วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนธิผนึกกำลัง 7 หน่วยงาน ตัดวงจรการเงิน เครือข่ายค้ายา ในเรือนจำ

ป.ป.ส. ผนึก 6 หน่วยงานตัดวงจรทางการเงินเครือข่ายการค้ายาเสพติดในเรือนจำ พุ่งเป้าทลายเครือข่ายยาเสพติด จับผู้ต้องหา 6 เป้าหมาย 21 พื้นที่ 6 จังหวัด

เวลา 06.00 น. วันที่ 22 มิถุนายน นายณรงค์ รัตนานุกูล เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย ผอ.ศรป. กอง 12 ผบ.พันสห.ทท. นสร. กองทัพเรือ และรอง ผบ.พัน สห.ทอ. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค สนธิกำลังพร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทหาร ตำรวจ ในพื้นที่ รวมทั้งสิ้น 199 นาย ปฏิบัติการตามเป้าหมายที่มีหมายจับในข้อหาสมคบสนับสนุนช่วยเหลือ 6 เป้าหมาย 6 จังหวัด 21 พื้นที่ทั่วประเทศ มุ่งตัดวงจรการเงินเพื่อทำลายเครือข่ายนักค้า เพื่ออายัดทรัพย์สินเครือข่ายนักค้ายาเสพติด รวมมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ณ ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงาน ป.ป.ส.

นายณรงค์ รัตนานุกูล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ตามนโยบายของ พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้ดำเนินการเร่งรัดแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในเรือนจำ สำนักงาน ป.ป.ส. จึงได้สืบสวนขยายผลและร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนธิกำลัง เพื่อทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดดังกล่าว โดยมีการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด นำไปสู่การออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งที่เป็นผู้ต้องขังและบุคคลภายนอกเรือนจำ และได้กำหนดแผนปฏิบัติการเพื่อดำเนินการต่อบุคคลในเครือข่าย คือ 1. น.ช.วรายุทธ แสงอรุณ (แจ้งข้อกล่าวหา) 2. นายชลัมพล ทับจันทร์ (จับกุมตัวได้) 3. นายวุฒิพงษ์ พิพิธธนกุล (หลบหนี) 4. นายพรชัย อยู่สวัสดิ์ (จับกุมได้) 5. น.ช.สราวุทธ นุชนารถ (แจ้งข้อกล่าวหา) 6. น.ส. อัญวีณ์ สุภัสสรวรกันต์ (จับกุมตัวได้)พื้นที่ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น 6 จังหวัด 21 พื้นที่ (จังหวัดระยอง 10 จุด ชลบุรี 4 จุด สมุทรปราการ 4 จุด นครปฐม 1 จุด ราชบุรี 1 จุด และกรุงเทพมหานคร 1 จุด)

สรุปผลปฏิบัติการสามารถจับกุมเป้าหมายที่มีหมายจับตามแผนได้ 5 ราย (หลบหนีได้ 1 ราย) และจับกุมผู้ต้องหาอื่นเพิ่มอีกจานวน 3 ราย รวมการจับกุมครั้งนี้ 8 ราย ดังนี้ 1. แจ้งข้อกล่าวหาบุคคลตามหมายจับ จำนวน 2 ราย คือ น.ช.วรายุทธ แสงอรุณ ผู้ต้องขังเรือนจำกลางเขาบิน และ น.ช.สราวุทธ นุชนารถ ผู้ต้องขังเรือนจำกลางระยอง 2.จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 3 ราย คือ นายชลัมพล ทับจันทร์, น.ส. อัญวีณ์ สุภัสสรวรกันต์ และนายพรชัย อยู่สวัสดิ์ 3.จับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติม จำนวน 3 ราย คือ นายสถาพร ไกรกล้า ในข้อหาครอบครองยาเสพติด (ไอซ์), นายเทพมงคล พิพิธธนกุล ในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และนายธนชัย พิพิธธนกุล ข้อหาเสพกัญชา (สมัครใจเข้ารับการบำบัด)

รอายัดทรัพย์สิน จำนวน 86 รายการ มูลค่าประมาณ 10,800,000 บาท ได้แก่ 1.รถยนต์ 11 คัน 2.รถจักรยานยนต์ 6 คัน 3.ทองรูปพรรณ 27 รายการ 4. บัญชีธนาคาร 7 รายการ 5.บัตรเอทีเอ็ม 6.เครื่องใช้ไฟฟ้า 3 รายการ 7.เงินสด 600,000 บาท 8.โทรศัพท์มือถือ 7 รายการ

นายณรงค์ รัตนานุกูล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวย้ำว่า ยุทธการ ขยายผลตัดวงจรการเงินเครือข่ายยาเสพติดในครั้งนี้เป็นความร่วมมือและบูรณาการการทำงานร่วมกันของ 7 หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามยาเสพติด โดยมุ่งเป้าหมายที่ดำเนินการตามกฎหมายตามหลักฐานที่มีหรือขยายผลยึดทรัพย์ จับบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำลายเครือข่ายและโครงสร้างการค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพปัญหาการแพร่ระบาดยาเสพติดของประเทศ โดยการใช้อำนาจของกฎหมายตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (มาตรการสมคบ และอายัดทรัพย์สิน) รวมไปถึงมาตรการตามกฎหมายฟอกเงินเพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่เน้นการปราบปรามนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ ที่ผู้มีบทบาทเป็นนายทุน ผู้สั่งการ หรือ ผู้อยู่เบื้องหลังที่รับผลประโยชน์จากการค้ายาเสพติด ไม่ว่าจะโดยการครอบครองทรัพย์สินต่างๆ ทั้งในชื่อตนเองหรือของบุคคลอื่น รวมไปถึงกระทำการฟอกเงินในลักษณะใดๆ โดยใช้มาตรการริบทรัพย์เป็นสำคัญ เพื่อลิดรอนหรือตัดวงจรทางการเงินของเครือข่ายการค้ายาเสพติด

นายณรงค์ กล่าวต่อว่า ในวันนี้จะดำเนินการต่อเนื่องเพื่อทำลายเครือข่ายสำคัญในเรือนจำ รวมเป้าหมายบุคคล 10 ราย สามารถจับกุมได้แล้ว 9 ราย ตรวจค้นเป้าหมายพื้นที่ 21 พื้นที่ 6 จังหวัด เพื่ออายัดทรัพย์สิน เบื้องต้นคาดว่าจะดำเนินการอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องได้ประมาณ 10 ล้านบาท อาทิ ยานพนะ 22 คัน และบัญชีธนาคารอีกเป็นจำนวนมาก.

ป.ป.ส. ผนึก 6 หน่วยงานตัดวงจรทางการเงินเครือข่ายการค้ายาเสพติดในเรือนจำ พุ่งเป้าทลายเครือข่ายยาเสพติด จับผู้ต้องหา 6 เป้าหมาย 21 พื้นที่ 6 จังหวัด 23 มิ.ย. 2559 00:09 23 มิ.ย. 2559 01:24 ไทยรัฐ