วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มรดกเฒ่าใจบุญเงินล้านวุ่น ญาติโผล่-ทนายป่วย ยังหาพินัยกรรมไม่เจอ

ตร.สมุทรปราการ กุมขมับ ทนายของ 'องอาจ ราชวงษ์' ป่วยไม่รู้สึกตัว ส่งผลให้ยังไม่พบพินัยกรรม ขณะที่ น.ส.เพ็ญศรี ที่มีชื่อในทะเบียนสมรสปฏิเสธไม่เคยแต่งงาน และไม่รู้จักผู้ตาย ส่วนหลานสาวโผล่บอกไม่ได้ต้องการเงินลุง แต่จะจัดงานศพให้

จากกรณีมีผู้พบศพ นายองอาจ ราชวงษ์ อายุ 84 ปี นอนเสียชีวิตภายในห้องพักหลังกุฏิพระ ภายในวัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ ก่อนทิ้งมรดกฝากไว้ในบัญชีธนาคาร ธ.ก.ส. จำนวน 1.4 ล้านบาท ซึ่งทางทางพระอาจารย์สุพล พลสัมปันโน พระพี่เลี้ยงอ้างว่า ผู้ตายได้ทำพินัยกรรมไว้ โดยจะมอบให้ โรงพยาบาลสงฆ์ 7 แสนบาท และทางวัดอโศการามอีก 7 แสนบาท หลังจากที่เสียชีวิต ส่วนที่ดินขนาด 200 ตร.ว. ซึ่งอยู่ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้โอนให้กับทางลูกศิษย์พระพี่เลี้ยง ตามที่ได้แสนอข่าวไปแล้วนั้น (ชี้‘พินัยกรรม’ พ่อเฒ่าใจบุญ บัญชีเงิน1.4ล. มอบรพ.สงฆ์ แบ่งถวายวัด

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 59 ผู้สื่อข่าวใน จ.อุดรธานี รายงานว่า น.ส.เพ็ญศรี บัวรอด โทรมาแจ้งว่า ทราบเรื่อง นายองอาจ ยาจกเงินล้านจากข่าวทีวีและหนังสือพิมพ์ และอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมจึงมีชื่อของตนไปข้องเกี่ยวกับผู้ตาย

"พื้นเพเดิมฉันอาศัยอยู่ จ.นนทบุรี ยังเป็นโสด มาทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี มานานแล้ว และอาศัยอยู่กับเพื่อนที่บ้านหลังนี้ ไม่เคยแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับใคร และขอปฏิเสธว่าไม่เคยรู้จักกับนายองอาจมาก่อน จะแต่งงานจดทะเบียนสมรสกับนายองอาจได้อย่างไร และอย่านำตนไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้" น.ส.เพ็ญศรี กล่าว

ด้าน ร.ต.อ.สหัสพล พุ่มอิ่ม รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรปราการ กล่าวว่า นางเพ็ญศรี ได้ตอบกลับมาว่าไม่เคยรู้จักกับ นายองอาจ มาก่อน ขณะเดียวกัน ในทะเบียนราษฏร์ก็ระบุสถานะของนางเพ็ญศรี ว่าโสด จึงทำให้ต้องพยายามติดต่อหาญาติต่อไป ส่วนทนายความที่นายองอาจ ผู้ตาย เคยทำพินัยกรรมเอาไว้ ทราบชื่อเพียงว่า ทนายอุเทน ขณะนี้ยังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เนื่องจากเส้นเลือดในสมองแตก และไม่มีการตอบสนองใดๆ ทำให้ยังไม่ทราบว่า พินัยกรรมที่พระอาจารย์สุพลบอกนั้นอยู่ที่ใด

ทั้งนี้ ได้รับการติดต่อจากเพื่อนของทนายอุเทนแล้วว่า จะเป็นธุระช่วยทำการรื้อค้นพินัยกรรมที่ผู้ตายได้ให้ทนายอุเทนทำไว้ให้ และจะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน แต่ยังไม่มีการนัดวันและเวลาที่จะเข้าพบ ตนจึงยังไม่ทราบว่าแท้จริงในพินัยกรรมระบุว่าอย่างไรบ้าง รวมถึงเงิน 1.4 ล้านบ้าน ที่ พระสุพล อ้างว่า นายองอาจ ทำพินัยกรรมไว้นั้น จะมีจริงหรือไม่ ขณะนี้ อยู่ระหว่างทำเรื่องขอเช็กบุ๊กแบงก์จากทางธนาคาร ธ.ก.ส. ซึ่งคาดว่าจะทราบผลวันพรุ่งนี้

ร.ต.อ.สหัสพล กล่าวอีกว่า ในเรื่องมรดกของนายองอาจ ทุกอย่างอยู่ที่รายละเอียดของพินัยกรรมที่ได้ทำไว้ทั้งหมด ว่าจะยกให้กับใคร ล่าสุดพบว่าผู้ตายยังมีที่ดินอยู่ใน จ.กาญจนบุรี อีกหนึ่งแปลง ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนเรื่องศพของผู้ตายนั้น ขณะนี้ พระอาจารย์สุพล ได้มาแสดงความจำนงที่จะเป็นผู้ดำเนินการเอง หากไม่มีใครมาแสดงตัวเป็นญาติหรือทายาทของผู้ตาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น พระอาจารย์สุพล แจ้งว่า ก่อนจะไปรับศพ นายองอาจ มาประกอบพิธีนั้น จะต้องรอให้ผ่านพ้นงานพระราชทานเพลิงศพ หลวงพ่อทอง จันทสิริ อดีตเจ้าอาวาทวัดอโศการาม ก่อน ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 26 มิ.ย. จากนั้นจะเดินทางไปรับศพ นายองอาจที่สถาบันนิติเวช มาประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 21 มิ.ย. นางวงเดือน โพธิ์สีลา อายุ 43 ปี ซึ่งอ้างว่าเป็นหลานของนายองอาจ พร้อมด้วย นายสนาม เสียมณรงค์ อายุ 56 ปี พี่ชาย นำรูปถ่ายของนายองอาจซึ่งอยู่ในมือถือขณะนายองอาจสมัยยังเป็นหนุ่ม เข้าพบ ร.ต.อ.สหัสพล เจ้าของคดี หลังจากได้ทราบข่าวทางสื่อต่างๆ ว่า นายองอาจ ซึ่งเป็นลุง ได้เสียชีวิต

นางวงเดือน กล่าวว่า ย้อนไปเมื่อช่วงตนอายุ 11 ขวบ ตนเคยไปพักอาศัยอยู่กับลุงองอาจ ซึ่งเป็นพี่ชายแม่ แต่คนละพ่อกัน โดยอาศัยอยู่ที่บ้านพักราชการที่กรมสรรพสามิต กรุงเทพฯ ระหว่างที่มาเรียนหนังสือ ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน ลุงมีภรรยาคนหนึ่งชื่อ นางอุบล ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งตอนนั้นตนก็ไม่ได้ทราบเรื่องอะไรมากเนื่องจากยังเป็นเด็ก กระทั่งตนอายุ 12 ขวบ จึงได้ย้ายออกไปอยู่ที่อื่น และก็ไม่ได้ติดต่อกับลุงองอาจอีก กระทั่งมาทราบข่าวทางสื่อต่างๆ ว่าลุงองอาจได้เสียชีวิต และกำลังประกาศตามหาญาติ ตนพร้อมพี่ชายจึงได้เดินทางมาพบกับทางตำรวจ เพื่อติดต่อขอนำศพของคุณลุงไปตั้งบำเพ็ญกุศลทางศาสนา แต่ถ้ามีคนมาติดต่อเรื่องจัดการงานศพแล้ว ตนก็จะขอเป็นเจ้าภาพร่วม โดยไม่ได้มาหวังอะไรจากมรดกของลุง

ร.ต.อ.สหัสพล กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับคดีดังกล่าว ตัวสำคัญอยู่ที่พินัยกรรมเพียงอย่างเดียว ถ้าหากพบพินัยกรรม ทุกอย่างก็ต้องดำเนินการตามที่ผู้ตายได้ระบุไว้ แต่ถ้าหากไม่พบพินัยกรรม ทางญาติก็ต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์ และร้องขอต่อศาลเพื่อขอเป็นผู้จัดการมรดก และมีสิทธิจัดการทรัพย์สินในกองมรดกของผู้ตาย ถ้าหากไม่สามารถหาหลักฐานมาพิสูจน์ได้ตามหลักกฎหมาย ทรัพย์สินทั้งหมดก็จะตกเป็นของแผ่นดินต่อไป

ล่าสุดเมื่อเวลา 18.30 น. วันนี้ (21 มิ.ย. 59) ผู้สื่อรายงานว่า ภายหลังจาก นางวงเดือน ซึ่งเป็นญาติของ นายองอาจ ราชวงษ์ เฒ่าใจบุญเงินล้าน ได้เดินทางไปตามหาอดีตภรรยาที่ทราบชื่อเล่นเพียงว่า ป้าอุบล ซึ่งพักอาศัยอยู่ย่านประชาอุทิศ ผู้สื่อข่าวจึงได้โทรไปสอบถามความคืบหน้า จนทราบข่าวว่านางวงเดือนพบตัว ป้าอุบล แล้ว

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ ป้าอุบล หรือ นางณัฐสรวง บัวรอด ปัจจุบัน อายุ 80 ปี โดยนางณัฐสรวง เล่าให้ฟังว่า เดิมตนชื่อ เพ็ญศรี บัวรอด ตามที่ระบุในใบสมรส ย้อนไปกว่า 40 ปี ระหว่างที่อยู่กินกับนายองอาจ ที่บ้านพักของตนย่านซอยประชาอุทิศ 15 เขตราษฎร์บูรณะ กระทั่งตนกับนายองอาจมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน ก่อนที่ตนจะตัดสินใจฉีกทะเบียนสมรสทิ้ง นายองอาจ จึงเก็บข้าวของและย้ายออกไปจากบ้านตน และก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย กระทั่งมาทราบข่าวตามสื่อต่างๆ ว่า นายองอาจ เสียชีวิตและมีเงินกว่าล้าน ซึ่งตนก็ไม่ได้สนใจเนื่องจากไม่อยากเข้าไปยุ่ง ส่วนเรื่องมรดกทั้งหลายที่นายองอาจมี ก็ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยดำเนินการเนื่องจากตนอายุมากแล้ว ไม่สามารถเดินทางไปไหนได้

ด้าน นางวงเดือน กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ทางครอบครัวตนก็ยังจะอยากเป็นคนรับศพลุงองอาจมาบำเพ็ญกุศลทางศาสนา โดยจะจัดที่วัดอโศการาม ซึ่งเป็นที่ที่ลุงองอาจเคยอาศัยอยู่

ตร.สมุทรปราการ กุมขมับ ทนายของ 'องอาจ ราชวงษ์' ป่วยไม่รู้สึกตัว ส่งผลให้ยังไม่พบพินัยกรรม ขณะที่ น.ส.เพ็ญศรี ที่มีชื่อในทะเบียนสมรสปฏิเสธไม่เคยแต่งงาน และไม่รู้จักผู้ตาย ส่วนหลานสาวโผล่บอกไม่ได้ต้องการเงินลุง แต่จะจัดงานศพให้ 21 มิ.ย. 2559 18:45 ไทยรัฐ