วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“สามเณรกร” เณรน้อยวัยใส ขวัญใจชาวเน็ต

โดย

ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา สังคมออนไลน์พากันฮือฮาแชร์คลิปวิดีโอภาพความน่ารักของ “น้องกร” เด็กวัดตัวน้อยวัยขวบกว่าแห่งวัดป่ามณีกาญจน์ที่กำลังทำท่านั่งสมาธิหลับสัปหงกจนแทบหงายหลัง เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้ทุกคนที่ได้ชม

ภาพน้องกรไม่ว่าจะเป็นภาพที่กำลังถือไม้กวาดกวาดลานวัด หรือภาพเดินนำขบวนบิณฑบาตทุกเช้ากลายเป็นที่สนใจของผู้คนเรื่อยมา จนวันนี้น้องกรอายุสามขวบกว่าแล้ว และได้บวชเป็นสามเณรครั้งแรกในชีวิตในโครงการบวชสามเณรภาคฤดูร้อน ณ วัดป่ามณีกาญจน์ ซีเคร็ต จึงไม่พลาดที่จะเก็บภาพและเรื่องราวความน่ารักมาฝากกัน 

วันที่เราไปสัมภาษณ์นั้นเป็นเวลาที่สามเณรกรเพิ่งเสร็จกิจจากฉันเพล พระอาจารย์อำนวย จิตฺตสํวโร เจ้าอาวาสวัดป่ามณีกาญจน์ เมตตาเรียกสามเณรกรมานั่งข้างๆ และเล่าจุดเริ่มต้นการมาวัดของสามเณรให้ฟังท่ามกลางสาธุชนที่มาทำบุญว่า “กรมาวัดตั้งแต่ 3 เดือนเพราะโยมแม่แป๊ว (วริษฐา เสือแผ้ว) มีศรัทธาอยากให้สิ่งดีๆ กับลูก พอดีบ้านอยู่ใกล้วัดและเห็นปฏิปทาของวัดป่า เลยคิดว่าวัดนี่ละที่จะปลูกฝังสิ่งดีๆ ให้ลูกได้”

จากนั้นพระอาจารย์ก็หันไปถามสามเณรกรอย่างเอ็นดูว่า “จำได้ไหมที่มานอนร้องอุแว้ๆ อยู่ในศาลา พระอาจารย์ก็บอกโยมแม่ว่าไม่ต้องมายุ่งกับเด็ก ให้ไปจัดอาหารถวายพระ กรก็ร้องแต่พอไม่มีใครเข้าไปหาเลยหยุดร้องเอง แล้วก็โผล่หน้าออกมาจากผ้าอ้อมมองหาแม่ พอมองมาก็เห็นแต่พระนั่งอยู่เป็นแถว กรก็เลยค่อยๆ คลานออกจากผ้าอ้อมเข้ามาหาพระ”

พระอาจารย์เล่าพลางหันไปยิ้มกับสามเณรกรอย่างเอ็นดู แล้วเล่าต่อว่า “ที่โยมแม่พามาวัดทุกวันก็เพื่อให้ลูกได้ใกล้ชิดพระ พระอาจารย์ก็สอนเขาเหมือนพ่อแม่สอนลูก มีอะไรก็คอยแนะนำกันตลอด กรต่างจากเด็กคนอื่นตรงที่บอกให้เขาทำอะไรครั้งเดียวเขาก็รู้เรื่อง และเวลาเขาทำอะไรก็ตั้งใจทำจริง อย่างเช่น การตามไปบิณฑบาตจำได้ว่าตอนนั้นอายุได้ขวบกว่าๆ เพิ่งเดินเตาะแตะ เห็นลูกพี่ลูกน้องที่บวชเณรอยู่ไปบิณฑบาต เขาก็อยากไปด้วย พระอาจารย์เลยลองให้เขาไปด้วย

“วันแรกที่ไป พระอาจารย์ลองให้เขาหิ้วกับข้าวถุงเล็กๆ ถุงหนึ่ง เขาก็ทำได้ พอทำได้ เขาก็ดีใจ หลังจากนั้นเขาเลยติดใจไปด้วยทุกวัน ครั้งหนึ่งพระอาจารย์ลองให้เขาถือแกงสองถุง ด้วยความดีใจที่ได้ถือ เขาก็รีบหันมาหาพระอาจารย์ ทำให้ถุงแกงเหวี่ยงเขาเสียการทรงตัวหกล้ม ตอนนั้นพระอาจารย์ไม่ได้เข้าไปช่วย เพราะเคยเห็นพวกกะเหรี่ยงเลี้ยงลูก เขาจะไม่โอ๋ ซึ่งทำให้ลูกเติบโตเป็นคนเข้มแข็งดี พระอาจารย์จึงนำวิธีนี้มาใช้บ้าง ตอนนั้นพอเดินเข้าไปดูเขาใกล้ๆ เขาก็ยกมือให้พระอาจารย์เหมือนจะให้อุ้ม แต่พระอาจารย์ก็ไม่อุ้ม เพราะจะฝึกให้เขารู้ว่าเมื่อล้มเองก็ต้องลุกเอง พระอาจารย์ก็เลยเดินหันหลังแล้วแอบชำเลืองมองดู ก็เห็นเขาทำปากเบะ แล้วก็รีบลุกขึ้นปัดมือแล้ววิ่งตามพระอาจารย์มา”

พอเล่าถึงตรงนี้ สามเณรกรถามพระอาจารย์ว่า “แล้ววิ่งทันไหม”

พระอาจารย์ตอบว่า “ทันสิ พระอาจารย์เดินช้าๆ กะให้วิ่งทันอยู่แล้ว ยังไงพระอาจารย์ก็ต้องคอยลูกศิษย์”

เมื่อได้คำตอบ สามเณรกรก็ยิ้มอย่างพอใจ พระอาจารย์เล่าต่อว่า “ตั้งแต่นั้นมาเขาก็จะไปอย่างนี้ทุกวันแม้กระทั่งวันที่ฝนตก ขนาดโยมแม่บอกให้พักบ้างเพราะกลัวไม่สบาย เขาก็ไม่ยอมจะไปให้ได้ เลยต้องเอาเสื้อกันฝนให้ใส่เขาเป็นอย่างนี้ ตั้งใจทำอะไรแล้วต้องทำให้ได้

“บางวันเขาตื่นตีสาม เพราะอาจนอนกลางวันมากไปหน่อย พอตื่นแล้วก็ปลุกโยมแม่ให้พามาวัดเพื่อมารอทำวัตรเช้าตอนตีห้า วันไหนเขาตื่นเช้ามาก โยมแม่ก็จะเหนื่อยมาก แต่ก็ยอมเสียสละพาลูกมาวัดแต่เช้า นี่คือสิ่งที่แม่ทำเพื่อลูก คือเมื่อเขาอยากทำความดี โยมแม่ก็ช่วยส่งเสริม ที่อาตมาเห็นคือโยมแม่ปลูกฝังเรื่องธรรมะให้เขาด้วย โดยให้ดูซีรีส์เรื่องพระพุทธเจ้ามหาศาสดาโลก เขาชอบพระพุทธเจ้ามากชอบตอนไหนมาก เขาจะดูซ้ำๆ ดูแล้วดูอีก” เมื่อพระอาจารย์เล่าถึงตรงนี้ เราก็หันไปถามสามเณรกรว่า “ทำไมสามเณรถึงชอบพระพุทธเจ้าคะ”

พระอาจารย์ได้ยินอย่างนั้นก็หันไปหาสามเณรกรและบอกว่า “ช่วยตอบหน่อย ทำไมถึงชอบพระพุทธเจ้า พระอาจารย์ก็อยากรู้เหมือนกัน”

สามเณรกรนิ่งไปครู่หนึ่งก็ตอบว่า “เพราะพระพุทธเจ้ามีบุญมาก เทวทัตไม่มีบุญ พญามารก็ไม่มีบุญ” คำตอบของสามเณรกรเรียกเสียงฮือฮาจากพระอาจารย์และสาธุชนที่นั่งฟังอยู่ จากนั้นเราก็ถามอีกว่า “สามเณรจะบวชถึงเมื่อไหร่คะ” สามเณรกรตอบเสียงดังฟังชัดว่า “จะบวชตลอดชีวิตครับ” คำตอบนี้เรียกเสียงฮือฮาอีกครั้ง และทำให้สาธุชนที่นั่งฟังอยู่ต่างพากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่และอนุโมทนากับความตั้งใจของสามเณรกร จากนั้นก็มีสาธุชนคนหนึ่งถามขึ้นว่า “สามเณร ขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหมคะ” (หมายถึงขอถ่ายรูปคู่กับสามเณรกร) สามเณรกรตอบว่า “ถ่ายไม่ได้ บวชอยู่” คำตอบนี้ทำให้ทุกคนยิ้มอีกครั้ง

ซึ่งพระอาจารย์อธิบายว่า “คำตอบของเขาตอบมาจากใจ ตอบตามประสาเด็ก แต่จิตใจของเขาต่างจากเด็กคนอื่นตรงที่เขามีความตั้งใจดี มาหิ้วกับข้าวได้ทุกวัน พอมาบวชก็ทำตามกิจวัตรกิจกรรมของวัดได้ คือต้องตื่นแต่เช้าและทำวัตรตอนตีห้า จากนั้นก็นั่งสมาธิภาวนาจนถึงเช้า พอหกโมงก็ไปบิณฑบาต เสร็จแล้วก็มาจัดอาหารลงบาตร และฉันในบาตรฉันเสร็จก็เอาบาตรไปล้าง เณรก็ต้องหัดล้างบาตรของเณรเอง ล้างเสร็จก็ส่งบาตรให้พระอาจารย์นำไปตาก จากนั้นก็ช่วยกันเก็บกวาดศาลา พอพักสักหน่อยก็จะมีพี่เลี้ยงพาไปสวดมนต์ แล้วก็พามาฉันน้ำปานะ จากนั้นก็พาไปอบรม ซึ่งเรามีอบรมอยู่เรื่อยๆ “ที่วัดนี้ฉันมื้อเดียว กรเขาก็ทำได้ เขาเป็นเด็กอดทนมาก ถ้าเป็นเด็กคนอื่นคงอ้อนอยากสึกแล้ว ที่อาตมาสังเกตอีกอย่างคือ เวลาที่เขาเห็นแม่มาใส่บาตรตอนเช้า เขาจะตาแดงๆ แสดงให้เห็นว่าคิดถึงแม่เหมือนกัน แต่พอถามว่าจะสึกไหม เขาก็บอกว่าไม่สึก นี่คือลักษณะพิเศษของเขาอาตมาเชื่อว่าเขามาเพื่อสร้างบารมี” พระอาจารย์กล่าวทิ้งท้าย

จากนั้นเราก็ได้ไปพูดคุยกับคุณแป๊ว วริษฐา เสือแผ้ว โยมแม่ของสามเณรกร ซึ่งเปิดร้านกาแฟอยู่บริเวณหน้าวัด โดยโยมแม่เล่าถึงการเลี้ยงดูสามเณรกรว่า “สาเหตุที่พาน้องกรมาวัดตั้งแต่ยังเล็กเพราะเป็นวิธีเดียวที่คิดออกว่าจะปลูกฝังเพื่อให้เขาเป็นคนดีได้อย่างไร โดยเฉพาะเมื่อต้องอยู่ท่ามกลางสังคมที่ทุกคนทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ปัจจัย 4 มา โดยวิธีของแต่ละคนก็มีทั้งดีและไม่ดี เรารู้สึกว่าทุกวันนี้เด็กรุ่นใหม่เห็นสิ่งพวกนี้เร็วเกินไป จึงอยากให้ลูกเห็นการดำเนินชีวิตที่ต้องแข่งขันกันช้าลงหน่อย เพื่อให้เขาได้มีเวลาปรับตัวเข้ากับสังคมวันข้างหน้าเขาจะเลือกได้เองว่าดีกับชั่ว อะไรคือสิ่งที่ควรทำ จึงอยากให้เขาได้อยู่กับธรรมะและธรรมชาติ ซึ่งเรามองว่าเป็นเรื่องเดียวกัน “อีกอย่าง เราเป็นคนใจร้อน เลยคิดว่าถ้าเลี้ยงลูกเองอาจไม่ดีเท่าที่ควร จึงพาเขามาวัด เพื่อให้ได้อยู่ใกล้พระอาจารย์ เขาจะได้ซึมซับแต่สิ่งดีๆ ซึ่งก็เห็นผลจริงๆ เพราะจากภาพที่เห็น เขารู้จักหน้าที่ เขาสามารถเดินบิณฑบาตได้ทุกวัน สามารถนั่งอยู่กับพระอาจารย์ได้นานๆ และสามารถพูดคุยกับพระอาจารย์อย่างเข้าใจ

“โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าน้องกรก็เหมือนเด็กคนอื่นๆ เพียงแต่ต่างกันที่วิธีที่เราฝึกเขา การให้เขามาอยู่ใกล้วัดใกล้พระอาจารย์ทำให้เขาได้เรียนรู้เรื่องของความรับผิดชอบได้ช่วยเหลือตัวเอง และได้ฝึกความอดทน นอกจากนี้เขายังได้เรียนรู้ว่าอะไรคือบุญอะไรคือบาป เพราะเขาได้ฟังพระอาจารย์เทศน์ทุกวัน”

ไม่เพียงสามเณรกรเท่านั้นได้ประโยชน์โยมแม่ก็เช่นกัน “ตั้งแต่พาน้องกรมาวัด เราก็ได้ฝึกใจตัวเองไปด้วย อย่างที่บอกว่าเราเป็นคนใจร้อน เวลาน้องทำอะไรไม่ถูกใจ บางทีก็โกรธ ทำเสียงดังใส่เขา พอเขามองหน้าเรา เราก็คิดได้ว่านี่เราทำไม่ถูกต้อง กำลังทำด้วยอารมณ์ ทำให้ต้องกลับมาดูใจตัวเอง แก้ไขที่ตัวเราเอง พระอาจารย์ท่านก็เคยบอกว่าไม่ใช่ว่าเราจะสอนเขาฝ่ายเดียว เขาก็สอนเราเหมือนกัน”

เมื่อถามถึงเรื่องการบวชและความคาดหวังในอนาคต โยมแม่บอกว่า “ไม่เคยคาดหวังอะไรค่ะ ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด วันนี้ถือได้ว่าเราปูพื้นฐานสิ่งที่ดีที่สุดให้เขาแล้ว คิดแค่ว่า หากวันหนึ่งถ้าไม่มีเราเขาก็อยู่ได้ ส่วนเรื่องจะสึกเมื่อไหร่อันนี้เป็นเรื่องของอนาคต ค่อยๆ ดูกันไป วันนี้ที่เขาพูดว่าจะบวชตลอดชีวิตก็อาจเป็นเพราะเขาเห็นตัวอย่างจากพระอาจารย์หรือจากซีรีส์พระพุทธเจ้าที่เคยดู เราคิดว่า ถ้าใช่ก็คือใช่ถ้าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ ต้องแล้วแต่บุญของเขาเราไม่ได้ปิดกั้นอยู่แล้ว

“การที่ลูกเป็นได้อย่างทุกวันนี้เราก็พอใจมากแล้ว ถือว่าดีเกินความคาดหมายเพราะจริงๆ ที่ให้เขาเข้าวัดก็เพื่ออยากให้เขาเรียนรู้แค่การรู้จักให้และรู้จักรับ ไม่คิดว่าเขาจะทำได้ดีและเร็วถึงขนาดนี้ ไม่คิดว่าเขาจะอดทนและเข้มแข็งเร็วขนาดนี้” ส่วนการที่สามเณรกรยังเล็กมาก แต่สามารถเป็นตัวอย่างการทำความดีได้นั้นโยมแม่คิดเห็นว่า

“เราไม่คิดว่าเรื่องราวของเขาจะมีคนให้ความสนใจมากขนาดนี้ การที่เขาเป็นตัวอย่างในการทำความดี สามารถเป็นกำลังใจให้ใครหลายๆ คน หรือเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่กำลังเครียด ทุกข์ เศร้า หรือกำลังอ่อนแอในจิตใจ กลับมามีความสุขและยิ้มได้ เท่านี้แม่ก็รู้สึกดีและภูมิใจที่สุดแล้ว”

การทำความดีไม่เพียงทำให้ผู้ปฏิบัติมีความสุขเท่านั้น แต่ยังผลให้ผู้พบเห็นมีความสุขตามไปด้วย

ที่มา - Secret
www.secret-thai.com
www.facebook.com/SecretThaiMag

ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา สังคมออนไลน์พากันฮือฮาแชร์คลิปวิดีโอภาพความน่ารักของ “น้องกร” เด็กวัดตัวน้อยวัยขวบกว่าแห่งวัดป่ามณีกาญจน์ที่กำลังทำท่านั่งสมาธิหลับสัปหงกจนแทบหงายหลัง เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้ทุกคน... 22 มิ.ย. 2559 11:15 ไทยรัฐ