วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สาวอุบลฯโร่ ให้ปากคำ ตร.พัทยา ถูกกลุ่มชายอ้างเป็นตร. รีดทรัพย์-ข่มขืน

สาวอุบลฯโร่ให้ปากคำเพิ่มเติมกับตำรวจพัทยา หลังเข้าแจ้งความถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ อ้าง เป็นตำรวจบุกจับแล้วรีดทรัพย์แลกอิสรภาพ ซ้ำร้ายยังพาออกจากห้องขังไปข่มขืนในที่เปลี่ยว

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 22 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีหญิงสาวชาวไทยคนหนึ่ง ซึ่งอ้างว่า ตัวเองถูกกลุ่มตำรวจนอกรีตโรงพักแห่งหนึ่ง ทำการจับกุมในข้อหาเสพยาเสพติด แล้วทำการลักทรัพย์, ข่มขู่รีดไถเงินเพื่อแลกอิสรภาพ และพาไปข่มขืนกระทำชำเรา กำลังจะเดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ภายหลังจากก่อนหน้านี้ได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว

เบื้องต้น จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ภายในห้องสอบสวนบนชั้น 2 พบ พ.ต.ท.ออมสิน สุขการค้า หัวหน้างานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา กับ ร.ต.อ.สิระภูเดชน์ ชำนาญกิจ รองสารวัตร (สอบสวน) เจ้าของคดี กำลังสอบปากคำ น.ส.อ้อ (นามสมมติ) ชาว จ.อุบลราชธานี ก่อนที่ผู้เสียหายจะออกมา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ว่า ก่อนหน้านี้ตนมีอาชีพเป็นหมอนวดแผนไทย อยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้ แต่ภายหลังถูกทางการเกาหลีใต้จับกุมในข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย ก่อนถูกเนรเทศกลับประเทศไทย และเพิ่งมาขอพักอาศัยอยู่กับเพื่อน ชื่อ น.ส.บัว(นามสมมติ) ที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ย่านพัทยาเหนือ และเพื่อรอเวลาหางานใหม่

กระทั่งเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนนั่งกินข้าวอยู่กับ น.ส.บัว และ น.ส.เอส (นามสมมติ) เพื่อนของ น.ส.บัว ซึ่งรู้จักกันแค่เพียงผิวเผิน จู่ๆ มีชายฉกรรจ์ จำนวน 4 คน และเด็กชาย อายุประมาณ 5 ขวบ 1 คน ใช้กุญแจไขประตูเปิดเข้ามาในห้อง พร้อมกับอ้างตัวว่า เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.นาจอมเทียน จากนั้นทั้งหมดได้ทำการค้นห้องพัก ก่อนฉวยเอาพระเครื่องของตนรวมถึงทรัพย์สิน อื่นๆ อีกหลายรายการ ไปเป็นของตัวเองโดยอ้างว่า จะเก็บไว้ให้ ซึ่งจากการตรวจค้นพบยาไอซ์ จำนวน 40 กรัม อยู่ในตัว น.ส.บัว ส่วนตนเองก็ยอมรับว่า เสพยาจริง ทางตำรวจจึงนำตัวไปที่ สภ.นาจอมเทียน ก่อนพาไปกักตัวที่ห้องทำงาน และยังไม่ถูกนำตัวเข้าห้องควบคุม

ต่อมาวันที่ 9 มิ.ย. น.ส.บัว มาบอกว่า ตำรวจให้หาเงินมา จำนวน 5,000 บาท เพื่อจะใช้ล่อซื้อยาเสพติด ถ้าหามาไม่ได้ตำรวจก็จะไม่ปล่อยตัว ตนจึงโทรศัพท์ไปยืมพี่ชายซึ่งเป็นตำรวจที่กรุงเทพฯ และได้เงินมา จำนวน 2,000 บาท รวมกับเงินสดในบัญชีธนาคารของตน อีก 1,500 บาท เป็นเงินทั้งหมด 3,500 บาท เลยต่อรองว่า มีเงินเพียงเท่านี้ ทางเจ้าหน้าที่จึงให้ตนโอนเข้าบัญชีของ น.ส.บัว และไม่ทราบว่า เพื่อนสาวเอาเงินไปล่อซื้อยาเสพติดตามที่บอกหรือไม่ กระทั่งกลางดึกวันที่ 10 มิ.ย. ชายที่อ้างว่า เป็นตำรวจ และเข้าเวรห้องควบคุมอยู่ในขณะนั้น ได้เรียกตนออกมาจากห้องขัง ซึ่งในขณะนั้นมีหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันถูกคุมขังอยู่รวม 7 คน ก่อนพาไปนอนยังห้องๆ หนึ่ง บนสถานีตำรวจ พร้อมกับบอกว่าจะทำเครื่องหมายฝากไว้เพื่อไม่ให้ใครมายุ่ง จากนั้นจึงใช้ปากดูดลำคอของตนจนเป็นรอยจ้ำ และพยายามจะปลุกปล้ำขืนใจ แต่ตนอ้างว่า มีประจำเดือน ตำรวจคนดังกล่าว จึงผลักออกไปและนำตนกลับไปยังห้องควบคุมเหมือนเดิม

ถัดไปเพียงวันเดียว น.ส.บัว มาบอกให้ตนหาเงินมาอีก 15,000 บาท เพื่อใช้ล่อซื้อยาอีกครั้ง และครั้งนี้หากหาเงินมาได้ตำรวจก็จะปล่อยตัว ตนไม่รู้จะทำอย่างไร จึงโทรศัพท์ไปหาพี่สาวที่ต่างจังหวัดเพื่อขอความช่วยเหลือ พี่สาวจึงเอาสร้อยคอทองคำไปจำนำ แล้วส่งเงินมาให้ ก่อนที่ตนโอนเข้าบัญชี น.ส.บัว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้รับการปล่อยตัว และในคืนวันเดียวกันนั้น ตำรวจคนเดิม ที่เข้าเวรหน้าห้องควบคุม ได้เรียกตนออกมาจากห้องขังอีกครั้ง พร้อมกับบอกว่า จะพาไปขับรถเที่ยวเพื่อให้หายเครียด แต่ภายหลังกลับพาตนขับรถเข้าไปยังโรงแรมแห่งหนึ่ง ที่กำลังก่อสร้าง ตั้งอยู่หลังลุมพินีคอนโดมิเนียม ถนนจอมเทียน สาย 2 ย่านชายหาดจอมเทียน ซึ่งเป็นที่เปลี่ยว ก่อนพยายามปลุกปล้ำขืนใจ แต่ตนมีประจำเดือนประกอบกับอวัยวะเพศของอีกฝ่าย ไม่แข็งตัว ทำให้ไม่สำเร็จความใคร่ ก่อนที่จะพาตนกลับไปคุมขังตามเดิม

จนเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. เวลาประมาณ 10.00 น. พี่ชายซึ่งเป็นตำรวจอยู่โรงพักแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้เดินทางมาเยี่ยมตนพร้อมกับสอบข้อเท็จจริง ก่อนที่จะไปเจรจากับตำรวจ ที่อ้างตัวเป็นหัวหน้าชุดจับกุม ซึ่งได้ยื่นข้อเสนอให้หาเงินมา จำนวน 100,000 บาท เพื่อแลกกับอิสรภาพ แต่พี่ชายหาเงินมาได้เพียง 60,000 บาท เลยทำการต่อรองจนยินยอม จากนั้นมีชายไทยชื่อนายหวัง มารับเงินจำนวนดังกล่าว แต่ภายหลัง กลับบอกว่า ตนเองจะต้องถูกดำเนินคดีพนันฟุตบอล หากไม่อยากถูกดำเนินคดีก็ต้องจ่ายเงินอีก ตนเลยบอกว่า ทั้งเนื้อทั้งตัวเหลืออยู่แค่ 3,000 บาท ซึ่งก็รับเงินไป แล้วปล่อยตัวออกมาช่วงบ่ายวันเดียวกัน

ภายหลังตนได้นำเรื่องนี้ไปปรึกษาญาติๆ และคิดว่า การกระทำดังกล่าวไม่ถูกต้อง จึงเดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับไปตรวจร่างกายที่ รพ.บางละมุง และ รพ.เมืองพัทยา ซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่า ถูกข่มขืนกระทำชำเรา (ตรวจร่องรอยการมีเพศสัมพันธ์) จากนั้นจึงเดินทางเข้าร้องเรียนที่มูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี, กระทรวงยุติธรรม และจเรตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอความช่วยเหลือและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

ด้าน ร.ต.อ.สิระภูเดชน์ ชำนาญกิจ รองสารวัตร (สอบสวน) เจ้าของคดี เผยว่า เบื้องต้นได้ประสานไปยังตำรวจชุดสืบสวนเพื่อให้ตรวจสอบกล้องจรปิดใกล้เคียงที่เกิดเหตุ พร้อมกับรวบรวมพยาน-หลักฐาน ส่งสำนวนการสอบสวนไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหา เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และยืนยันว่า จะทำคดีอย่างตรงไปตรงมา หากพบว่า ผิดจริงก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป 

สาวอุบลฯโร่ให้ปากคำเพิ่มเติมกับตำรวจพัทยา หลังเข้าแจ้งความถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ อ้าง เป็นตำรวจบุกจับแล้วรีดทรัพย์แลกอิสรภาพ ซ้ำร้ายยังพาออกจากห้องขังไปข่มขืนในที่เปลี่ยว 22 มิ.ย. 2559 20:35 22 มิ.ย. 2559 22:03 ไทยรัฐ