วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'บันคีมูน' ออกโรง ขอ 'บิ๊กตู่' เปิดเสรีประชามติ

'บันคีมูน' ออกโรง ขอ 'บิ๊กตู่' เปิดเสรีประชามติ

  • Share:
นปช.โวยูเอ็นฯชี้ช่องส่องโกง ‘ประยุทธ์’เล็งส่งคนไปแจงซํ้า ‘มีชัย’จวกอันธพาลจ้องจับผิด


“บิ๊กตู่” เมิน นปช.ตื๊อดึงยูเอ็นร่วมวง สังเกตการณ์ประชามติ จ่อส่ง จนท. ไปคุยซ้ำ “บิ๊กป้อม” ไล่ส่งไปร่วมมือกับ กกต. โต้สกัดศูนย์ปราบโกงทำตาม ก.ม.ไม่ได้คุกคาม “จตุพร” ย้อนนายกฯชิงตัดหน้าชักศึกเข้าบ้านฟ้องยูเอ็น ดิสเครดิต นปช. สัปดาห์หน้ายื่นหนังสือ “บัน คี มูน-อียู” ส่งคนร่วมส่องการออกเสียง เดินสายร้อง “ประวิตร-กสม.” ยุติคุกคาม พร้อมหารือ กกต.วางกรอบตรวจสอบประชามติ ด้านเลขาฯยูเอ็นออกโรงกระทุ้งเปิดเสรีให้โต้เถียง รธน.ก่อน 7 ส.ค. ช่วยรับรอง รธน.ชอบด้วย ก.ม.-นำไปสู่การปรองดอง “ยิ่งลักษณ์” ทำบุญเบิร์ธเดย์ 49 ปี ขอพรหวังทุกฝ่ายหันหน้าจับเข่าคุย “ทักษิณ” เซอร์ไพรส์ส่งดอกโบตั๋นให้น้องสาว “ประยุทธ์” เลี่ยงไม่อวยพร ลั่นไม่เป็นศัตรูกับใคร นายกฯไฟเขียว ศอตช.รื้อคดีจีที 200 มอบ “วิษณุ” คลำช่องร้องขอเงินเยียวยา “สุรพงษ์-วิลาศ” บี้สอบหน่วยจัดซื้อลากคอคนรับผิดชอบ

แกนนำ นปช.เตรียมยื่นหนังสือถึงนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และสหภาพยุโรป (อียู) ประจำประเทศไทย ขอให้เข้าร่วมสังเกตการณ์การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต่อสายตรงถึงนายบัน คี มูน ชี้แจงการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนหน้ากลุ่มแกนนำ นปช.ไปยื่นร้องต่อสำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชน ภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ยูเอ็นโอเอชซีเอช อาร์) ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ระบุจะส่งเจ้าหน้าที่ไปชี้แจงซ้ำต่อยูเอ็น

นายกฯโปรโมตศิลปาชีพ “ฝ้ายทอใจ”

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ พร้อมนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ นำคณะผู้บริหารศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ มารอพบหน้าตึกบัญชาการเพื่อประชาสัมพันธ์งาน “ฝ้ายทอใจ”ครั้งที่ 9 ภายใต้แนวคิด “ที่สุดแห่งวิถี ความรัก และความภาคภูมิสู่หัตถศิลป์บนผืนฝ้าย” เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม ราชินีนาถ ในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษา ที่ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ระหว่างวันที่ 23-26 มิ.ย. โดยมี “คาร่า พลสิทธิ์” เป็นพรีเซ็นเตอร์โชว์สวมชุดไทยผ้าฝ้ายทอมือให้ชม ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากให้ออกแบบทันสมัยมากขึ้น ทำสีสันให้เป็นธรรมชาติกว่านี้เพื่อดึงดูดความสนใจ จากนั้น รมว.พาณิชย์ มอบเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายกล้วยไม้ 1 ตัว พร้อมผ้าลายรวงข้าว 1 ผืนให้นายกฯ

เพิ่มตำรวจหญิงอารักขาเข้ม

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากสัปดาห์ที่แล้วเกิดเหตุการณ์ที่ น.ส.เจมจุรีย์ ช่วยพรัด แฝงตัวเข้าประชิดตัวยื่นร้องเรียนให้นายกฯช่วยเหลือเรื่องเดือดร้อนจากอุปกรณ์คลื่นทำลายสมอง ทำให้มีการลดงานอีเวนต์ของหน่วยงานต่างๆ เหลือเพียงอีเวนต์โปรโมตงาน “ฝ้ายทอใจ” แค่จุดเดียว โดยระบบการรักษาความปลอดภัยได้เพิ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงชุดควบคุมฝูงชนเข้ามาดูแลรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมเป็นพิเศษ

เมิน นปช.ร้องยูเอ็น-ส่งคนแจงซ้ำ

ต่อมาเวลา 14.25 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม. ถึงกรณีที่เว็บไซต์สหประชาชาติรายงานถึงกรณีที่นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ ได้พูดคุยโทรศัพท์กับนายกฯไทย ระบุว่า สหประชาชาติสนับสนุนประเทศไทยกลับสู่ประชาธิปไตยโดยเร็วว่า สนับสนุนก็ยินดีที่จะให้เราสามารถเปลี่ยนผ่านบ้านเมืองของเราไปสู่ประชาธิปไตยโดยยั่งยืน ยูเอ็นสนับสนุนอยู่แล้ว แต่ยังมีคนต่อต้านอยู่ ตนก็เล่าให้เขาฟังเท่านั้นเอง เมื่อถามถึงกรณีที่กลุ่ม นปช.ยื่นหนังสือต่อยูเอ็นโอเอชซีเอชอาร์ ร้องเรียนที่ คสช.สกัดกั้นไม่ให้เปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ก็ยื่นไป เดี๋ยวตนจะส่งคนไปคุยกับยูเอ็น หากมีอะไรเกิดขึ้นมาตนก็แก้ปัญหาไปทีละเปลาะ “วิธีแก้ที่ดีที่สุดคือ คุณไปไล่ไอ้คนทำผิดกฎหมาย คนที่ไม่ชอบจะเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งหมด คุณไปไล่พวกโน้น อย่ามาไล่พวกผม”

“บิ๊กป้อม” ไล่ไปร่วมตรวจสอบกับ กกต.

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณี นปช.จะยื่นหนังสือถึงสหประชาชาติ (ยูเอ็น) สหภาพยุโรป (อียู) ขอให้ร่วมสังเกตการณ์การออกเสียงประชามติว่า ประเทศไทยไม่มีคนหรือ เรื่องนี้นายกฯพูดคุยกับเลขาธิการยูเอ็นแล้วว่า การทำประชามติเราทำอะไรไปบ้าง ความยุติธรรมไม่ต้องห่วง คสช.ทำอย่างโปร่งใส หาก นปช.อยากมีส่วนร่วมตรวจสอบ ให้ไปร่วมงานกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลำพัง กกต.เพียง 5 คนไม่สามารถทำประชามติได้ ผู้สังเกตการณ์จึงไม่จำเป็นต้องมี ประชาชนถือเป็นผู้สังเกตการณ์อยู่แล้ว ที่มาอ้างว่าจะมาดูปราบโกงประชามติ ดูตรงไหนก็ไม่รู้ ดูไม่ออกจริงๆ ส่วนที่ นปช.จะมายื่นหนังสือให้หยุดคุกคามการตั้งศูนย์ปราบโกง ยืนยันว่าทุกอย่างทำตามกฎหมาย ไม่ได้คุกคาม อะไรที่เป็นความขัดแย้ง มีกฎหมายหรือไม่มีกฎหมาย ก็ไม่สามารถทำได้ วันนี้มีความสงบอยู่แล้ว

“ตู่” ซัด “บิ๊กตู่” ตัดหน้าชักศึกฟ้องยูเอ็น

วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ผ่านทางยูทูบถึงกรณี นปช.เข้าหารือกับองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ว่าถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและพวกอ้างเป็นการชักศึกเข้าบ้านแล้วนายกฯนำเรื่องไปพูดคุยหรือฟ้องนายบัน คี มูน เลขาธิการยูเอ็น ต้องเป็นคนชักศึกเข้าบ้านเช่นกัน นปช.มีนัดหมายพูดคุยกับยูเอ็นช่วงบ่าย วันที่ 20 มิ.ย. แต่ พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดคุยกับนายบัน คี มูน ช่วงเช้า และให้สัมภาษณ์ช่วงเที่ยง มุ่งหวังว่าจะทำลายเนื้อหาการพูดคุยของ นปช.กับยูเอ็น นปช.ไปพูดคุยกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน การเปิดพื้นที่ตรวจสอบการทำประชามติ แต่นายกฯรายงานดักหน้าไปแล้ว แต่นายกฯควรบอกยูเอ็นด้วยว่าไปคุกคามประชาชนในการตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ ทั้งที่ไม่มีใครทำผิดสักคน การติดป้าย ไม่ล้ม ไม่โกง ไม่อายพม่า ไม่ผิดกฎหมายประชามติเลย พวกตนต้องการให้ทำประชามติโปร่งใส แต่ในใจของ พล.อ.ประยุทธ์คิดอะไรอยู่หรือกลัวแพ้ จึงต้องยึดป้ายปิดศูนย์ปราบโกงฯ การทำเช่นนี้ช่วยโฆษณาทางอ้อมให้พวกตน แต่สื่อบางพวกรายงานว่า นปช.แฝงการเมือง ถามตรงๆแฝงอะไร จะบอกให้โกงใช่หรือไม่ และต้องปล่อยให้ทุจริตอย่างนั้นหรือ

สัปดาห์หน้ายื่นหนังสือ “บัน คี มูน”

นพ.เหวง โตจิราการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า นปช.ได้เข้าพบข้าหลวงใหญ่ สำนักงานสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย เล่าให้ฟังถึงกระบวนการทำประชามติที่ไม่ยุติธรรม สนับสนุนฝ่ายหนึ่ง แต่ลิดรอนสิทธิอีกฝ่าย โดยปิดศูนย์ปราบ โกงประชามติ ตัวแทนยูเอ็นบอกว่า สนใจปัญหาสิทธิมนุษยชนในไทยมาตั้งแต่เหตุการณ์รัฐประหาร และมีคำเตือนต่อรัฐบาลออกมาเป็นระยะ แต่การจะให้ยูเอ็นเข้ามาสังเกตการณ์การทำประชามติไม่ใช่หน้าที่ของข้าหลวงใหญ่ ด้านสิทธิมนุษยชนฯจึงแนะนำให้ นปช.ทำหนังสือถึงนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ ผ่านเรื่องไปยังข้าหลวงใหญ่ที่ทำหน้าที่สังเกตการณ์ด้านการทำประชามติและการเลือกตั้ง มาทำหน้าที่นี้ รวมทั้งทำหนังสือแจ้งให้สหภาพยุโรป (อียู) ประจำประเทศไทย เข้ามาสังเกตการณ์กระบวนการทำประชามติควบคู่ไปด้วย หลังจากนี้ นปช.จะนำคำแนะนำไปดำเนินการต่อไป

ด้านนางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำ นปช. กล่าวว่า ยูเอ็นโอเอชซีเอชอาร์ให้คำแนะนำว่าการเชิญยูเอ็นเข้าร่วมตรวจสอบการทำประชามติ นปช.ต้องยื่นเรื่องกับหน่วยงานของยูเอ็นที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้โดยตรง คาดว่าสัปดาห์หน้า นปช.คงเดินทางเข้าพบตัวแทนยูเอ็นที่รับผิดชอบการเลือกตั้งและการลงประชามติ เพื่อยื่นหนังสือถึงนาย บัน คี มูน

ร้อง “ประวิตร-กสม.” หยุดคุกคาม

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวศูนย์ปราบโกงประชามติของ นปช. บนชั้น 5 ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าวว่า ล่าสุดกลุ่ม นปช.ปิดตายห้องศูนย์ปราบโกงฯ และย้ายอุปกรณ์สำนักงานไปตั้งที่ทำงานใหม่ในบริเวณใกล้เคียง แต่ยังเปิดรับเรื่องร้องเรียนตามปกติ ทั้งนี้ ภายในและภายนอกศูนย์การค้าดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบเฝ้าสังเกตการณ์ ขณะที่ศูนย์ปราบโกงฯ ที่จะเปิด 20 จังหวัด เปิดได้เพียง 8 จังหวัด นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า ศูนย์ปราบโกงจะมาใช้สำนักงาน นปช.แทน เพื่อให้ คสช.สบายใจ แต่ประชาชนที่จะเข้าร่วมศูนย์ในต่างจังหวัด ยังคงถูกอำนาจรัฐคุกคาม วันที่ 22 มิ.ย. เวลา 13.00 น. แกนนำนปช.ไปทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เรียกร้องให้ยุติการคุกคามประชาชนที่ต้องการจะร่วมตรวจสอบการทำประชามติ และวันที่ 23 มิ.ย. จะเดินทางไปร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน และสัปดาห์หน้าจะหารือกับ กกต.ว่าจะตรวจสอบการทำประชามติได้อย่างไร

“นิพิฏฐ์” หนุนต่อสายลดแรงต้าน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เห็นด้วยที่ พล.อ.ประยุทธ์ต่อสายตรงคุยกับนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) อธิบายสถานการณ์ของประเทศไทย ถ้าทำให้ เข้าใจมากขึ้นก็ดี ไม่เห็นแปลก คงไม่ใช่เรื่องแก้เกมอะไร เป็นหน้าที่โดยตรงไปสร้างความสบายใจให้ต่างชาติ เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารประเทศ นายกฯต้องทำอยู่แล้ว อย่างน้อยจะช่วยสร้างความเข้าใจ ลดกระแสต้าน จากที่บางกลุ่มพยายามดึงต่างชาติเข้ามาแทรกแซงในไทยได้

เย้ยศูนย์ปราบโกงฯมุกแป้กไร้ราคา

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. กล่าว ว่า แกนนำ นปช.ทั้งนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. โจมตีรัฐบาล ด้วยถ้อยคำที่รุนแรงขึ้น ที่อ้างมาปราบโกงจับทุจริตการทำประชามติ จึงเป็นมุกแป้กไร้ค่าไร้ราคา สังคมส่วนใหญ่ไม่อินด้วย พูดไปจนน้ำลายแห้งคงไม่มีใครเชื่อ ไม่เกิดประโยชน์ส่วนรวมใดๆ วันนี้ยัง ไม่เห็นสัญญาณว่าเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้เกี่ยวข้องไปชี้นำโน้มน้าวเรื่องประชามติ ไม่รู้ คสช.จะโกงประชามติไปทำไมด้วย

“บัน คี มูน” กระทุ้งเปิดเสรีโต้เถียง รธน.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน เว็บไซต์ของสำนักงานใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) เปิดเผยว่า นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ ยังคงย้ำจุดยืนว่าทางยูเอ็นพร้อมที่จะสนับสนุนประเทศไทยในการเตรียมความพร้อมลงประชามติรับรองข้อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งนี้ โฆษกของนายบัน คี มูน ออกแถลงการณ์ของนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ กรณีการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ว่า เลขาธิการสหประชาชาติมีความพร้อมที่จะส่งเสริมประเทศไทย ซึ่งยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านให้กลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย โดยอ้างถึงรายงานที่เกี่ยวกับข้อจำกัดในการแสดงออก การเปิดเผยความคิดเห็นอย่างเสรีภาพก่อนถึงวันลงประชามติวันที่ 7 ส.ค.นี้ ซึ่งนายบัน คี มูน เน้นย้ำถึงเรื่องการอภิปรายโต้เถียงแบบเปิดและกว้างขวางอาจจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยรับรองรัฐธรรมนูญที่ชอบด้วยกฎหมาย และนำไปสู่การปรองดองของ ชาติอย่างแท้จริง

กกต.เคลียร์ทูตขั้นตอนออกเสียง

ช่วงบ่าย ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชัน สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เชิญคณะผู้แทนทางการทูต-องค์กรระหว่างประเทศ จาก 35 ประเทศ กับ 5 องค์กร รับฟังชี้แจง การเตรียมความพร้อมการออกเสียงประชามติ โดยนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวเปิดงานว่า วัตถุประสงค์จัดงานครั้งนี้เพื่ออธิบายให้ทราบถึงอำนาจหน้าที่ในการจัดออกเสียงประชามติครั้งนี้ รวมทั้งภารกิจที่ กกต.จะดำเนินการต่อไปจนสิ้นสุดในวันลงประชามติ 7 ส.ค. ส่วนการยื่นเรื่องให้ศาล รัฐธรรมนูญวินิจฉัย เป็นบทบัญญัติจำกัดสิทธิประชาชน มีปัญหาเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา 4 หรือไม่นั้น ไม่มีความสำคัญต่อ การออกเสียงประชามติ การออกเสียงประชามติยังดำเนินการต่อไป แม้จะต้องเผชิญแรงกดดันต่างๆ กกต.และพนักงานยังคงยืนหยัดการทำงานสุจริตและเที่ยงธรรม ยึดหลักกฎหมายความเป็นกลางทางการเมือง จึงไม่มีข้อห่วงใย

สังเกตการณ์ได้แต่ต้องไม่ผิด ก.ม.

จากนั้นได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ซักถาม โดยมีคำถามเรื่องการสังเกตการณ์ขององค์กรต่างๆ ทำได้หรือไม่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ชี้แจงว่า การสังเกตการณ์จากประชาชนหรือผู้สังเกตการณ์นานา ชาติ จุดยืนเราเปิดรับทุกองค์กร แต่กฎหมายไม่ได้ เปิดช่องให้เข้าสังเกตการณ์ในคูหาได้ต่างจากการเลือกตั้ง สำหรับประเทศไทยประชาชนรวมตัวตรวจ สอบทำได้ ไม่ใช่แค่ นปช.มีศูนย์ปราบโกง มีหลายองค์กร โดยต้องเคารพกฎหมาย ไม่ก่อความวุ่นวาย หรือไปข่มขู่ให้ประชาชนออกเสียงทางใดทางหนึ่ง นปช.มาประสาน กกต.ให้ทำงานร่วมกันได้ ส่วนต่าง ประเทศ อาสาสมัครนานาชาติมาได้ โดยแจ้งความประสงค์เข้ามาที่ กกต.จะอำนวยความสะดวกให้

บ่นคุกรุ่น กกต.วางตัวยากถูกจับผิด

นายสมชัยกล่าวว่า การทำประชามติเป็นเรื่องซับซ้อน ประชาชนยังไม่มีความเข้าใจเพียงพอเพื่อเป็นข้อมูลตัดสินใจ ทำให้การออกเสียงจะเป็น ลักษณะตามกันไป และเป็นการจัดภายใต้บรรยากาศที่มีความคุกรุ่น ความขัดแย้งทางการเมืองที่สะสมมานาน คนสองฝ่ายเห็นต่างแสดงออกรุนแรง แม้วันนี้ทุกอย่างดูสงบแต่ในจิตใจของคนสองฝ่ายยังมีความต่างอยู่ ทำให้ กกต.วางตัวยากมาก บรรยากาศการจับผิดมีสูงมาก เช่น เพลงรณรงค์ ไม่ได้มีเจตนาสร้างความแตกแยก แต่ยังถูกนำมาเป็นประเด็นเคลื่อนไหว ส่วนวาทกรรมที่พูดว่าไม่มีเสรีภาพในการ สื่อสารและการถกเถียงก็ไม่จริง ยืนยันว่าไม่ได้ลิดรอนเสรีภาพของประชาชน กกต.ดูแลภายใต้กฎหมายประชามติ แต่สังคมไทยยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับ ถ้าประชาชนทำผิดกฎหมายอื่น กกต.จะเอื้อมมือไปไม่ถึง บางเรื่อง กกต.บอกไม่ผิด แต่ฝ่ายความมั่นคงอาจบอกว่าผิด เพราะมีข้อมูลเชิงลึกกว่า กกต.

“มีชัย” ร้องนายกฯฟันพวกป่วนเวทีครู ค.

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธาน เพื่อประเมินและสรุปผลการอบรมวิทยากรระดับหมู่บ้าน (ครู ค.) โดยนายมีชัยให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมถึงกรณีพบปัญหาการลงพื้นที่ชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญของครู ค. ที่มีการข่มขู่ว่าจะติดตั้งกล้องถ่ายวีดิโอเพื่อตรวจสอบว่า ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ ทำเป็นอันธพาลไม่นึก ถึงบ้านเมือง อยากถามว่ายังมีความเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่ คงต้องไปหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง เพราะถ้ามีคนแบบนี้อยู่ในแผ่นดินยิ่งน่ากลัวบ้านเมืองคงไม่ไปไหน ประชาชนที่เป็นพลังเงียบต้องลุกขึ้นมาช่วยขจัดอันธพาลพวกนี้ แค่ค่าจ้างเล็กน้อยๆ แล้วทำลายบ้านเมืองได้เชื่อว่าคนไทยทั่วไปคงไม่ยอม หากยอมแล้วไม่ทำอะไรเลยเขาจะได้ใจมากขึ้น และเราจะตกอยู่ใต้อาณัติคนเลวตลอดไป

“ณัฐวุฒิ” อัดซือแป๋ออกอาการคิดไม่ดี

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า การที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. แสดงความไม่พอใจกรณีมีข่าวว่าจะมีคนตั้งกล้องถ่ายภาพการลงพื้นที่ชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญของครู ค. ยิ่งทำให้เห็นอาการว่าฝ่ายรัฐคิดจะทำมิดีมิร้ายในการลงประชามติหรือไม่ เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องไม่พอใจ การชี้แจงเนื้อหารัฐธรรมนูญต้องเป็นไปโดยเปิดเผย ซึ่งเหลวไหลมากที่กล่าวหาว่าเป็นการทำลายบ้านเมือง ถ้าไม่ตั้งใจทำผิดกฎหมายก็ไม่ต้องกลัว ส่วนที่ประกาศให้พลังเงียบออกมาจัดการคนเห็นต่างนั้น อยากถามว่านายมีชัยว่าจัดการอย่างไร ให้ใครจัดการ ส่วนตัวเห็นว่าเป็นการปลุกระดม สร้างความแตกแยกในบ้านเมือง ขัดคำสั่ง คสช.ชัดเจน และจะให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมหลักฐานแจ้งความดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

“จอน” ฉะ ม.61 วรรคสองขัดหลักสากล

วันเดียวกัน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีจัดเสวนา “ประชามติกับการใช้เสรีภาพ” โดยโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) โดยนายจอน อึ๊งภากรณ์ ผอ.โครงการ iLaw กล่าวว่า กำลังรอผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ตีความมาตรา 61 วรรคสองของกฎหมายประชามติว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยมาตรานี้มีถ้อยคำที่ไม่เคยปรากฏในประชามติที่ใดในโลก ตีความยาก เพราะไม่ทราบว่าอะไรผิดจากข้อเท็จจริง ส่วนที่ กกต.ประกาศหลักเกณฑ์ขยายมาตรา 61 วรรคสอง มีเนื้อหาไปไกล เช่น ห้ามการจัดเสวนา ห้ามติดสัญลักษณ์ว่ารับหรือไม่รับร่าง ซึ่งขัดกับการทำประชามติทั่วโลก ส่วนรัฐบาลนำเงินภาษีไปอบรมครู ก. ข. ค. ช่วยชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญซึ่งมีแต่ข้อดี เท่ากับรณรงค์หรือปลุกระดมให้รับร่างเหมือนจำกัดการรับรู้ข้อดีข้อเสีย จากนั้นกลุ่ม iLaw และกลุ่มนักวิชาการอิสระ อ่านแถลงการณ์เรื่องประชามติกับการใช้เสรีภาพร่วมกัน โดยระบุว่าเชื่อว่าการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 ส.ค. จะไม่เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม

ภาค ปชช.ร้อง ม.178 เสี่ยงเสียดินแดน

ที่รัฐสภา เครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ นำโดย พ.ท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี ผู้ประสานงานเครือข่าย ยื่นหนังสือถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผ่านนางวรารัตน์ อติแพทย์ เลขาธิการวุฒิสภา ท้วงติงร่างรัฐธรรมนูญ 2559 มาตรา 178 ขัดต่อประมวลกฎหมายอาญา เนื่องจากระบุว่าการทำสัญญาใดที่มีผลผูกพันต่อทรัพยากรธรรมชาติ อาณาเขตดินแดนไทย หากรัฐสภาไม่พิจารณาเสร็จภายใน 60 วัน ถือว่ารัฐสภาให้ความเห็นชอบ จะขัดต่อรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 มาตรา 1 และมาตรา 35 ที่ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้ หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติ และประกาศใช้ ประเทศไทยจะสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียดินแดน อาณาเขตที่ทับซ้อน ขอให้ สนช.พิจารณาเร่งด่วน และยับยั้งการลงประชามติ หาทางแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 178 และแจ้งรัฐบาล ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กรธ. แก้ไขบทบัญญัติก่อนนำไปลงประชามติ

“ปู” ทำบุญ 49 ปี หวังทุกฝ่ายจับเข่าคุย

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 08.00 น. บ้านพักซอยโยธินพัฒนา 3 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมนายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามี และ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปก์ บุตรชาย ร่วมกันทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 9 รูป จากวัดบางเตย เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 49 ปี โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า วันเกิดปีนี้ขอพรให้ตัวเองสุขภาพแข็งแรง ให้ชีวิตผ่านไปได้ด้วยดี ไม่ได้ขออะไรส่วนตัวมาก เพราะเป็นห่วงบ้านเมืองและพี่น้องประชาชน ขณะนี้เศรษฐกิจเติบโตช้า อยากให้รัฐบาลออกนโยบายมากระตุ้นเศรษฐกิจ ให้คนมีรายได้เพิ่มขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสุขมากยิ่งขึ้น ส่วนสถานการณ์ทางการเมือง อยากให้เป็นไปในทิศทางที่ดี ทุกฝ่ายถ้อยทีถ้อยอาศัย ค่อยพูดค่อยจากัน เรากำลังไปสู่การทำประชามติ เพื่อให้มีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย หวังให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาจับเข่าคุยกัน และเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและ คสช.ที่จะประคับ– ประคองสถานการณ์ ขอเรียกร้องให้ กกต.ดูแลการจัดการออกเสียงประชามติให้ดี เปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็นเต็มที่ เพื่อให้การออกเสียงประชามติเป็นที่ยอมรับ

“แม้ว” เซอร์ไพรส์ส่งโบตั๋นเบิร์ธเดย์น้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศช่วงเช้าเป็นไปอย่างอบอุ่นเรียบง่าย มีเฉพาะครอบครัวร่วมทำบุญ โดยน้องไปก์ อวยพรให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ประสบแต่ความสุข และผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆที่เข้ามาได้อย่างราบรื่น สบายๆ ขณะที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้ส่งแจกันดอกโบตั๋นมาเป็นของขวัญวันเกิด พร้อมคำอวยพรให้น้องสาวว่า “ขอให้น้องโชคดี ขอให้น้องสุขภาพแข็งแรง และขอให้น้องผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ” ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่า ส่งมาตอนกลางคืนดึกๆ แล้วตื่นขึ้นมาเห็นตอนเช้า พร้อมกันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้แจงหนังสือ “สวดมนต์ สร้างบุญ” รวบรวมบทสวดมนต์ ด้านหลังตีพิมพ์ คำสอนของพุทธทาสภิกขุว่า “ใครรัก ใครชัง ช่างเถิด ใครเชิด ใครชู ช่างเขา ใครเบื่อ ใครบ่น ทนเอา ใจเรา ร่มเย็น เป็นพอ” ให้แก่สื่อมวลชนที่มาทำข่าวด้วย ทั้งนี้ พระสงฆ์ได้ให้พร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่า “ขอให้โยมมีชัยชนะ เหมือนอย่างที่พระพุทธเจ้ามีชัยชนะต่อมารทั้งหลาย”

แกนนำ พท.–นปช.ตบเท้าอวยพรพรึบ

ขณะที่เวลา 10.00 น. ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค บรรดาอดีตรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย อดีต ส.ส.แกนนำ นปช.ร่วมอวยพรวันเกิด น.ส.ยิ่งลักษณ์กันคับคั่ง อาทิ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ นายวราเทพ รัตนากร อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น ทุกคนต่างส่งคำอวยพร ทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยิ้มแก้มปริตลอดเวลา หลังเสร็จสิ้นคำอวยพรทั้งหมดได้ถ่ายภาพร่วมกัน และร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์เป่าเค้กวันเกิด และแจกจ่ายซิ่วท้อ ขนมมงคลของจีน 49 ลูก แก่ผู้เข้าร่วมงาน โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า เป็นวันเกิดที่มีความสุขที่สุด พร้อมทั้งนำหนังสือ “สวดมนต์ สร้างบุญ” แจกให้ผู้ร่วมงาน จากนั้นจึงร่วมรับประทานอาหารกับคณะแกนนำพรรคและอดีต ส.ส.เพื่อไทย

“ประยุทธ์” ยันไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ถามถึงวันคล้ายวันเกิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะอวยพรอะไรหรือไม่ โดย พล.อ.ประยุทธ์ ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “โดยส่วนตัวแล้วผมไม่ได้เป็นศัตรูอะไรกับท่าน และท่านก็มีความสุข สุขภาพท่านก็แข็งแรงอยู่แล้วในวันเกิด และท่านก็อายุน้อยกว่าผมเยอะ แล้วคุณไม่ห่วงผมบ้างหรือ”

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นักการเมืองเข้าอวยพรวันเกิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถือว่ามีความผิดหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นเรื่องของนักการเมืองตนไม่เกี่ยว เรื่องนี้ยังไม่รู้ ถ้ามันไม่เกิดความขัดแย้งก็ไม่เป็นไร

ไฟเขียว ศอตช.รื้อคดีจีที 200

สำหรับกรณีที่ศาลอังกฤษตัดสินสั่งยึดทรัพย์ 7.9 ล้านปอนด์ (ราว 395 ล้านบาท) จากนายเจมส์ แมคคอร์มิค ผู้ต้องหาคดีจำหน่ายเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด (GT 200) ปลอม เพื่อนำเงินจ่ายค่าชดเชยให้ผู้เสียหาย ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เตรียมรื้อคดีการจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดปลอม หรือจีที 200 ส่งให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ตรวจสอบว่าก็ส่งไป สตง.ได้ชี้แจงแล้ว โดยบอกว่าจะตรวจเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ถ้าถูกต้องไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น เป็นเรื่องที่ผลิตมา มีการโฆษณาและมีการทดลองใช้งานในหลายประเทศมาแล้วก็ซื้อตามกันมา ไปติดตามดูแล้วกัน ตอบอะไรยังไม่ได้ เป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมาย เมื่อถามว่า จะเช็กราคากลางหรือไม่ที่ตัวเลขแต่ละหน่วยงานแตกต่างกัน พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ก็ไปเช็กมาว่าต่างกันอย่างไร ตนไม่รู้ จะรู้เฉพาะของตน ไปเช็กกันมา เดี๋ยวสำนักงบประมาณก็ทำกันเอง

งงไม่มีใครร้องเยียวยาซื้อของปลอม

เมื่อถามว่าศาลของอังกฤษได้ตัดสิน โดยให้เยียวยาให้บริษัทที่ซื้อ แต่กลับไม่มีชื่อประเทศไทยที่จะได้รับการเยียวยาทำให้เสียโอกาสหรือไม่ หากเราไม่ร้องขอรับการเยียวยา พล.อ.ประยุทธ์หยุดคิดก่อนตอบว่า “เอ๊ะ..ทำไมไม่มี” ผู้สื่อข่าวระบุว่าเพราะหน่วยงานไทยไม่ได้ร้องไป พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า แล้วทำไมเราไม่ร้องไป ผู้สื่อข่าวตอบกลับว่า “นั่นคือประเด็นที่ต้องซักถาม” พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า เดี๋ยวก็ต้องร้อง หน่วยงานของเราก็มีอยู่ไม่ใช่หรือก็ร้องไปสิ เมื่อถามว่าจะทำให้เราเสียโอกาสหรือไม่ ถ้ายังต้องรอผลการตรวจสอบจาก ป.ป.ช.หรือหน่วยงานต่างๆ มีช่องทางร้องล่วงหน้าหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ร้องไปทางช่องไหนยังไม่รู้ ต้องร้องไปยังช่องทางกฎหมายที่มีอยู่ ร้องกันช่องไหนเราก็ร้องช่องนั้น ถ้ามันไม่ได้ก็คือไม่ได้ เมื่อถามว่า นายกฯเห็นด้วยใช่หรือไม่ที่เราควรจะร้องขอเยียวยา พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ถ้าร้องกันมันก็ต้องร้อง ถ้ามันเยียวยาได้เราก็อยากได้เงินเยียวยาหรือไม่อยากได้ แต่วิธีการคือมันทำได้หรือเปล่า จะให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมายดู ให้รอถามนายวิษณุ

เคาะโพเดียมระบายอารมณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จบการซักถามประเด็นจีที 200 พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวขึ้นว่า มีประเด็นอะไรจะถามอีกหรือไม่ เมื่อไม่มีผู้สื่อข่าวซักถาม พล.อ.ประยุทธ์ กำมือเคาะลงที่โพเดียมเสียงดัง 1 ครั้ง ชักสีหน้าใส่กลุ่มผู้สื่อข่าว พร้อมกล่าวว่า “ก็ไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดี”จากนั้นเดินเลี่ยงออกจากโพเดียมแถลงข่าว พร้อมบ่นด้วยสีหน้าตัดพ้อว่า “ประเทศก็เดินไปไม่ได้”สร้างความงุนงงให้แก่ผู้สื่อข่าวที่จู่ๆ พล.อ.ประยุทธ์ยุติการแถลงข่าวเดินลงจากโพเดียมไปดื้อๆ

“บิ๊กป๊อก” โยน ทบ.ถก ป.ป.ช.

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า เมื่อศาลของประเทศอังกฤษพิพากษาว่าบริษัทผู้ผลิตลวงโลก กองทัพบกต้องหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เช่น คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะเรียกร้องค่าเสียหายอย่างไร ส่วนหน่วยงานต่างๆ ที่ทำเรื่องขอใช้เครื่องดังกล่าว จะพิจารณาภายหลังดูว่าทำไมต้องซื้อ แล้วซื้อถูกต้องหรือไม่ มีทุจริตหรือไม่ ดูกันทีละเรื่อง สำหรับบริษัทไทยที่เสนอขายถ้าพบว่าผิดจริง ต้องมีผลมากกว่าขึ้นแบล็กลิสต์ ถ้าเจตนาต้องมีโทษ ถ้าซื้อด้วยกลไกปกติในส่วนกองทัพไม่น่ามีอะไรผิดพลาด แต่ครั้งนี้เป็นการซื้อพิเศษ เป็นความต้องการของเจ้าหน้าที่ระดับล่างในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภาคเหนือบางพื้นที่เพื่อตรวจสอบยาเสพติด เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาใช้งานได้หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ ตอบว่า ไม่อยากตอบ กลัวมีผลต่อการเรียกร้องเงินเยียวยา

โบ้ยหน่วยงานรัฐเรียกค่าเสียหาย

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการเรียกค่าชดเชยความเสียหายจากการจัดซื้อเครื่องจีที 200 ว่า ต้องรอให้แต่ละหน่วยงานที่จัดซื้อเครื่องดังกล่าว รายงานเข้ามาว่าจะให้รัฐบาลดำเนินการอย่างไรหรือไม่ เพราะเราเป็นผู้เสียหาย แต่จะทำอะไรต้องดูว่าทางบริษัทผู้ขายจะชดเชยอย่างไรด้วย การยื่นขอเยียวยาต้องพิจารณาแต่ละส่วนงานกันเอง เพราะใช้เงินงบประมาณของตัวเองซื้อ หากจะเรียกร้องค่าเสียหายให้ดำเนินการเอง

“ปึ้ง” บี้ใช้มาตรการรับผิดละเมิด

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯให้สัมภาษณ์เรื่อง จีที 200 ว่าศาลอังกฤษจะฟ้องคนซื้อด้วยหรืออย่างไรนั้น ฟังแล้วงงๆ ศาลอังกฤษคงไม่บ้าจี้ฟ้องผู้เสียหาย ไทยเราเป็นผู้เสียหายรายหนึ่งที่ถูกฝรั่งหลอกขาย และใช้งานไม่ได้ เราเสียค่าโง่ก็เจ็บพอแล้ว และการจะได้ส่วนแบ่งคืนจากศาลอังกฤษร่วมกับผู้เสียหายรายอื่นหรือไม่ ต้องถามตัวเองว่าเมื่อตอนที่จะฟ้องร้อง ไทยได้ไปเป็นโจทก์ร่วมกับเขาหรือไม่ หรือช่วงเวลานั้นไทยยืนยันกันเองว่ามันใช้งานได้ดี ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ประกาศปาวๆ ว่าจะปราบการทุจริตให้หมดไป ตามยุทธศาสตร์ชาติ จีที 200 เห็นกันจะจะ จะไม่มีใครรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อรัฐหรือรับโทษตามกระบวนการของ ป.ป.ช. ได้อย่างไร ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องใช้มาตรการความผิดทางละเมิดให้กระทรวงการคลังเรียกร้องค่าเสียหายกว่าพันล้านบาท คืนมาจากผู้บริหารหน่วยงานของรัฐที่ขออนุมัติงบประมาณไปจัดซื้อ ไม่ควรนิ่งเฉย ช่างน่าอับอายขายขี้หน้าที่เราถูกเขาหลอก ทั้งที่มีคนเก่งเยอะแยะอยู่ทั้งในกองทัพและส่วนราชการแต่กลับถูกหลอกต้มจนเปื่อย ยอมกันไม่ได้ต้องเอากันให้ถึงที่สุด และพรรคจะเกาะติดอย่างใกล้ชิด

“วิลาศ” จี้รีดสอบหน่วยงานจัดซื้อ

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบสภาผู้แทนฯ กล่าวถึงกรณีผู้ว่าการ สตง.จะส่งข้อมูลการทุจริตซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดปลอมจีที 200 ให้ ศอตช.และ ปปง.ว่า ชัดเจนว่าเป็นปาหี่ระดับโลก หลายชาติถูกหลอกขาย เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.และ สตง.ต้องเรียกกว่า 10 หน่วยงานราชการที่เคยซื้อเครื่องจีที 200 มาให้ข้อมูลว่า ทำไมการซื้อถึงมีราคาแพงกว่าต่างประเทศ ทำไมแต่ละหน่วยงานถึงมีราคาไม่เท่ากัน บางแห่งราคาสูงกว่าเป็นเท่าตัว ไม่ต้องไปตามดูเส้นทางการเงินของบริษัทต่างประเทศแล้ว แต่ขอให้ตามเส้นทางการเงินของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการซื้อเครื่องจีที 200 ในไทยจะดีกว่า ทราบมาว่าเป็นการซื้อโดยตรงจากบริษัทที่อังกฤษ ผู้มีอำนาจต้องสั่งการให้ทุกหน่วยมารายงานสรุปว่าซื้อมาทั้งหมดกี่เครื่อง จำนวนเงินทั้งหมดเท่าไหร่ แล้วรวบรวมข้อมูลหลักฐาน ตั้งตัวแทนฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากบริษัทผู้ผลิตหรือผู้ขาย เช่นเดียวกับที่รัฐบาลประเทศอื่นทำกัน อย่ามัวชักช้าอ้างต้องสอบสวนต่างๆ ให้เสียเวลา เพราะของใช้ไม่ได้จริง ตามที่อ้างหลอกลวง หลายประเทศฟ้องร้องไปแล้ว

เผยนายกฯถก “ซูจี” ไม่แตะโรฮีนจา

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กล่าวถึงข้อหารือกับนางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา ที่จะเดินทางเยือนประเทศไทยในวันที่ 23-25 มิ.ย.โดยเฉพาะการแก้ปัญหาโรฮีนจาว่า เรื่องโรฮีนจาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นเรื่องภายในของเมียนมา อย่าไปยุ่งมากนัก ประเด็นการหารือนั้นเมียนมาจะนำเรื่องมาหารือเป็นส่วนใหญ่ ส่วนการดูแลแรงงาน เรารับปากจะดูแลให้ดีที่สุดเท่าเทียมกับแรงงานไทย

นายอารักษ์ พรหมณี อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่าไทยและเมียนมาจะลงนามความร่วมมือด้านแรงงาน อาทิ การจัดทำซีไอหรือหนังสือแสดงตัวบุคคล การนำเข้าแรงงานเมียนมาที่ต้องกำหนดรายละเอียดที่ชัดเจน เพื่อคุ้มครองสิทธิแรงงาน ขณะที่นายสมพงศ์ สระแก้ว ผอ.มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพ ชีวิตแรงงาน (แอลพีเอ็น) กล่าวว่า เครือข่ายแรงงานเมียนมาจะยื่นข้อเรียกร้อง 5 ข้อ ผ่านเจ้าหน้าที่ทางการเมียนมา เรื่องขอให้เปิดจดทะเบียนแรงงานข้ามชาติ การบังคับใช้กฎหมายกับนายจ้างจ่ายค่าแรงงานตามกฎหมาย การให้สิทธิแรงงานที่มีบัตรเดินทางไปจังหวัดอื่นได้ ให้ลงนามในเอ็มโอยูเพื่อยกเลิกนายหน้านำเข้าแรงงาน และการดูแลบุตรหลานแรงงานเมียนมาให้ได้รับการศึกษาและสาธารณสุข

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้