วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทนายคดีฆ่าชายพิการ ยื่นขอ อสส.ตั้งข้อหา ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ทนายความ คดีฆ่าชายพิการ โชคชัย 4 ยื่นหนังสืออัยการ ร้องขอความเป็นธรรมพิจารณาตั้งข้อหา 'ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน' และค้านอัยการบางรายไม่ให้ร่วมเป็นคณะทำงานพิจารณาคดี เนื่องจากไปสัมภาษณ์สื่อทำนองความผิดไม่ถึงขั้นฆ่าไตร่ตรองไว้ก่อน 

ที่สำนักงานอัยการสูงสุด วันที่ 21 มิ.ย.59 เวลา 10.00 น. นายอนันตชัย ไชยเดช ทนายความ และประจักษ์พยานคดีฆ่าชายพิการ พร้อมด้วยนางทองคำ ศรีจันทร์ มารดาของนายสมเกียรติ ผู้เสียชีวิต ในฐานะผู้ร้อง เดินทางมายื่นหนังสือถึง ร.ต.ท.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด ขอคัดค้านและตั้งข้อคัดค้านอัยการชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่ง อัยการสำนักงานคดีอาญา หากร่วมรับผิดชอบคดีที่พนักงานสอบสวน สน.โชคชัย รวบรวมหลักฐานกล่าวหา นายพีรพล ยศพงศ์อนันต์ กับพวกรวม 7 คน ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยมีบันทึกการถอดเทปรายการ ถามตรงๆ กับจอมขวัญ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เมื่อวันที่ 17 พ.ค.59 ที่อัยการคนดังกล่าวให้สัมภาษณ์แสดงความเห็นเกี่ยวกับพฤติการณ์และข้อกฎหมายทางคดี รวมทั้งบันทึกการโพสต์ข้อความเฟซบุ๊กของเขาเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.59 ยื่นเป็นหลักฐาน โดยมีนายพันธุ์โชติ บุญศิริ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 เป็นผู้รับหนังสือ ซึ่งในหนังสือระบุว่า หากอัยการมีการพิจารณาสำนวนนี้ โดยมีอัยการดังกล่าวเป็นคณะทำงานร่วมด้วย จะขอให้อัยการสูงสุดมีคำสั่งห้ามอัยการรายดังกล่าวร่วมเป็นคณะทำงานพิจารณาคดีดังกล่าวภายหลัง

นายอนันตชัย ทนายความของมารดาผู้ตายกล่าวว่า คดีนี้พนักงานสอบสวน สน.โชคชัย ได้แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าคนตายโดยเจตนา, บุกรุก, พกพาอาวุธในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อหาทะเลาะวิวาท พนักงานสอบสวนแจ้งว่า ไม่มี เราในฐานะผู้เสียหายก็สบายใจ เพราะไม่ต้องวิตกกังวล และเมื่อพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนพยานหลักฐานให้อัยการฝ่ายคดีอาญา 9 ในวันนี้ ตนจึงต้องมายื่นหนังสือต่ออัยการ 2 เรื่อง คือ 1.ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรม กรณีที่พนักงานสอบสวนไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยตนนำพยานวัตถุที่จะแสดงให้เห็นว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้โทรศัพท์หากันและเตรียมอาวุธมา รวมทั้งพยานบุคคลที่จะแสดงให้เห็นว่า มีประเด็นใดบ้างที่เข้าข่ายเป็นการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน รวมทั้งแผ่นซีดีบันทึกคำสัมภาษณ์ส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณา และเมตตาครอบครัวผู้เสียหายในการตั้งข้อกล่าวหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ส่วนเรื่องที่ 2 คือ กรณีอัยการชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่ง ในอัยการสำนักงานคดีอาญา ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ให้สัมภาษณ์ในสื่อ แต่ให้สัมภาษณ์ในทำนองว่าเรื่องนี้ไม่เข้าข่ายฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และให้ความเห็นด้วยว่าญาติไม่อาจขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้ เพราะผู้ตายมีการสมัครใจวิวาท และอาจจะเรียกค่าเสียหายไม่ได้ โดยอัยการคนดังกล่าวยังโพสต์ในเฟซบุ๊กว่าฝ่ายผู้ตายกดดันตำรวจ อัยการ ศาล และให้ผู้เสียหายไปฟ้องเอง เรื่องนี้ไม่ว่าจะถูกหรือผิดจะบวกหรือลบ อัยการสำนักงานคดีอาญาไม่ควรจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้ เพราะถือว่ามีส่วนได้เสียที่จะต้องรับผิดชอบสำนวนคดี เราไม่ได้กดดันอัยการ เพราะขณะนี้ตำรวจเพิ่งส่งสำนวน และไม่ทราบว่าอัยการคนใดรับผิดชอบ แม้กระทั่งศาลก็เช่นเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้จะยุติได้เมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางศาล

"เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องตามกระแส แต่เป็นการร้องเรียนขอความเป็นธรรมในขั้นตอนต่างๆ และที่มีการกล่าวว่าไปกดดันตำรวจ อัยการ ศาล นั้นไม่เป็นความจริง เราพยายามอย่างถึงที่สุดแล้วในการต่อสู้เพื่อคนตาย หากท้ายที่สุดอัยการสูงสุดไม่สั่งให้สอบเพิ่มเติมในข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เราก็ต้องยอมรับ แต่ในชั้นศาล นางทองคำจะขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมและนำสืบให้ศาลเห็นว่ากลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์อย่างไร ซึ่งศาลก็อาจมีดุลพินิจที่จะลงโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิตและประหารชีวิตได้" นายอนันตชัย กล่าว

เมื่อถามว่า การทำงานร่วมกับอัยการจะมีปัญหาหรือไม่ นายอนันตชัยกล่าวว่า ถ้าคดีเข้าสู่ชั้นศาลแล้ว ก็ไม่น่ามีปัญหาในการทำงานร่วมกัน เพราะตนจะทำงานตามที่พนักงานอัยการวางแนวทางไว้.

ทนายความ คดีฆ่าชายพิการ โชคชัย 4 ยื่นหนังสืออัยการ ร้องขอความเป็นธรรมพิจารณาตั้งข้อหา'ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน' และค้านอัยการบางรายไม่ให้ร่วมเป็นคณะทำงานพิจารณาคดี เนื่องจากไปสัมภาษณ์สื่อทำนองความผิดไม่ถึงขั้นฆ่าไตร่ตรองไว้ก่อน 21 มิ.ย. 2559 14:43 21 มิ.ย. 2559 15:11 ไทยรัฐ