วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เกร็งรับมือสัมปทานปิโตรเลียมหมดอายุ ประมูลใหม่เพิ่มความเสี่ยงวิกฤติสุดปี 64

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยในงานสัมมนาเรื่อง “ผลกระทบ และทางออกสัมปทานปิโตรเลียมหมดอายุ” จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจว่า สนพ.ได้เตรียมแผนรับมือแหล่งก๊าซธรรมชาติเอราวัณและบงกช ที่จะสิ้นสุดอายุสัมปทานปี 2565-2566 ไว้แล้ว โดยได้ทำกรณีศึกษาแบบเลวร้ายสุด (Worst Case) ที่รัฐบาลเปิดประมูลการแข่งขัน เพื่อหาผู้มาบริหารจัดการและได้เป็นรายใหม่ที่ไม่ใช่ผู้รับสัมปทานเดิมคือ บริษัทเชฟรอน ประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ซึ่งจะทำให้ปริมาณก๊าซฯจากเดิมที่ 2 แหล่งผลิตได้ 2,200 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ทยอยหายไปเฉลี่ยรวม 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน “หากได้รายเดิม ทุกอย่างจะไม่มีผลกระทบ แต่หากเปิดประมูลใหม่ ซึ่งขั้นตอนนี้จะใช้เวลา 1 ปี หรือแล้วเสร็จเดือน พ.ค.2560 ผู้รับสัมปทานรายเดิม ก็จะไม่เจาะหลุมก๊าซฯเพื่อรักษาระดับก๊าซฯให้มีปริมาณเพิ่มขึ้น เพราะการลงทุนอาจไม่คุ้มความเสี่ยง ก่อนสิ้นอายุสัมปทานปี 2565-2566 ก่อนที่ผู้ชนะการประมูลรายใหม่จะมารับช่วงขุดเจาะต่อ ที่จะส่งผลให้ปริมาณก๊าซฯทยอยลดและหายไป 1,500 ล้าน ลบ.ฟุตต่อวัน ทำให้ต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) มาทดแทนเพิ่มขึ้น 18-20 ล้านตัน ในปี 2561-2564”

นายประเสริฐกล่าวว่า ในปี 2561-2564 เมื่อรวมการนำเข้าแอลเอ็นจีทั้งหมดจะอยู่ที่ปีละ 30 ล้านตัน สิ่งที่ สนพ.กังวลมากสุดคือในปี 2564 ที่จะต้องนำเข้า 9 ล้านตัน เมื่อแปรเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าจะสูงถึง 6,300 เมกะวัตต์ รัฐบาลต้องหาวิธีในการป้องกันไม่ให้ไฟฟ้าขาดแคลน หรือเกิดปัญหาไฟตกหรือไฟดับ.

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยในงานสัมมนาเรื่อง “ผลกระทบ และทางออกสัมปทานปิโตรเลียมหมดอายุ” 23 มิ.ย. 2559 00:35 23 มิ.ย. 2559 01:36 ไทยรัฐ