วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทั่วโลกผวาเกิด "ศุกร์ทะมึน"

กูรู-เซเลบเตือนอังกฤษพัง! ออกจากอียู

คนดังจากทั่วโลกแสดงความหวาด หวั่นต่อผลการลงประชามติของคนอังกฤษในวันนี้ (23 มิ.ย.) หลังจากเห็นคะแนนการหยั่งเสียงระหว่างฝ่ายที่อยากให้ออกจากสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งเรียกว่าฝ่าย leave กับอีกฝ่ายที่สนับสนุนให้อังกฤษยังเป็นสมาชิกอยู่ในสหภาพยุโรปที่เรียกว่าฝ่าย remain เฉือนกันเพียงไม่กี่คะแนน

นายเดวิด เบคแคม อดีตนักฟุตบอลทีมชื่อดังของโลก แมนฯยูไนเต็ด และภรรยา นางวิคตอเรีย ซึ่งกลายเป็นคู่สามี-ภรรยาเซเลบชื่อเสียงโด่งดังของโลก ออกมาโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า เขาคิดว่าอังกฤษควรเป็นสมาชิกภาพของอียูต่อไป เพราะโลกวันนี้เป็นโลกแห่งโลกาภิวัตน์แล้ว

เช่นเดียวกับที่นางวิคตอเรียโพสต์ในอินสตาแกรมของเธอว่า เธอจะลงมติให้อังกฤษอยู่ในอียูต่อไป

ขณะที่ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สโมสรในพรีเมียร์ลีกทั้ง 20 สโมสร ต่างออกเสียงสนับสนุนให้อังกฤษ ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของอียูต่อไป โดยนายริชาร์ด สคูดามอร์ ประธานบริหารของพรีเมียร์ลีก ออกมาแสดงความกังวลถึงการโหวต Brexit ว่าอาจส่งผลสะเทือนถึงพรีเมียร์ลีกในหลายๆประเด็น โดยเฉพาะการปกป้องลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสด และการขายของที่ระลึกว่า อาจกลายเป็นเรื่องยุ่งยากกว่าเดิมอีกหลายเท่า

“ผมเชื่อว่าเราในยูเค ควรจะต้องอยู่ในยุโรปต่อไป จากมุมมองทางด้านธุรกิจ” สคูดามอร์กล่าว “ผมเชื่อในการเคลื่อนไหวอย่างอิสระของสินค้า แต่ในแง่ของบริการเราต้องมีการควบคุมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกของภาพและเสียง”

หากการโหวต Brexit บรรลุผล มันจะต้องส่งผลกระทบมาถึงพรีเมียร์ลีกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และแน่นอนว่า วงการฟุตบอลทั้งในยุโรปและทั่วโลกต้องมีการสั่นสะเทือนชนิดที่อาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ที่เห็นๆอยู่ก็คือถ้าค่าเงินปอนด์อ่อนลง ค่าตัวนักเตะจะแพงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ก่อนหน้านี้ นายจอร์จ โซรอส พ่อมดการเงินชื่อดังออกมาเตือนหลายครั้งว่า ถ้าฝ่ายสนับสนุนให้อังกฤษออกจากอียูมีคะแนนมากกว่า และทำให้อังกฤษต้องออกจากอียูจริงๆ จะส่งผลกระทบมากกว่าวิกฤติเงินปอนด์ที่เคยมี จนอาจทำให้วันรุ่งขึ้นของผลการลงประชามติกลายเป็นศุกร์ทะมึน (Black Friday) ซึ่งคนอังกฤษโดยรวมจะได้รับผลกระทบมากที่สุด

เช่นเดียวกับที่นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีของอังกฤษออกมาเตือนว่า คนอังกฤษจะยากจนลง และประเทศที่เคยรุ่งเรืองมาหลายศตวรรษจะกลายเป็นประเทศเล็กๆ

ที่ไม่มีความหมายอีกต่อไป

ด้านนายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้ความเห็นว่า ยังไม่ชัดเจนถึงผลจะออกมาอย่างไร แต่จากที่ติดตามการวิเคราะห์ของสถาบันการเงินทั่วโลก ส่วนใหญ่มองว่า ผู้ลงทุนทั่วโลกก็ได้ปรับตัวกับข่าวไปพอสมควรแล้ว

สำหรับตลาดทุนไทย ทั้ง ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด คาดว่า ถึงแม้ผลออกมาเป็นการ exit ผลกระทบก็คงไม่มาก และคงเป็นในระยะสั้น เพราะไม่ได้กระทบปัจจัยพื้นฐานของตลาดทุนไทย ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ มีระบบที่รองรับหากตลาดมีความผันผวนอยู่แล้ว จึงไม่กังวลอะไร

ในเรื่องของการป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนของกองทุนรวมไทยในอังกฤษ และสหภาพยุโรป (EU) ก็มีไม่สูง คือ ประมาณ 1.6% ของ NAV (มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม) เท่านั้น มีกองทุนทั้งประเภทตราสารหนี้ และตราสารทุน โดยเป็นการลงทุนในเงินฝาก และตราสารหนี้คุณภาพดีราว 47% ที่เหลือเป็นหุ้น อย่างไรก็ดี ก.ล.ต.จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด”

ขณะที่นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงความเสี่ยงด้านต่ำของเศรษฐกิจไทยในขณะนี้มี 4 ประการ ทั้งหมดเป็นความเสี่ยงจากต่างประเทศคือ 1.เศรษฐกิจโลกที่เปราะบางกว่าที่คาด ทำให้เศรษฐกิจคู่ค้าอาจขยายตัวต่ำกว่าคาด และความเชื่อมั่นของภาคเอกชนที่ยังเปราะบาง 2.นโยบายการเงินที่แตกต่างกันของประเทศเศรษฐกิจหลักซึ่งสร้างความผันผวนต่อระบบการเงินโลก 3.การออกจากอียูของอังกฤษ และ 4.ความเปราะบางของระบบการเงินประเทศ ขณะที่ความเสี่ยงในประเทศเริ่มปรับตัวดีขึ้นแล้ว พร้อมการันตีว่า แบงก์ชาติมีเครื่องมือรองรับความผันผวนที่อาจกระทบถึงค่าเงินบาทแล้ว

ด้าน ดร.วีรพงษ์ รามางกูร ประธานบริหารบริษัทดั๊บเบิ้ลเอ จำกัด (มหาชน) เขียนเรื่องประเด็นนี้ในข้อเขียนของตนในหนังสือพิมพ์มติชนว่า ในทางเศรษฐกิจการเงินย่อมมีผลเสียต่ออังกฤษอย่างมหาศาล เพราะอังกฤษเป็นประเทศหลักเมื่อเทียบกับประเทศมหาอำนาจอื่นๆในโลก เช่น สหรัฐฯ จีน สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น รัสเซีย บราซิล และอื่นๆ

ดังนั้น หากอังกฤษออกจากอียู การค้าระหว่างอังกฤษกับประเทศอื่นๆย่อมลดลง อียูก็ต้องปฏิบัติต่ออังกฤษเหมือนประเทศที่มิได้อยู่ในอียู สิทธิประโยชน์ระหว่างกันก็ต้องลดลงตามกฎของ WTO

เมื่อเป็นเช่นนี้ เศรษฐกิจอังกฤษก็จะหดตัวการว่างงานมีมากขึ้น กระนั้นก็ตาม ส่วนที่คิดว่า จะกระทบความเป็นศูนย์กลางทางการเงินของอังกฤษนั้น นายวีรพงษ์กล่าวว่า ไม่น่าจะต้องเป็นห่วงไป เพราะอังกฤษไม่เคยใช้เงินยูโร
แต่ก็ยอมรับว่า ค่าเงินปอนด์เมื่อเทียบเงินสกุลหลักเช่น เงินดอลลาร์สหรัฐฯ เงินยูโร เงินเยน หรือแม้แต่เงินหยวน ก็คงจะอ่อนลง เพราะปริมาณการค้าระหว่างประเทศ และความสามารถในการแข่งขันของอังกฤษจะลดลงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยสรุปก็คือ เศรษฐกิจการเงินของอังกฤษ จะเสียหายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว แต่ถ้าถามถึงผลกระทบกับประเทศไทยในระยะยาว ก็น่าจะเป็นผลดีต่อการส่งออกของไทย เพราะแต้มต่ออังกฤษในอียูลดลง และเตือนว่าในทางจิตวิทยาไม่ควรตื่นเต้นกับข่าวนี้ เพราะเป็นเพียงปรากฏการณ์การเมืองของประเทศหนึ่งเท่านั้น.

คนดังจากทั่วโลกแสดงความหวาด หวั่นต่อผลการลงประชามติของคนอังกฤษในวันนี้ (23 มิ.ย.) หลังจากเห็นคะแนนการหยั่งเสียงระหว่างฝ่ายที่อยากให้ออกจากสหภาพยุโรป (EU) 23 มิ.ย. 2559 01:01 23 มิ.ย. 2559 03:41 ไทยรัฐ