วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รัดคอตัวเอง

โดย พ่อลูกอิน

สรรพสิ่งบนพื้นพิภพล้วนไม่ เที่ยง การเปลี่ยนแปลงบนโลกใบนี้ ถือเป็นนิรันดร์

วันนี้ (23 มิ.ย.) ทั่วโลกต่างจับตาไปที่การลงคะแนน เสียงประชามติครั้งสำคัญของชาวอังกฤษ เพื่อชี้ชะตาว่าจะแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือไม่

โดยก่อนหน้าการลงประชามติครั้งนี้ โพลสำนักต่างๆของเมืองผู้ดี สำรวจความคิดเห็นประชาชนออกมาหลายระลอก คู่คี่สูสีกันเหลือเกิน

บางสำนักโพลชี้ว่าเสียงสนับสนุนให้อังกฤษออกจากอียูก็มีคะแนนนำนิดๆ ขณะที่โพลบางสำนักก็อ้างเสียงเชียร์ให้ล่มหัวจมท้ายอยู่ในอียูต่อไป มีคะแนนแซงหน้าเฉียดฉิว

ขณะที่นักวิเคราะห์บางคนก็ระบุในทำนองคะแนนเสียงยังก้ำกึ่ง จนยากคาดเดาฝ่ายไหนจะเข้าวินกันแน่

ทั่วโลกจึงต้องรอลุ้นคำตอบสุดท้าย “ออก-ไม่ออก” หลังนับคะแนนเสร็จสิ้นถึงจะชัวร์ที่สุด

แต่ที่แน่ๆ ในห้วงการรณรงค์ออก เสียงประชามติของอังกฤษครั้งนี้ ได้เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายแสดงความเห็นได้อย่างเสรี ฟรีสไตล์ ตามแบบฉบับประเทศแม่บทประชาธิปไตยระบบรัฐสภา

ใครใคร่สนับสนุนมุมไหน เปิดหน้าโชว์ตัวรณรงค์กันได้เต็มที่ตามสบาย ไม่มีปิดกั้นแต่ประการใดทั้งสิ้น

อย่าง เดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ หัวหอกฝ่ายสนับสนุนให้อังกฤษอยู่กับอียูต่อไป แสดงความเห็นทั้งบนเวทีปราศรัยและเสนอบท ความผ่านสื่อ

แสดงเหตุผลโน้มน้าวให้ประชาชนโหวตหนุนอังกฤษฝังตัวอยู่กับอียู โดยชูธงเรื่องเศรษฐกิจเป็นประเด็นใหญ่

ถึงขั้นขู่กันโต้งๆ ถ้าอังกฤษแยกตัวออกจากอียูจะทำให้ประเทศยากจนลง และประชาชนจะลำบากมากขึ้น

ขณะที่ ไมเคิล โกฟ รมว.ยุติธรรม ร่วมรัฐบาล กลับสวมบทหัวหอกหนุนให้อังกฤษถอนสมอจากสหภาพยุโรป

อ้างเหตุผลสวนผู้นำ ไม่ว่าอังกฤษจะอยู่หรือแยกวงออกจากอียู ก็มีความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจเหมือนกัน แต่ถ้าแยกตัวเป็นอิสระอังกฤษจะรับมือกับปัญหาในอนาคตได้ดีกว่าจมปลักอยู่กับอียู

นี่คือตัวอย่างการทำประชามติแบบสากล ที่เปิดกว้างในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกอย่างเสรี

ไม่มีการใช้มติพรรค มติรัฐบาลมาครอบงำ

อีกทั้งยังเปิดไฟเขียวให้ประชาชนจัดรณรงค์แสดงความเห็นกันได้เต็มพิกัด เพื่อให้ทุกคนได้ชั่งน้ำหนักถึงผลดีผลเสีย ก่อนโหวตตัดสิน ชี้ชะตาอนาคตประเทศ!!!

แต่เมื่อหันกลับมามองประเทศไทย ที่กำลังเดินเข้าสู่โหมดจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 7 สิงหาคมนี้

บรรยากาศโดยรวมยังมั่วซั่วมัวซัว อยู่กับเรื่องขอบเขตกติกากฎหมายประชามติกันวุ่นวายไปหมด เรื่องไหนทำได้ หรือทำไม่ได้ อะไรที่พูดได้ หรือพูดไม่ได้ ยังกำกวมคลุมเครือหาความชัดเจนไม่เจอ

ล่าสุด แม้แต่วิทยากร ครู ก. ครู ข. ครู ค. ที่เป็นมือไม้ของ กรธ. ลงพื้นที่เผยแพร่สาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ให้แก่ประชาชน ก็ยังเกิดอาการแหยง ไม่กล้าอธิบายรายละเอียดให้ชาวบ้านฟัง

กลัวเข้าง่ามความผิด ฐานชี้นำการลงประชามติ ที่มีโทษหนักจำคุกหัวโตถึง 10 ปี

สรุปเป็นเพราะตั้งใจปิดกั้นเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น เขียนกฎหมายตีกรอบแคบ จนแทบกระดิกไม่ได้

หวังปิดปากคนอื่น สุดท้ายเลยกลายเป็นบ่วงรัดคอตัวเองซะงั้น!!!

“พ่อลูกอิน”

22 มิ.ย. 2559 09:55 22 มิ.ย. 2559 10:39 ไทยรัฐ