วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รมว.ยธ. ยัน ไม่ได้แก้ให้ยาบ้าถูก ก.ม. มองผู้เสพคือคนป่วย ต้องบำบัด

'ไพบูลย์' ยืนยัน ไม่ได้แก้ให้ยาบ้าถูกกฎหมาย ย้ำ เดินหน้าปราบปรามปัญหายาเสพติดอย่างเต็มที่ พร้อมปรับบทลงโทษให้เหมาะสม มองผู้เสพคือคนป่วย เล็งมอบให้ สธ. บำบัดฟื้นฟู

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 59 พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (ศอ.ปส.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 2/2559 เพื่อพิจารณาแนวทางการควบคุมเมทแอมเฟตามีน หรือ ยาบ้า โดยยึดหลักความสำคัญกับด้านสาธารณสุข ด้านกฎหมาย และด้านการให้ข้อมูลต่อสาธารณชน โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เช่น นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายณรงค์ รัตนานุกูล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทหารและตำรวจ 

พล.อ.ไพบูลย์ เปิดเผยว่า หลังจากเดินทางไปประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยพิเศษ ว่าด้วยปัญหายาเสพติดโลก (UNGASS) จึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมารับทราบทิศทางและขั้นตอนการทำงาน โดยช่วง 20 ปีที่ผ่านมา สหประชาชาติ ใช้วิธีการต่อสู้กับสงครามยาเสพติดมาโดยตลอด แต่ผลที่ออกมาแสดงให้เห็นว่าไม่ได้ผล และได้ข้อเสนอแนะว่าควรใช้วิธีแก้ไขปัญหาด้านสาธารณสุขแทน โดยจัดให้ผู้ที่เสพยาจัดเป็นคนป่วยแทน โดยให้เน้นว่าการเสพเป็นอาการป่วยชนิดหนึ่ง 

"ที่ประชุมสหประชาชาติ เสนอให้ยาเสพติดถูกต้องตามกฎหมาย และให้ยกเลิกการประหารชีวิตคดียาเสพติด รวมถึงการห้ามใช้คำว่า "สงครามยาเสพติด" เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเรายืนยันในที่ประชุมว่า ไม่เห็นด้วยกับการเสนอให้ยาเสพติดถูกต้องตามกฎหมาย แต่เห็นด้วยให้ผู้เสพยาเสพติดเป็นผู้ป่วยชนิดหนึ่ง"

ทั้งนี้ มติที่ประชุมวันนี้ เห็นว่าการทำสงครามกับยาเสพติดไม่ใช่ทางแก้ที่ดี เพราะมีผลกระทบทางด้านสิทธิมนุษยชนกับตัวผู้เสพ และประเทศไทยเองก็ยังมีความไม่พร้อมกับบทกฎหมายที่ลงโทษรุนแรงเกินไป จึงได้มีข้อเสนอว่า การลงโทษผู้ที่เสพหรือผู้กระทำความผิดต้องได้สัดส่วนที่เหมาะสมต่อการกระทำความผิด เช่น ลูกหลานครอบครองยาเสพติด 15 เม็ดขึ้นไป ต้องมารับโทษประหารชีวิตเหมือนกับเฮโรอีน มันไม่เป็นธรรม เพราะไม่ใช่อาชญากรรมร้ายแรง

"อย่าส่งคนป่วยไปเข้าคุก คุกไม่ใช่การรักษา ต้องส่งคนเหล่านี้ไปอยู่กับหมอ แต่กรมราชทัณฑ์ และกรมพินิจฯ ต้องช่วยด้วย และขอยืนยันไม่ได้ถอนยาเสพติด แต่ปรับกฎหมายการลงโทษอย่างเหมาะสม"

ขณะนี้ ประเทศไทยได้แก้กฎหมายยาเสพติดให้เป็นประมวลกฎหมายยาเสพติดแทน ซึ่งจะมีการแยกรูปแบบการลงโทษ เช่น นายทุนต้องรับโทษอย่างรุนแรง ส่วนผู้ที่ขนยาหรือเป็นแรงงาน รวมถึงผู้เสพจะได้รับโทษตามความเหมาะสม และจะเดินหน้าในมาตรการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้นเหมือนเดิม ทั้งในและนอกประเทศ "ขอยืนยันว่า ยาเสพติดเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอย่างแน่นอน มีมากกว่า 70 ประเทศ ที่พยายามทำให้ยาเสพติดถูกต้องตามกฎหมาย แต่ประเทศไทยไม่พร้อม"

ในส่วนของการบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยที่ติดยาเสพติด จะให้กระทรวงสาธารณสุข เข้ามารับผิดชอบ และจะปรับปรุงโครงสร้างให้มีเอกภาพมากขึ้น ทั้งงบประมาณและกำลังเจ้าหน้าที่ ส่วนกรมคุมประพฤติของกระทรวงยุติธรรม จะมีบทบาทลดลง เป็นแค่หน่วยงานรองที่ช่วยสนับสนุนการทำงาน ที่สำคัญต้องสร้างความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับการทำงานให้ถูกต้อง

สำหรับกรณีควบคุม เมทแอมเฟตามีน จะต้องรอการจัดระบบการทำงานให้เรียบร้อยทุกด้านก่อนจึงจะสามารถทำต่อได้ รวมถึงการจัดให้หน่วยงานใดเข้ามาดูแล ในอนาคตอาจจะมีการแบ่งงบประมาณของกระทรวงยุติธรรม ไปให้กระทรวงสาธารณสุข เพื่อใช้ในการดูแลเรื่องนี้ ส่วนยาเสพติดอื่นๆ ก็อาจจะมีการลดโทษลงเช่นกัน เพราะทั้งหมดคือยาเสพติด แต่ก็ต้องให้มีระบบการทำงานที่ชัดเจนเสียก่อน ซึ่งการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องใช้มาตรา 44

ด้าน นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการ อย. กล่าวว่า ในฐานะตัวแทน รมว.สาธาณสุข เห็นด้วยในหลักการในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ในแนวคดิที่มองว่าผู้เสพคือผู้ป่วย โดยส่วนนี้กระทรวงสาธารณสุข จะต้องมาดูในรายละเอียดในการอ้างถึงสถานะของเมทแอมเฟตามีน รวมถึงความเข้าใจของประชาชนด้วย "เราแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบเดิมมาตั้งแต่ปี 2539 แต่ปริมาณยาเสพติดกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หน่วยงาน อย.เอง เป็นหน่วยที่เก็บยาเสพติดเป็นจำนวนมากและเพิ่มขึ้นตลอด ถ้ามีอะไรใหม่ก็ต้องปรับให้สอดคล้องกัน".

'ไพบูลย์' ยืนยัน ไม่ได้แก้ให้ยาบ้าถูกกฎหมาย ย้ำ เดินหน้าปราบปรามปัญหายาเสพติดอย่างเต็มที่ พร้อมปรับบทลงโทษให้เหมาะสม มองผู้เสพคือคนป่วย เล็งมอบให้ สธ. บำบัดฟื้นฟู 22 มิ.ย. 2559 15:55 ไทยรัฐ