วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หอบส่งอัยการ สำนวนฟ้อง 7 โจ๋คดีฆ่าชายพิการ ชี้ไม่สนกระแส ข้อหาไตร่ตรอง

คดีฆ่าชายพิการ ทนายและแม่เหยื่อโหดขอความเป็นธรรมอัยการสูงสุดพิจารณาแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนกับผู้ต้องหา 7 วัยโจ๋ และขอคัดค้านรองอธิบดีอัยการฯคดีอาญาร่วมพิจารณาหลังพบวิจารณ์ชี้นำคดี ด้านรองอธิบดีอัยการฯ คู่กรณีเตือนการไปพูดมากอาจจะกลายเป็นเรื่องสมัครใจทะเลาะวิวาท ขณะเดียวกัน หัวหน้า พงส. สน.โชคชัย หอบสำนวนหนา 417 แผ่น พร้อมความเห็นสั่งฟ้องข้อหาเดิม เผยถ้าอัยการพิจารณาเข้าหลักเกณฑ์สามารถสั่งให้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนได้

ทนายคดีฆ่าโหดชายพิการและแม่เหยื่อขอความเป็นธรรมอัยการสูงสุด เผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 มิ.ย. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ นายอนันตชัย ไชยเดช ทนายความ และประจักษ์พยานคดีฆ่านายสมเกียรติ ศรีจันทร์ หนุ่มพิการร้านขายขนมปังชื่อ “ปังหอม” นางทองคำ ศรีจันทร์ แม่นายสมเกียรติ เข้ายื่นหนังสือถึง ร.ต.ท.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด ขอคัดค้าน และตั้งข้อรังเกียจพนักงานอัยการระดับสูงคนหนึ่ง คือนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ห้ามร่วมรับผิดชอบหรือเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดี ที่พนักงานสอบสวน สน.โชคชัย รวบรวมหลักฐานกล่าวหา นายพีรพล ยศพงศ์อนันต์ กับพวกรวม 7 คน ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยมีบันทึกการถอดเทปรายการ ถามตรง ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เมื่อวันที่ 17 พ.ค.59 ที่อัยการท่านนี้ให้สัมภาษณ์แสดงความเห็นเกี่ยวกับพฤติการณ์และข้อกฎหมายทางคดี รวมทั้งสำเนาบันทึกการโพสต์ข้อความเฟซบุ๊กส่วนตัวของอัยการท่านนี้ เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.59 เป็นหลักฐาน มีนายพันธุ์โชติ บุญศิริ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 เป็นผู้รับหนังสือ

นายอนันตชัย ไชยเดช ทนายความ กล่าวว่า คดีนี้พนักงานสอบสวน สน.โชคชัย แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าคนตายโดยเจตนา บุกรุก พกพาอาวุธในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อหาทะเลาะวิวาท พนักงาน สอบสวนแจ้งว่าไม่มี ในฐานะผู้เสียหายรู้สึกสบายใจ เพราะไม่ต้องวิตกกังวล และเมื่อพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนให้อัยการฝ่ายคดีอาญา 9 ในวันนี้ ตนจึงต้องมายื่นหนังสือต่ออัยการ 2 เรื่อง คือ 1.ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมกรณีที่พนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่าฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยนำพยานวัตถุที่จะแสดงให้เห็นว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้โทรศัพท์หากันและเตรียมอาวุธมา รวมทั้งพยานบุคคลที่จะแสดงให้เห็นว่า มีประเด็นใดบ้างที่เข้าข่ายเป็นการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวมทั้งแผ่นซีดีบันทึกคำสัมภาษณ์ส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณาและขอความเมตตาครอบครัวผู้เสียหายในการตั้งข้อกล่าวหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

นายอนันตชัยกล่าวอีกว่า เรื่องที่ 2 กรณีอัยการท่านหนึ่งวิพากษ์วิจารณ์ให้สัมภาษณ์ในสื่อในทำนองว่าเรื่องนี้ไม่เข้าข่ายฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน นอกจากนี้ ยังโพสต์ในเฟซบุ๊กว่าฝ่ายผู้ตายกดดันตำรวจ อัยการ ศาล และให้ผู้เสียหายไปฟ้องเอง เห็นว่าอัยการไม่ควรให้สัมภาษณ์ชี้นำ เพราะถือว่ามีส่วนได้เสียที่จะต้องรับผิดชอบสำนวนคดี เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องตามกระแส แต่ร้องเรียนขอความเป็นธรรมในขั้นตอนต่างๆและที่กล่าวว่าไปกดดันตำรวจ อัยการ ศาลนั้นไม่เป็นความจริง พยายามอย่างถึงที่สุดแล้วในการต่อสู้เพื่อคนตาย หากท้ายที่สุดอัยการสูงสุดไม่สั่งให้สอบเพิ่มเติมในข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนก็ต้องยอมรับ แต่ในชั้นศาลนางทองคำจะขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมและนำสืบให้ศาลเห็นว่ากลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์อย่างไร ศาลอาจมีดุลพินิจ ที่จะลงโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิตและประหารชีวิต เมื่อคดีขึ้นสู่ชั้นศาลเชื่อว่าจะร่วมมือตามแนวทางของอัยการได้

เกี่ยวกับการร้องขอความเป็นธรรมกรณีดังกล่าว นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา กล่าวว่า การที่นายอนันตชัยไปยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมในประเด็นดังกล่าวนั้นไม่เป็นไร เพราะตนไม่ได้ทำคดีนี้อยู่แล้ว สำนักงานอัยการกองคดีอาญา 9 เป็นผู้รับผิดชอบ ไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของตน ถึงแม้จะได้รับมอบหมายให้ดูแลคดีนี้ คงจะต้องถอนตัวเพื่อความสบายใจ ทั้งนี้ตนยังแนะนำให้นายอนันตชัยยื่นข้อรังเกียจไปเพื่อความสบายใจ ส่วนการขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมนายอนันตชัยจะต้องไปขอที่ศาล ศาลจะอนุญาตหากได้ความว่าเป็นผู้เสียหายจริง แต่ที่ตนเคยเตือนไว้แล้วว่าการที่ไปพูดมาก อาจจะกลายเป็นเรื่องสมัครใจทะเลาะวิวาท และไม่ได้กลายเป็นผู้เสียหายสิทธิอาจจะหายไป และแม้ไม่ได้ฟ้องฐานฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่หากศาลเห็นว่าจำเลยผิด โทษข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนามีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิตเช่นกัน

เที่ยงวันเดียวกัน ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก พ.ต.ท.อลงกรณ์ ศิริสงคราม รอง ผกก. หัวหน้างานสอบสวน สน.โชคชัย พร้อมคณะนำสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องกลุ่มผู้ต้องหาให้พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 9 พิจารณาสั่งคดี ภายหลัง พ.ต.ท.อลงกรณ์กล่าวว่า นำสำนวนมาส่งให้อัยการจำนวน 417 แผ่น โดยผู้ต้องหาที่ 1-7 ถูกแจ้งข้อหาร่วมฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมพาอาวุธมีดไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุผลสมควรฯ และผู้ต้องหา 4 ใน 7 ยังถูกดำเนินคดี ข้อหาร่วมกันบุกรุกเคหสถานโดยมีอาวุธมีดและใช้กำลังประทุษร้าย ส่วนข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนนั้น สอบสวนพยานยังมีน้ำหนักไม่เพียงพอ อย่างไรก็ตาม ตำรวจไม่รู้สึกกังวลใดๆ เนื่องจากได้สอบสวนจากพยานหลักฐานที่มีอยู่จริงและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เมื่อถามว่า หากอัยการสั่งให้สอบเพิ่มเติมในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง ไว้ก่อน จะทำได้หรือไม่ พ.ต.ท.อลงกรณ์ตอบว่า หาก พนักงานอัยการพิจารณาแล้วเข้าหลักเกณฑ์อัยการสามารถสั่งให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาดังกล่าวได้

ด้านนายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา กล่าวว่า ต้องขออ่านสำนวนที่พนักงานสอบสวนส่งมาให้ละเอียดก่อน เนื่องจากฝ่ายผู้เสียชีวิต พยายามที่จะให้มีการแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 ให้ได้ แต่ขอยืนยันว่าตนจะไม่ทำงานตามกระแสจะต้องดูเหตุและผลในพยานหลักฐาน ให้ชัดเจนก่อน

คดีฆ่าชายพิการ ทนายและแม่เหยื่อโหดขอความเป็นธรรมอัยการสูงสุดพิจารณาแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนกับผู้ต้องหา 7 วัยโจ๋ และขอคัดค้านรองอธิบดีอัยการฯคดีอาญาร่วมพิจารณาหลังพบวิจารณ์ชี้นำคดี 22 มิ.ย. 2559 08:05 22 มิ.ย. 2559 08:06 ไทยรัฐ