำให้เชื่อว่า ยังมีเงินของสหกรณ์ไปอยู่กับเครือข่ายวัดพระธรรมกายที่ตรวจสอบไม่พบอีกจำนวนมาก

นายธรรมนูญกล่าวต่อไปว่า ขณะที่เงินของสมาชิกสหกรณ์ฯที่วัดพระธรรมกายได้ไป ก่อนนำไปลงทุนจนเกิดผลกำไร กลุ่มสมาชิกสหกรณ์ฯเห็นว่า ต้องนำผลกำไรมาคืนด้วย เพราะถือเป็นทรัพย์สินของสหกรณ์ฯ ส่วนที่จะจ่ายเงินคืนให้สมาชิกช่วงสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ สมาชิกสหกรณ์ฯบางกลุ่มกว่า 400 คนไม่ขอรับเงิน 700 ล้านบาทที่คณะกรรมการสหกรณ์ฯชุดเก่าไปไกล่เกลี่ยกับลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย เนื่องจากต้องการดำเนินคดีกับวัดพระธรรมกายและพระธัมมชโยในคดีฟอกเงิน เชื่อว่าเงินที่คืนมาอาจเป็นเงินที่ไม่ถูกต้อง

“ส่วนกรณีที่ดีเอสไอเข้าไปตรวจค้นเพื่อจับกุมพระธัมมชโย และมีสื่อหลายแขนงออกมาระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวล้มเหลว ไม่สามารถจับผู้ต้องหาได้ สมาชิกสหกรณ์ฯผู้เสียหายดีใจมากที่ทำแบบนั้น เพราะกลุ่มเรามีปัญหาว่า บางรายมีสามีภรรยาพ่อแม่ อยู่ฝ่ายผู้เสียหาย แต่อีกฝ่ายกลับไปหลงใหลวัดพระธรรมกาย ถ้าเกิดการเผชิญหน้าขึ้นถึงขั้นต้องเข้าจับกุมจะเกิดความสูญเสีย จึงอยากเรียกร้องให้อธิบดีดีเอสไอพยายามนำเสนอ จูงใจให้ศิษย์วัดที่มาต่อต้านยุติการต่อต้าน เรียกร้องให้ผู้ต้องหามอบตัว เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม” นายธรรมนูญกล่าว

พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ เผยว่า สำหรับคดีที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ฯคลองจั่น ที่รับเป็นเลขคดีแล้วทั้งหมด 13 คดี ดีเอสไอดำเนินการเสร็จแล้ว 4 คดี คือคดีที่เกี่ยวข้องกับการยักยอกทรัพย์ ฉ้อโกงประชาชน โดยคดีที่ 27/2559 ที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย พ.ต.ท.ปกรณ์สอบสวนเสร็จสิ้นส่งให้พนักงานอัยการแล้ว ส่วนที่ดินของวัดพระธรรมกายคดีที่ 27/2559 เจ้าหน้าที่ไม่ได้ยึด แต่ส่งเรื่องให้ ปปง.ไปดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงิน

ส่วน พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เผยว่า ดีเอสไอยืนยันจะเร่งรัดคดีนี้ให้เสร็จโดยเร็ว ส่วนการดำเนินการกับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องและทรัพย์สิน จะเร่งดำเนินการเพิ่มเติมไปเรื่อยๆตามกฎหมาย ปปง. ตนทราบว่าสมาชิกสหกรณ์ฯคลองจั่นได้รับความเดือดร้อน จึงพยายามเร่งรัดและติดตามคดีที่ยังค้างอยู่ ส่วนประเด็นที่สมาชิกสหกรณ์ฯต้องการให้แยกคดีออกจากสหกรณ์ฯ เนื่องจากผู้เสียหายฟ้องสหกรณ์ฯด้วย เพราะได้รับความเสียหายจากสหกรณ์ฯซึ่งเป็นนิติบุคคล ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับคดีที่ 63/2557 เป็นข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน แต่เนื่องจากคดีนี้ส่งสำนวนให้อัยการแล้ว เราจะส่งคำร้องของผู้เสียหายไปยังอัยการ ถือว่าผู้เสียหายร้องขอให้ดำเนินการเพิ่มเติม

อธิบดีดีเอสไอกล่าวด้วยว่า กรณีการประชุมกับแพทยสภา โดย นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขาธิการแพทยสภา เข้าร่วมประชุมเมื่อช่วงเช้า (22 มิ.ย.) เป็นการหารือการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในการออกใบรับรองแพทย์ของพระธัมมชโย ในนามโรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี จ.ราชบุรี ทั้งที่ไม่มีประวัติการรักษาที่โรงพยาบาล ผลการตรวจสอบจากโรงพยาบาลสรุปว่า มีความผิดชัดเจน แพทยสภาระบุว่า ต้องใช้เวลาตรวจสอบ 4-5 เดือน ดีเอสไอจะพิจารณาว่า มีความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมหรือไม่ นอกจากนี้ ยังหารือถึงแนวทางการใช้ใบรับรองแพทย์ด้วยว่า หากในอนาคตเกิดปัญหาเกี่ยวกับใบรับรองแพทย์จะดำเนินการกันอย่างไร

“ส่วนกรณีนายบุญชัย เบญจรงคกุล อยู่ระหว่างให้ฝ่ายกฎหมายของดีเอสไอดำเนินการอยู่ จะต้องดูเจตนาและคำที่นายบุญชัยพูดเชิญชวนว่า มีคำไหนที่เป็นการชักชวนหรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ส่วนจะมีความจำเป็นต้องเรียกนายบุญชัยมาสอบถามหรือไม่ ขณะนี้ให้ฝ่ายกฎหมายดูอยู่ เบื้องต้นยังไม่จำเป็นต้องเรียกมาสอบ ส่วนความคืบหน้าการดำเนินการเอาผิดลูกศิษย์วัดพระธรรมกายที่ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลหลักฐานทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี” พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าว

ด้าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เผยว่า กรณีการจับกุมพระธัมมชโย เจ้าหน้าที่ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อบังคับใช้กฎหมาย แต่ไม่ได้หมายถึงการเข้าไปกระชากลากถู แบบนั้นไม่ใช่ ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ผู้ครองผ้าเหลือง ส่วนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ต้องมีบทบาทมากกว่านี้หรือไม่ ตนเชิญ ผอ.พศ.มาพูดคุยแล้วว่า พศ.ต้องมีบทบาทให้มากขึ้น ศาสนสถานเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ไม่ควรถูกใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล ทำไม พศ.ไม่ตักเตือน ควรมีบทบาทกำหนดหน้าที่ที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา การประพฤติตนของสงฆ์ การประพฤติของผู้ไปปฏิบัติธรรม พศ.ควรออกมาชี้แจงว่า อะไรควรไม่ควร ไม่สามารถพูดแทนได้

“ผมกำชับดีเอสไอว่า ไม่ควรพูดประเด็นศาสนา เพราะไม่ได้เป็นผู้ดูแลเรื่องนี้ รัฐบาลมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา มีหน้าที่ต้องดูแลโดยตรง ต้องเป็นผู้พูดและชี้ได้ว่า อะไรเหมาะสมต้องออกมารักษากฎระเบียบ การอยู่เฉยๆเท่ากับส่งเสริมการกระทำที่ไม่ถูกต้องใช่หรือไม่ หากคนที่รับผิดชอบไม่เข้ามาชี้แจง จะกลายเป็นคำถามของสังคมได้ ส่วนที่มีกระแสข่าวย้าย ผอ.พศ.นั้น กระแสดังกล่าวมาจากไหน ตนเรียกคุยไม่กี่คน กระแสมันไปถึงพวกคุณเลยเหรอ อย่ามาเต้าข่าวไม่มีใครเชื่อหรอก เป็นการพูดคุยกันในแง่หลักการว่า ถ้ามีหน้าที่แล้วบกพร่องต่อหน้าที่ก็ต้องเปลี่ยนตัว เป็นไปตามหลักการ ผอ.พศ.น่าจะให้สัมภาษณ์ประมาณนี้ คงไม่ใช่เป็นเพราะแก้ปัญหาพระธัมมชโยไม่ได้ แต่อีกแง่หากอยู่ในหน้าที่แล้วแก้ปัญหาไม่ได้ก็ควร ต้องไป” พล.อ.ไพบูลย์กล่าว

ด้านนายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)กล่าวถึงกระแสข่าวถูกโยกย้ายว่า จากการเข้าพบนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้กล่าวอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ยังมอบหมายงานในด้านต่างๆอยู่ และเมื่อวันประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตนเข้าไปพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังฝากเรื่องการเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติ ไม่ได้พูดอะไรถึงการโยกย้าย ไม่แสดงท่าทีอะไร หากรู้ว่ามีการโยกย้าย จะถามท่านตรงๆในฐานะที่ตนเป็นข้าราชการพร้อมรับคำสั่ง ไม่รู้สึกกังวลกับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้ยินเพียงกระแสข่าวออกมาว่า จะโยกย้ายตน เนื่องจากไม่สามารถดำเนินการปัญหาวัดพระธรรมกายได้ ซึ่งปัญหาดังกล่าวยืนยันว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจ ดำเนินการร่วมกับดีเอสไอโดยตลอด ส่วนกรณีดีเอสไอขอให้ พศ.พิจารณาประมวลกฎหมายอาญามาตรา189 ที่มีลูกศิษย์วัดเข้าไปปฏิบัติธรรมเมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ว่า เข้าข่ายช่วยผู้กระทำผิดขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานหรือไม่ ทาง พศ.ก็ตั้งคณะทำงานพิจารณาข้อนี้แล้ว

พระเมธีธรรมาจารย์ หรือเจ้าคุณประสาร เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวถึงข่าวปลด ผอ.พศ. ว่า การทำงานของ พศ.ต้องสนองงานทั้งคณะสงฆ์และรัฐบาล การทำอะไรที่เกี่ยวเนื่องกับคณะสงฆ์ มีเรื่องศรัทธามาเกี่ยวข้องด้วยยิ่งเป็นเรื่องต้องระวัง หากทำงานเพื่อสนองความต้องการฝ่ายการเมืองฝ่ายเดียว ไม่คำนึงถึงความชอบธรรมจะนำมาซึ่งความเสียหายต่อคณะสงฆ์ส่วนรวม ที่ผ่านมา กรณีวัดพระธรรมกายเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย คณะสงฆ์และองค์กรพุทธจึงไม่เข้าไปก้าวล่วง พอมาถึงขณะนี้กลับมีรัฐมนตรีมาพูดถึงความไม่พอใจในการทำหน้าที่ของ ผอ.พศ. ที่สำคัญรัฐมนตรีที่พูดก็ไม่ได้กำกับดูแล พศ. ที่ผ่านมา การดำเนินการกรณีวัดพระธรรมกายในส่วนของคณะสงฆ์มองว่า พศ.ทำหน้าที่ตามขอบเขตกฎหมายแล้ว มองว่าหน้าที่ พศ.ในเรื่องนี้เป็นเพียงหน่วยสนับสนุน หน่วยงานหลักคือ ดีเอสไอ ส่วนที่ดีเอสไอให้ พศ.ดูแนวทางดำเนินการกับวัดพระธรรมกายกรณีปล่อยให้ศิษย์วัดเข้าไปปฏิบัติธรรมเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. เข้าข่ายช่วยผู้กระทำผิดขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ส่วนตัวมองไม่ออกว่า ตามหน้าที่ของ พศ.จะเข้าตรวจสอบตรงไหน ดีเอสไอเก็บรวบรวมหลักฐานไปหมดแล้ว

ที่สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย แถลงชี้แจงกรณีดีเอสไอพบเช็คจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นโอนมาวัดพระธรรมกายเพิ่มอีก 400 ล้านบาทว่า ยอดเงิน 400 ล้านบาทที่เป็นข่าวล่าสุด หากมีหลักฐานพิสูจน์ชัดเจนว่า เป็นการนำเงินจากสหกรณ์โดยผิดกฎหมายมาบริจาคจริง คณะศิษย์จะประชุมหารือกันเพื่อหาทางช่วยเหลือเยียวยาต่อไป อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้สหกรณ์ฯคลองจั่นฟ้องแพ่งกับผู้รับเช็คจากสหกรณ์ไปทั้งหมด 32 ราย รวมยอดเงิน 13,000 ล้านบาท แต่มีเพียงคณะศิษย์วัดพระธรรมกายเท่านั้น ที่ช่วยเหลือเยียวยาจนครบจำนวน บุคคลอื่นๆไม่มีใครเยียวยาแก่สหกรณ์เลยแม้แต่บาทเดียว ทำไมดีเอสไอจึงระดมกำลังดำเนินคดีแต่กับพระเทพญาณมหามุนี ไม่ไปทุ่มกำลังตามหาเงินที่เหลืออีก 13,000 ล้านบาทจากผู้รับเงินรายที่เหลือ

ขณะเดียวกัน พระพุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ตัวตั้งตัวตีกดดันให้ดำเนินคดีนี้ ก็เป็นผู้ต้องหาในคดีกบฏและดีเอสไอส่งฟ้องแล้ว อัยการพิจารณาสั่งฟ้อง ขั้นตอนล่วงเลยจนจะเป็นจำเลยขึ้นศาลแล้ว แต่ทั้ง 2 คนได้ร้องขอความเป็นธรรมกับอัยการสูงสุดสั่งให้สอบเพิ่มเติม คดีนี้เวลาล่วงเลยมากว่า 2 ปีแล้ว ทำไมข่าวจึงเงียบสนิท ทั้งที่เป็นผู้ต้องหาคดีร้ายแรงถึงขนาดเป็นกบฏต่อแผ่นดิน จึงเกิดคำถามว่าการกระทำของดีเอสไอเป็น 2 มาตรฐานหรือไม่ มีธงหรือมีใบสั่งหรือไม่ ดังนั้นดีเอสไอจะสร้างความเชื่อมั่นแก่สังคมและคณะศิษยานุศิษย์ว่า ดำเนินการทุกอย่างด้วยความเที่ยงธรรมตามกฎหมายได้อย่างไร คณะศิษย์กำลังพิจารณากล่าวโทษผู้เกี่ยวข้องต่อหน่วยงานของรัฐต่อไป

เมื่อถามถึงการนำสื่อเข้าพื้นที่ไปบริเวณโบสถ์วัดพระธรรมกาย ในวันที่ 23 มิ.ย. นายองอาจกล่าวว่า เบื้องต้นจะพาไปดูยังโบสถ์ก่อน เนื่องจากช่วงที่ผ่านมามีการกล่าวหาว่า วัดมีการเก็บอาวุธไว้ในบริเวณดังกล่าว ส่วนจะมีการนำไปดูพื้นที่อื่นอีกหรือไม่ ต้องขอประสานกับทางวัดก่อน ส่วนบริเวณกุฏิสงฆ์ซึ่งเป็นที่พักรักษาอาการอาพาธของหลวงพ่อธัมมชโยขอสงวนไว้ก่อน การพาสื่อเข้าไปสำรวจบริเวณชั้นในของวัดครั้งนี้ คณะศิษย์ทำด้วยใจบริสุทธิ์ หากใครจะมองว่า จัดฉากก็ไม่เป็นไร การดำเนินงานของคณะศิษย์ยังยืนยันแนวทางสงบ สันติ อหิงสา

เมื่อถามถึงกรณีที่มีผู้นำภาพศูนย์ปฏิบัติธรรม เวิร์ลพีซวัลเล่ย์ เขาใหญ่ของวัดพระธรรมกายออกมาเผยแพร่ และขอให้ตรวจสอบนั้น นายองอาจ กล่าวว่า นายชำนาญ กลิ่นจันทร์ ปฏิรูปที่ดิน จ.นครราชสีมา สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแล้วว่า พื้นที่ดังกล่าว ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นที่ ส.ป.ก.

สมาชิกสหกรณ์ฯคลองจั่นผู้เสียหายเข้าพบ “ไพสิฐ” สอบถามความคืบหน้า คดีเผยไม่ไว้ใจคณะทำงานของสหกรณ์ เพราะพยายามไกล่เกลี่ยยอมรับเงินคืนอย่างเดียว ไม่เน้นดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ยันสมาชิกกว่า 400 คนไม่รับเงินจากกลุ่มศิษย์วัด 23 มิ.ย. 2559 02:30 23 มิ.ย. 2559 03:44 ไทยรัฐ